Dead Island เกาะสวรรค์และฝันร้ายแห่งซอมบี้ ที่ 8 ปียังไม่มีภาคต่อ

หากพูดถึงเกมแนวซอมบี้ที่ดุเดือดถึงเลือดถึงเนื้อ และสะใจที่สุดในยุคหลังนี้ Dying Light อาจเป็นหนึ่งในเกมที่ใครหลายคนพูดถึง และตอนนี้ Techland เองก็กำลังสานต่อกับการทำภาค 2 ที่โดนเลื่อนออกไปเป็นปีหน้าแทน แต่รู้หรือไม่ว่า ก่อนที่พวกเขาจะมาปั้น Dying Light จนกลายเป็นที่น่าประทับใจของแฟนเกม พวกเขาคือผู้ที่ให้กำเนิดซีรีส์ Dead Island ที่จนแล้วจนรอดในทุกวันนี้ เราก็ยังไม่ได้เห็นภาค 2 ของมัน วันนี้เราจะทุกท่านหวนคืนสู่เกาะสวา่ท หาดสวรรค์ และฝันร้ายของเหล่าซอมบี้

จุดเริ่มต้นของเกาะแห่งฝันร้าย

Dead Island นั้น ประกาศเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2007 และตั้งใจจะวางจำหน่ายในปี 2008 แต่มันก็ล่าช้าจนต้องเลื่อนวางจำหน่ายมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งในปี 2011 ได้มีการปล่อยทีเซอร์ Part 1 ออกมา และต่อด้วย Part 2 ที่ระบุวันวางจำหน่ายของตัวเกม เกมว่าด้วยเรื่องราวของเกาะ Banoi ที่เป็นสถานที่สมมติ มีสภาพภูมิประเทศเป็นป่าเขตร้อนอันเขียวชอุ่มที่ถูกดัดแปลงให้เป็นสถานที่พักตากอากาศ และตั้งอยู่นอกชายฝั่งตะวันออกของปาปัวนิวกินี เกาะ Banoi กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมและเติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันชาวบ้านบนเกาะบางส่วนก็ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยีหรือโลกสมัยใหม่ และภายในเกาะยังมีพื้นที่ป่าลึกเข้าไปที่ยังไม่ได้รับการสำรวจ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในคืนหนึ่ง หลังจากงานเลี้ยงปาร์ตี้ เหล่าผู้รอดชีวิตทั้ง 4 คน (และเป็นตัวละครหลักที่เราเลือกเล่นได้) ประกอบด้วยแรปเปอร์ Sam B., Xian Mei สายลับรัฐบาลจีน, อดีตนักเตะฟุตบอล Logan Carter, และอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ Purna หลังจากฟื้นขึ้นมาก็พบว่าแขกเหรื่อและนักท่องเที่ยวในโรงแรมกลายปเ็นซอมบี้กันหมดแล้ว และเราจะได้รับความช่วยเหลือจากไลฟ์การืดประจำเกาะอย่าง John Sinamoi ก่อนที่เรื่องราวทั้งหมดจะพัวพันกับเหล่าผู้มีอำนาจและกองกำลังต่าง ๆ บนเกาะ และหาต้นตอของเชื้อไวรัสร้ายที่ทำให้คนกลายเป็นซอมบี้

จริง ๆ แล้วเนื้อเรื่องของ Dead Island นั้น จัดว่าซับซ้อนและน่าติดตามเอาเรื่อง ซึ่งใครที่ยังไม่เคยเล่นก็ลองไปหามาเล่นกันดูได้ เพราะอาจกล่าวได้ว่านี่คือผลงานที่ทำให้หลายคนรู้จักกับ Techland ก่อนที่พวกเขาจะผงาดในผลงานใหม่อย่าง Dying Light

ความลงตัวของ Open World และ Action RPG ในรูปแบบซอมบี้

Dead Island เป็นเกม Open World อย่างเต็มรูปแบบ ที่ผู้เล่นจะเริ่มต้นจากจุดจุดหนึ่ง ก่อนจะออกสำรวจและค้นพบพื้นที่ใหม่ไปเรื่อย ๆ และหากใครเล่น Dying Light แล้วรู้สึกว่าอาวุธปืนมันน้อยไปหน่อย ก็นั่นล่ะ มันคือการหยิบเอาระบบจาก Dead Island มาต่อยอด เพราะเกมมันจะมีแต่อาวุธระยะประชิดเป็นส่วนมาก แต่ความหลากหลายของอาวุธนั้น น่าสนใจกว่าอาวุธใน Dying Light

ใน Dead Island จะแบ่งออกเป็นอาวุธประเภททื่อและคม อาวุธประเภททื่อจะสกัดศัตรูได้ มีดาเมจเบากว่า แต่อาวุธประเภทคมจะเฉือนอวัยวะศัตรูได้ และมีดาเมจที่มากกว่า รวมไปถึงอาวุธทุกชิ้นสามารถปาใส่ศัตรูแล้วกลับไปเก็บมาได้ด้วย รวมไปถึงเราสามารถหาอาวุธบางชนิดได้จากศัตรูที่ถือมันอยู่นั่นเอง และด้วยความที่มันเป็นระบบ RPG ทั้งตัวละครของเราและซอมบี้ก็จะมีเลเวลเป็นของตัวเอง หากเราซ่าไปตบศัตรูข้ามเลเวลก็ลำบากแน่นอน อาวุธทุกชิ้นก็จะสามารถอัปเกรด มีค่าความคงทน มีพลังโจมตี ความเร็ว และอื่น ๆ ที่ต่างกันไปด้วย และที่ทำให้เกมสนุกยิ่งขึ้นคือการตามหาพิมพ์เชียวหรือ Blueprint สูตรอาวุธใหม่ ๆ ที่มาพร้อมการดัดแปลง เช่นทำให้อาวุธอาบยาพิษ หรือมีไฟฟ้าสถิตอยู่ได้นั่นเอง

และการที่เราเน้นใช้อาวุธระยะประชิดเป็นหลัก ทำให้ตัวละครจำเป็นต้องมีค่า Stamina ที่จะเกี่ยวโยงกับทุกอนิเมชั่นการเคลื่อนไหวของตัวละคร ทั้งการวิ่ง การกระโดด อนิเมชั่นมูฟเมนท์ต่าง ๆ จะส่งผลทั้งหมด นั่นทำให้เราต้องบริหารการใช้ Stamina ให้ดี เหล่าซอมบี้ในเกมนี้ไม่เคยอยู่เดี่ยว ๆ น้อยกว่า 2 ตัว ไม่งั้นเราอาจจะเป็นเหยื่อสังเวยซอมบี้ซะเอง และองค์ประกอบที่ทำให้มันกลายเป็นเกม RPG มากยิ่งขึ้นคือระบบภารกิจหลัก ภารกิจรอง บางภารกิจก็จริงจัง ดราม่า เช่นตามหาสามีหรือภรรยาที่หายตัวไป บางภารกิจก็กาวได้โล่ เช่นตามหาตุ๊กตาหมีวัยเด็ก หรือสร้อยข้อมือของสำคัญ แต่ทั้งหมดนี้ หากสังเกตดี ๆ จะพบว่า เหมือนกับเราเป็นขี้ข้าชาวเกาะมากซะยิ่งกว่าคอยหาทางเอาตัวรอดและกอบกู้สถานการณ์จริง ๆ

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ทำให้ Dead Island ที่วางจำหน่าในปี 2011 ซึ่งตอนนั้นเราอาจจะยังไม่ค่อยเห็นเกมซอมบี้ถูกหยิบมาทำแบบ Action RPG มากนัก กลายเป็นเกมยอดนิยมและโด่งดังเป็นอย่างมากขึ้นมาทันที เพราะนอกจากเกมการเล่นจะสนุกแล้ว จุดเด่นที่ทำให้มันยอดเยี่ยมมาก ๆ คือ

บรรยากาศที่ดูรื่นรมย์และแฝงไว้ด้วยภัยอันตรายและ “เสียง” ที่น่ากลัว

อย่างที่เกริ่นไว้ช่วงต้น ฉากหลังของโลกในเกมคือหมู่เกาะ Banoi ที่ให้อารมณ์เหมือนมาพักร้อนตากอากาศ และฝันร้ายอย่างซอมบี้ก็ก่อตัวขึ้น เราจะเห็นศัตรูที่เป็นซอมบี้สวมใส่ชุดนักท่องเที่ยว ชุดว่ายน้ำเกลื่อนเกาะไปหมด และสิ่งที่ทำให้มันน่ากลัว และได้บรรยากาศเป็นอย่างมากสำหรับ Dead Island คือ การออกแบบเสียงของเหล่าซอมบี้ ที่ทำให้การใส่หูฟังนั้นได้อรรถรสเป็นอย่างมาก เราจะรู้สึกว่าแม้สถานที่แห่งนี้จะเต็มไปด้วยความสวยงาม ความรื่นรมย์ แต่ ณ ตอนนี้มันคือนรกบนดิน ที่เราต้องระมัดระวังทุกฝีก้าวและเอาตัวรอดให้ได้

ทุกครั้งที่เราออกไปทำภารกิจ เราจะรับรู้ถึงแรงกดดันที่เกมมอบให้เวลาต้องไปยังสถานที่ใหม่ ๆ เพราะเราไม่รู้ว่ารอบข้างจะมีซอมบี้ทั้งหมดกี่ตัว เราจะรับมือไหวหรือไม่ อาวุธในมือจะพังก่อนหรือเปล่า และที่หนักเลยคือ ยาเติมพลังจะพอหรือไม่ เพราะถ้าไม่ได้พก Medkit มาเพียงพอ สิ่งที่จะช่วยเติมพลังให้เราได้ก็คือ Energy Drink ที่ดรอปอยู่ตามฉากเท่านั้น จากประสบการณ์ที่หวนคืนสู่หมู่เกาะแห่งนี้อีกครั้งทำให้ผู้เขียนพบว่า โลกและการนำเสนอของ Dead Island นั้น คือสิ่งที่น่าประทับใจ และกลับไปเล่นในตอนนี้ก็ยังสนุกไม่แพ้เกมสมัยใหม่

ภาค 2 ที่รอคอยกันมาอย่างยาวนาน

แน่นอนว่าถึงเกมจะมีภาคต่อออกมาในชื่อภาคว่า Riptide แต่สิ่งที่ผู้เล่นต้องการจริง ๆ อาจจะเป็นภาค 2 ซึ่งมันเคยเปิดตัวมาแล้วตั้งแต่ในงาน E3 2014 แต่จนแล้วจนรอด ผ่านไป 7 ปี เราก็ยังไม่มีท่าทีจะได้เห็นตัวเกมออกมาเลย ในตัวอย่างเปิดตัวในปี 2014 นั้น เราได้เห็นโลโก้ของ YAGER ว่าจะมารับหน้าที่ในการพัฒนาภาค 2 แทน Techland ที่ตอนนั้นหันไปเริ่มทำ Dying Light แทนแล้ว แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ YAGER เองก็ถอนตัวออกมาแล้วด้วย

อย่างไรก็ตาม ในงาน Gamescom 2014 ได้มีการปล่อยตัวอย่างเกมเบื้องต้นออกมา ซึ่งมันดูดีมาก และภาคนี้ฉากหลังของเกมจะย้ายมาอยู่ที่แคลิฟอร์เนียแทน แต่วิบากกรรมก็เริ่มขึ้นเมื่อในเดือนกรกฎาคมปี 2015 ทาง Deep Silver ประกาศว่า YAGER ถูกถอดออกจากการพัฒนาเกม และได้สตูดิโอใหม่มารับหน้าที่ทำแทน สาเหตุเพราะวิสัยทัศน์การทำงานไม่ลงรอยกัน จนกระทั่งในปี 2016 มีการประกาศว่า SUMO Digital จะเข้ามารับหน้าที่การพัฒนาแทน และลากยาวมาจนถึงปี 2019 ที่มีการประกาศว่า Dambuster Studios จะรับหน้าที่พัฒนา ทำให้เราไม่รู้เลยว่า ณ ตอนนี้สถานการณ์เกมเป็นยังไงบ้าง แต่ทาง Deep Silver เอง เคยออกมายืนยันว่า ตัวเกมยังพัฒนาอยู่จริง

ท้ายที่สุดแล้ว เราจะได้สัมผัส Dead Island 2 กันจริง ๆ หรือไม่ แต่ผ้เขียนขอยืนยันว่า หากคุณเบื่อ ไม่รู้ว่าจะเล่นเกมซอมบี้อะไรดี Dead Island มีคุณค่าพอที่จะกลับไปเล่น โดยเฉพาะ Definitive Edition

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง