Bright Memory เกมที่แฝงระบบการต่อสู้อันหลากหลาย จากผู้พัฒนาเพียงคนเดียว


ในวงการเกมมักมีเกมเจ๋ง ๆ ที่เกิดขึ้นจากผู้พัฒนาเพียงคนเดียวเกิดขึ้นมาอย่างมากมาย แต่จะมีสักกี่เกมแอ็คชั่นแบบจัดเต็มความมันได้ขนาดนี้ Bright Memory คือเกมที่พัฒนาโดยผู้พัฒนาเพียงคนเดียว แถมยังจัดเต็มใส่ความชื่นชอบส่วนบุคคลจากหลาย ๆ เกมลงไปในเกมนี้ชนิดที่ว่าถ้าเป็นเกมเมอร์ที่เล่นเกมมาเยอะ เห็นแล้วก็ต้องรู้เลยว่ามันมาจากเกมอะไร แต่จุดเด่นของเกมนี้นอกจากเนื้อเรื่องที่น่าติดตามแล้ว มันยังมีระบบการต่อสู้ที่มันมาก ๆ หลายเกมในยุคนี้ยังทำได้ไม่ดีเท่า ซึ่งมันอาจจะเป็นผลมาจากการยัดระบบ Combat จากหลาย ๆ เกมเข้ามาไว้ด้วยกันก็เป็นได้ วันนี้เราจะพาทุกท่านมารู้จัก Bright Memory กัน

ตัวเอกเป็นหญิงแกร่งและสวย ดึงดูดเกมเมอร์ได้

ไม่ปฏิเสธว่าเกมไหนที่มีตัวเอกเป็นผู้หญิงจะเรียกแขกได้มากกว่าเกมอื่น ๆ ไม่มากก็น้อย แต่สิ่งที่ Bright Memory นำเสนอในช่วงแรกของเกมคือหญิงสาวที่ดูไปดูมาก็ละม้ายคล้ายกับ Lara Croft ใน Tomb Raider อยู่บ้าง ตัวเอกของเกมนี้ชื่อ Shelia ซึ่งมาพร้อมกับทักษะในการบู๊ระห่ำไม่แพ้สาว ๆ คนไหนในโลกแห่งเกม เพราะนอกจากปืนในมือและทักษะการบู๊ส่วนบุคคลแล้ว เธอยังมาพร้อมกับถุงมือพลังงาน และดาบพลังงานสุดเจ๋ง นั่นทำให้ Shelia มีรูปแบบการโจมตีที่เยอะมาก ๆ สร้างคอมโบได้ไม่หยุดหย่อน

แต่ที่น่าดึงดูดใจไปมากกว่านั้นคือเมื่อผู้เล่น เล่นเกมจบไป 1 รอบก็จะปลดล็อคชุดนักเรียนสุดคิวท์มาให้ Shelia ใส่ได้ แต่อย่าคิดว่าจะต้องใช้เวลานานครับ เพราะตอนนี้ Bright Memory เป็นเกมที่มีความยาวเพียง 1 Episode และจะใช้เวลาในการเล่นราว ๆ 40-50 นาทีก็จบเกมแล้ว!

ความยาวเกมไม่ถึงชั่วโมง แต่ความมันส์จัดเต็ม

Bright Memory เป็นเกมที่ยังอยู่ในช่วง Early Access หรือเล่นระหว่างการพัฒนา ตอนนี้ตัวเกมจึงมีเพียง Episode เดียวเท่านั้น โดยผู้เล่นจะใช้เวลาราว ๆ 40-50 นาทีในการเล่นให้จบ หรืออาจจะมากกว่านั้น หากมีพลาดตายบ้าง หรือหาทางไปต่อไม่เจอ แต่ปริศนาภายในเกมนี้ไม่ใช่เรื่องยากอะไร โดยตลอดระยะเวลาการเล่นเกมนี้ เกือบ 80% ของเกมเป็นการให้ผู้เล่นบู๊แหลกแบบไม่ต้องคิดเยอะ ยิ่งผู้เล่นต่อคอมโบได้สวยงามมากแค่ไหนก็จะได้ EXP ที่สูงขึ้น เพื่อเลเวลอัพ และนำมาปลดล็อคสกิลใหม่ ๆ

สกิลภายในเกมก็จะแบ่งออกเป็นเสริมความแกร่งให้ตัวละครโดยตรง กับเสริมความแกร่งให้อาวุธต่าง ๆ น่าเสียดายที่ความยาวของเกมไม่เอื้อให้เราได้ใช้ประโยชน์จากการอัพสกิลได้อย่างเต็มที่ คงทำได้แค่ต้องรอให้ตัวเกมปล่อย Episode ใหม่ ๆ ออกมาในอนาคตเท่านั้น แต่ในเมื่ออัพสกิลให้ครบไม่ได้ ทำไมเกมมันยังถึงโดดเด่นเรื่องระบบการต่อสู้ ? คำตอบอยู่ในหัวข้อถัดไปครับ

“แรงบันดาลใจจากหลาย ๆ เกม” คือจุดขายของเกมนี้

หลังจากที่ได้ลองเล่น คุณจะรู้เลยว่าผู้สร้าง Bright Memory ต้องเป็นคนที่ชื่นชอบการเล่นเกมมาก ๆ และระบบการต่อสู้ที่โดดเด่นจากเกมต่าง ๆ แทบจะถูกดึงมายัดใส่ไว้ในเกมเกมเดียว การใช้ดาบผู้เล่นจะรู้สึกเหมือนเล่นเกม Shadow Warriors , การใช้สลิงดึงศัตรูเข้ามาหาหรือใช้ในการปีนป่ายวัตถุต่าง ๆ ก็คล้ายกับ Grappling Hook จากเกม Just Cause , ในช่วงเดินหน้ายิงแหลก เหล่าศัตรูของเกมที่เป็นทั้งปีศาจ ไซบอร์ก คน ก็ให้อารมณ์เหมือนกับเล่นเกมยิงหลาย ๆ เกมพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น DOOM , Call of Duty , Battlefield และที่หลายคนต้องร้องอ๋อแน่นอนตอนเจอ นั่นคือการนั่งพักผ่อนที่กองไฟ ที่มันคือ Bonfire จาก Dark Souls ชัด ๆ

สิ่งที่ต้องชมคือแม้มันจะใส่ระบบ Combat อันหลากหลายเข้ามาในเกมมากขนาดนี้ แต่การใช้งานของมันกลับไม่ได้ยุ่งยากเลย กลับกันบางทีเราแทบไม่ได้คิดด้วยซ้ำ เพราะตัวเกมสร้างสถานการณ์ให้เราต่อสู้ได้แบบถึงเลือดถึงเนื้อ มีอะไรใส่ให้หมด ไม่มีเวลาคิดการออกท่าโจมตี แต่ใครที่จำปุ่มได้ ก็สามารถรังสรรค์คอมโบสุดเท่ออกมาได้เช่นอัดศัตรูให้ลอยฟ้าด้วยถุงมือพลังงาน แล้วใช้สลิงดึงเราขึ้นไปต่อย หรือใช้ปืนกราดซ้ำ แม้ว่าระบบการต่อสู้จะเหมือนลอกจากเกมอื่นมาเยอะ แต่ถ้าลอกแล้วทำออกมาได้ดีก็ยังพอให้อภัยได้ ซึ่งเกมนี้ทำออกมาได้ดีมาก ๆ เสียด้วย

เตรียมสานต่อความสุดยอดใน Bright Memory Infinite

ไม่น่าเชื่อว่าในงาน E3 2019 ที่ผ่านมา ตัวเกมนี้ได้นำเอาตัวอย่างบางส่วนของ Episode 2 ไปเปิดตัวด้วย แต่น่าแปลกใจตรงที่ตัวเกมเปลี่ยนไปใช้ชื่อ Infinite เลย มีความเป็นไปได้ว่าตัวเกมนี้อาจจะเป็นเกมเต็ม ซึ่งเผยให้เราเห็นโลกของเกมที่แตกต่างไปจาก Episode 1 พอสมควร มีทั้งเมืองที่เหมือนกับญี่ปุ่นในแบบ Cyberpunk และเครื่องบินลำยักษ์ พร้อมกับมอนสเตอร์ที่เป็นซามูไรใส่เกราะฟันดาบ ที่ดูแล้วน่าจะเป็นบอส และในคลิปนี้เรายังเห็นถึงระบบการต่อสู้ที่ดุเดือดจัดเต็มไม่แพ้ Episode 1

Bright Memory เป็นเกมฟอร์มเล็กที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย แต่ผู้เขียนขอยืนยันว่าเกมนี้เป็นอีกหนึ่งเกมที่ควรค่าแก่การหามาลองเล่นเป็นอย่างมาก ในราคา 139 บาทถือว่าถูกมาก และยิ่งเกมนี้เป็นเกมที่พัฒนาคนเดียว แต่ประสบการณ์ที่เกมนี้มอบให้ ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าเกม AAA คุณภาพเลย ซึ่งก็ทำให้เราคาดหวังกับ Infinite ไว้พอสมควรว่าตัวเกมจะต้องออกมาเจ๋งแน่นอน ใครที่ยังไม่ลองเล่น อย่าลืมไปลองหามาเล่น แล้วมาพูดคุยกันครับ