NEWS        |       FEATURES       |       ABOUT       |






Battlefield Hardline ย่างก้าวที่แปลกใหม่แต่คนกลับไม่ค่อยจำของซีรีส์เกมยิงระดับโลก

Battlefield แฟรนไชส์เกมยิงจาก EA ที่อยุ่คู่วงการเกมมาอย่างยาวนาน ซึ่งมีจุดขายเป็นระบบ Multiplayer ที่ยิ่งใหญ่ ดุเดือด จนหาเกมไหนมาเทียบยาก แต่เป็นเรื่องปกติของชีวิตมนุษย์ที่เมื่อเรารู้สึกว่าการทำอะไรบางอย่างซ้ำไปซ้ำมาต่อเนื่อง มันก็อาจจะดูน่าเบื่อไปบ้าง ทำให้ EA ตัดสินใจลองพาแฟรนไชส์ Battlefield ไปสู่แนวทางใหม่ และแนวทางใหม่ที่ว่านั้นก็คือ Battlefield Hardline

จุดเริ่มต้นของย่างก้าวใหม่ ๆ

Battlefield Hardline เปิดตัวอย่างเป็นทางการใน EA Blog Post ก่อนจะไปเปิดตัวเต็ม ๆ ในงาน E3 2014 ทั้งนี้เพราะข้อมูลรั่วไหลก่อนวันเปิดตัวจริง (การรั่วไหลของข้อมูลเกมนั้น มีมานานมากแล้ว) และแฟน ๆ ก็ต้องเซอร์ไพรส์ + งงกันพอสมควร เพราะทุก ๆ ครั้ง Battlefield จะเน้นนำเสนอสงครามทางการทหารขนาดใหญ่ แต่กับภาค Hardline นี้ เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นสเกลที่เล็กลง นั่นคือสงครามตำรวจกับแก๊งโจรค้ายาเสพติด โดยได้ Visceral Games ที่ตอนนั้นยังไม่โดนปิดตัว เข้ามารับหน้าที่ในการพัฒนาเกมภาคนี้ โดยตัวเกม Battlefield Hardline นั้น เริ่มต้นกาพรัฒนาก่อนที่ Dead Space 3 จะเปิดตัวและวางจำหน่าย โดย Ian Milham เปิดเผยกับสื่อว่า ตัวเกมภาคนี้นั้น เริ่มพัฒนากันมาตั้งแต้ช่วงต้นปี 2012 แล้ว

และในช่วงปี 2014 ถือเป็นช่วงที่โลกกำลังจะเข้าสู่ยุคของ PS4, XBOX One ในตอนนั้น ด้วยความใหม่ของตัวเครื่อง ทำให้ในช่วงก่อนเกมออกวางำจหน่า ทาง Visceral ออกมาเปิดเผยว่าเกมจะยังไม่สามารถรันได้ที่ 1080p แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ตัวเกมภาคนี้ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากแฟนเกมและเหล่านักวิจารณ์ในช่วง Open Beta แม้มันจะหลุดความเป็น Battlefield ไปหน่อยก็ตาม

สงครามยาเสพติดฉบับ Battlefield

การนำเสนอของ Battlefield Hardline นั้น ถูกนำเสนอในรูปแบบของ TV Series มากขึ้น คือมีการแบ่งเป็นตอน ๆ ไป ราวกับว่าเรากำลังดูซีรีส์ทาง Netflix โดย เนื้อเรื่องในเกมนี้ มีฉากหลังอยู่ที่ไมอามี่ที่มีสงครามยาเสพติด ตำรวจไล่จับผู้ร้ายและแก๊งค้ายาเสพติดกันรายวัน เราจะได้รับบทเป็น Nick Mendoza ที่ต้องมาทำงานร่วมกับ Khai Minh Dao สายสืบมากประสบการณ์ในการไล่ล่าและตามจับแก๊งค้ายาเสพติด ก่อนที่พวกเขาจะตระหนักได้ว่า อำนาจและการทุจริตภายในนั้น ส่งผลกระทบต่อทั้งสองฝั่งอย่างเห็นได้ชัด Nick นั้นปฏิญาณตนว่าจะเป็นตำรวจที่ซื่อสัตย์และรับใช้ประชาชน แต่ดูเหมือนว่าเบื้องหลังแก๊งค้ายาเสพติดนี้จะมีตำรวจด้วยกันเองแฝงตัวอยู่เบื้องหลังด้วย

และเมื่อสเกลสงครามไม่ใช่สมรภูมิขนาดใหญ่ พวกเขาจึงต้องคลอดระบบใหม่ แนวทางการเล่นใหม่ ๆ ออกมาให้กับ Battlefield Hardline สิ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาในเกมภาคนี้ คือระบบการสืบหาพยานหลักฐานที่จะส่งผลในเกมการเล่นต่อไปในอนาคต และให้ฟีลของตำรวจปราบปรามยาเสพติดจริง ๆ รวมไปถึงเนื้อเรื่องที่ย่อยเล็กลงมาก็ถือว่าทำได้น่าติดตามใช้ได้ เพียงแต่มันอาจไม่ใช่ Battlefield ที่แฟน ๆ คุ้นเคยกันสักเท่าไร

ระบบเกมเพลย์ที่เปลี่ยนไปในโหมด Single Player & Multiplayer

เมื่อสเกลการสู้รบลดลงมา ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไปด้วย ในเกมภาคนี้ เราอาจจะไม่ได้วิ่งยิง ตะลุยสงครามสมรภูมิใหญ่ แต่เรามีทางเลือกในแบบฉบับตำรวจมากยิ่งขึ้น เช่นเราสามารถโชว์บัตรหรือตราตำรวจเพื่อให้ประชาชนรอบข้างอยู่ในความสงบ หรือยอมจำนน แล้วจับล็อคกุญแจมือเอาไว้ได้ เป็นทางเลือก และยังคงมีฉากการยิงต่อสู้ปะทะกันอยู่ดี จากนั้นจะเข้าสู่ช่วงการค้นหาหลักฐาน ที่ผู้เล่นจะต้องใช้เซนส์และทักษะของนักสืบจริง ๆ ในการตามสืบร่องรอยเบาะแสต่าง ๆ ในสถานที่นั้น ๆ รวมไปถึงบางฉากยังสามารถขับรถ ยานพาหนะได้อีกด้วย และไม่ใช่แค่การเอาตัวเข้าไปแลกอย่างเดียว เพราะกองตำรวจเองก็มีอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ใช้งาน สำหรับในยุคปี 2015 ที่เป็นยุคที่เกมออกนั้น โลกได้เข้าสู่ยุคของสมาร์ทโฟนกันแล้ว เราจึงมีอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่นสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตเอาไว้ช่วยเหลือในการสืบหาเบาะแสคนร้ายได้

แน่นอนว่าถ้า Single Player เปลี่ยน โหมด Multiplayer ที่เป็นหัวใจสำคัฯของ Battlefield ก็เปลี่ยนตาม จากทหารสองหน่วยรบหรือสองประเทศ ก็กลายมาเป็นตำรวจและโจรแทน โดยในเกมภาคนี้จะมี 5 โหมดหลัก ๆ นั่นคือ Heist ที่ผู้เล่นทีมโจรต้องวางแผนปล้นเงินในตู้นิรภัยของธนาคาร ส่วนฝ่ายตำรวจต้องคอยป้องกันหรือไล่ล่าไม่ให้โจรหนีไปได้ / Hotwire ที่ให้อารมณ์โหมด Conquest แต่เปลี่ยนมาเป็นรถยนต์ที่ขับได้ เราจะต้องยึดรถแทน โหมดนี้ราวกับอยู่ในหนัง Fast & Furious ก็ไม่ปาน / Rescue การแข่งขัน 5vs5 ในเวลา 3 นาที แบ่งเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายหน่วยสวาทที่ต้องชิงตัวประกัน และฝ่ายโจรที่ต้องป้องกันเอาไว้ โหมดนี้จะให้อารมณ์เกม Rainbow Six Siege (ซึ่งตอนนั้นเกมยังไม่ออก) / Crosshair โหมดอารักขา VIP ที่สองฝ่ายจะต้องห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด คล้าย ๆ กับการป้องกันและการโจมตีในโหมดชิงตัวประกัน เพียงแต่รอบนี้ ฆ่ากันให้ตาย

ภาพรวมของ Battlefield Hardline ที่เปลี่ยนแปลงฉากหลังของเกม และรูปแบบการเล่นให้เข้ากันนั้นก็ถือว่าทำออกมาได้ดี ไม่แพ้มาตรฐาน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หลากหลายสำนักต่างยกให้โหมดเนื้อเรื่องนั้นถือเป็นจุดอ่อนที่ไม่ค่อยน่าสนใจสักเท่าไรนัก ในช่วงการเปิดตัว Battlefield Hardline สามารถทำยอดขายทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 ได้ และเป็นเกมขายดีประจำเดือนมีนาคมปี 2015 ในสหรัฐอเมริกา แต่ถึงยอดขายจะดิบดีเพียงใด ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าแฟนเกมกลับไม่ค่อยจะจดจำเกมภาคนี้สักเท่าไรนัก และโหมดออนไลน์ก็ไม่น่าจะเหลือคนเล่นแล้ว อย่างน้อยถ้าจะกลับไปเล่นเกมนี้ เต็มที่ที่สุดก็น่าจะได้แค่โหมดเนื้อเรื่องเท่านั้น

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรสชาติและความแปลกใหม่ที่แฟน ๆ Battlefield เคยได้สัมผัสกัน ตอนนี้ทาง Battlefield 2042 เองก็ใกล้จะเปิดให้เล่นกันอย่างเป็นทางการแล้วด้วย อนาคตเราอาจไม่รู้ว่า Battlefield จะอยากลองทำอะไรใหม่ ๆ อีกบ้าง เราคงต้องติดตามดูกันต่อไปในอนาคต

[tags]
[seed_social]

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง