Alan Wake สัมผัสเกมสยองขวัญขั้นเทพของ Remedy

Alan Wake สัมผัสเกมสยองขวัญขั้นเทพของ Remedy

Remedy ชื่อนี้หลายคนน่าจะทราบและรู้จักกันดี จากเกมสยองขวัญที่ทุกวันนี้ก็ยังมีคนกล่าวถึงกันเป็นอย่างมากอย่าง Alan Wake ที่แม้จะไร้เงาภาคต่อ แต่ทาง Remedy เองก็ยังมีผลงานออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น Quantum Break , Max Payne และล่าสุดที่เราจะได้เล่นกันคือ Control แต่หนึ่งในเกมที่เป็นตำนานก็คือ Alan Wake นี่ล่ะ

เนื้อเรื่องที่ชวนให้ติดตามตั้งแต่ยันจบ

จุดขายของ Alan Wake นั้น ไม่ใช่เกมเพลย์แต่เป็นการดำเนินเรื่องที่ชวนให้เราติดตามเป็นอย่างมาก ตัวเกมว่าด้วยเรื่องราวของตัวเอกเรา Alan Wake ที่มีอาชีพนักเขียนนิยายแต่กำลังประสบปัญหาสมองตัน จนไม่มีผลงานออกมาเป็นเวลากว่า 2 ปี เขาจึงตัดสินใจพาภรรยาไปเที่ยว ในเมืองเล็ก ๆ อันเงียบสงบ ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับตาลปัตรและกลายเป็นเรื่องราวสุดลึกลับที่น่าสะพรึงกลัว

จังหวะจะโคนในการเล่าเรื่องของ Alan Wake จะทำให้ผู้ชมรู้สึกราวกับว่ากำลังติดตามซีรีส์สยองขวัญเรื่องหนึ่งอยู่ นอกจากนั้นบรรยากาศภายในเกมก็ไม่ถึงกับหลอนจนคนขวัญอ่อนเล่นไม่ได้ แต่มันจะทำให้เราอยู่ภายใต้สภาวะกดดันมากกว่าเน้นการหลอกแบบ Jump Scare แต่ในความกดดันนั้น เหมือนเราถูกยั่วยุให้สืบหาความจริงเบื้องหลังเหตุการณ์นี้ นั่นทำให้หลายคนยอมที่จะนั่งเล่น นั่งลุยต่อไปแม้ภายในใจหรืออารมณ์จะกลัวมากก็ตาม ส่วนนี้ต้องชื่นชมในเรื่องของการนำเสนอ ทีมงานเลยทีเดียวว่าเขาทำออกมาได้ดีจริง ๆ

เกมเพลย์การเล่นที่เป็นเอกลักษณ์

ในเกมทั่วไปนั้น ศัตรูของเราส่วนมากก็จะเป็นซอมบี้ที่ใช้ปืนยิงจัดการเปิดทางไปเรื่อย ๆ แต่ใน Alan Wake ศัตรูของเราเป็นเหมือนกับความมืด เป็นปริศนาที่เราต้องเล่นไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะพบคำตอบ นั่นเป็นส่วนที่ทำให้ผู้เล่น มีอารมณ์ร่วมและอยากเล่นมันไปเรื่อย ๆ นอกจากนั้นยังมีวิธีการกำจัดศัตรูที่แตกต่างจากเกมอื่น ในเกมนี้เราจะต้องส่องไฟฉายไปยังศัตรูก่อนถึงจะตามด้วยการยิงปืนเข้าไป นั่นทำให้เราต้องคิดบริหารการใช้ทรัพยากรของเราให้ดี เพราะไฟฉายเองก็ต้องใช้ถ่านพลังงาน ส่วนปืนแน่นอนว่าต้องใช้กระสุน

ดังนั้นตลอดเวลาในการเล่นเราจะต้องบริหารจัดการถ่านไฟฉาย และกระสุนปืนของเราให้ดี และเพราะระบบการเล่นแบบนี้ที่ทำให้ Alan Wake เป็นหนึ่งในเกมที่น่าจดจำมาก กลายเป็นเกมที่มีความโดดเด่นทั้งเนื้อเรื่องและเกมเพลย์ ตัวเอกอย่าง Alan Wake ที่เป็นนักเขียนนิยาย และภายในเกมนี้ก็ได้ Reference บางอย่างมาจากนิยาย และภาพยนตร์สยองขวัญชื่อดังทั้งนั้น อาทิเช่น The Shining ของ Stephen King (กำกับเวอร์ชั่นภาพยนตร์โดย Stanley Kubrick) หากใครที่มีประสบการณ์ดูภาพยนตร์หรืออ่านนิยายสยองขวัญมามากพอ อาจจะค้นพบอะไรเด็ด ๆ ภายในเกมนี้เพียบ

ทำไมถึงไม่มีภาค 2 ?

เป็นคำถามที่น่าสงสัยมาตลอด ในเมื่อ Remedy เองก็ไม่ได้ปิดตัวลงแต่อย่างใด แถมยังมีเกมใหม่ตามออกมาคือ Quantum Break และล่าสุดกับเกม Control แต่ทำไมเกมที่ประสบความสำเร็จอย่าง Alan Wake ถึงไม่มีภาคต่อ ซึ่งทางสื่อต่าง ๆ ก็เคยยิงคำถามไปยัง Remedy แต่คำตอบก็คือ เพราะตอนนี้เทคโนโลยีของเกมมันไปไกลมากแล้ว บางทีแค่เนื้อเรื่องที่ยอดเยี่ยมมันอาจจะไม่พอ การออกแบบเกมเพลย์ให้น่าสนใจจึงเป็นเรื่องยากมาก ซึ่งก็มีหลายคนที่เสียดาย และอยากเห็น Alan Wake 2 กันอยู่เยอะ เพียงแต่ว่าแม้แต่เจ้าตัวผู้พัฒนาเองก็ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ เกมเมอร์อย่างเรา ๆ ก็คงต้องรอกันต่อไปเพียงเท่านั้น

ทิศทางต่อไปของ Remedy และความเป็นไปได้ของ Alan Wake

ในขณะที่เรากำลังเขียนบทความนี้กันอยู่ Control ผลงานตัวล่าสุดก็เปิดให้เล่นกันแล้ว และรีวิวโดยรวมของ Control ก็ทำออกมาได้ดีมากเสียด้วย ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าถ้า Control ประสบความสำเร็จ ทางค่ายเกม หรือผู้สนับสนุน อาจจะมีการผลักดันให้เกิด Alan Wake 2 ก็เป็นได้ แต่มันจะช้าเกินไปหรือไม่ ? เพราะอย่างที่บอกว่า เกมนี้ก็ค่อนข้างเก่าพอสมควรแล้ว การจะทำเกมสักเกมให้ออกมาในยุคนี้ เกมเพลย์อาจจะเป็นเรื่องสำคัญกว่าเนื้อเรื่องก็เป็นได้ เพราะคนที่ชอบเล่นเกมโดยไม่คิดอะไรเลย เอาความสนุกอย่างเดียวก็น่าจะเยอะกว่าการเสพเนื้อเรื่องพอสมควร และทาง Sam Lake เองก็เคยออกมาพูดแล้วว่าตัวเขาเองก็หวังว่าจะได้เห็น Alan Wake 2 ในสักวันหนึ่ง

เราจะได้เห็นตำนานบทใหม่ของ Alan Wake กันหรือไม่ก็คงต้องติดตามกันต่อไปยาว ๆ ครับ

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง