8 เรื่องราวน่ารู้ของเกม Counter-Strike ที่ผู้เล่นอาจไม่รู้มาก่อน

เกมเมอร์หลายคนน่าจะทราบอยู่แล้วว่า Counter-Strike เป็นเกม FPS Multiplayer ที่ได้ปฏิวัติวงการเกมทั่วโลก จนทำให้เกมแนว Competitive หรือเกมเน้นการแข่งขันมากมาย และเป็นอีกเกมหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้กระแสกีฬา Esports ได้เติบโตรุ่งเรืองจนถึงทุกวันนี้

แต่แน่นอนว่า Counter-Strike คือเกมคลาสสิกระดับตำนานที่อาจมีเรื่องราวหลายอย่างที่เกมเมอร์ไม่ทราบมาก่อน และนี่คือ 8 Fact น่ารู้ของเกม CS ซึ่งจะมีเรื่องอะไรบ้าง ก็สามารถรับชมได้เลยครับ

Counter-Strike เดิมทีเป็นม็อดของ Half-Life

Counter-Strike เดิมทีไม่ใช่เป็นเกม Standalone แต่เกมดังกล่าวเป็นม็อดที่ถูกสร้างขึ้นโดยใช้พื้นฐานจากเกม FPS อย่าง Half-Life ซึ่งม็อดดังกล่าวสร้างโดยนักพัฒนาเกมอิสระนามว่า “Gooseman” และ “Cliffe”

หลังจากม็อด Counter-Strike ได้ปล่อยให้เล่นฟรี และมียอดผู้เล่นที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา ทำให้ทาง Valve ได้ตัดสินใจซื้อม็อดเกมดังกล่าว แล้วนำมาพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นเกม Competitive ที่โด่งดังจนถึงทุกวันนี้

ชื่อ Bot บางคนอ้างอิงมาจากชื่อของพนักงาน Valve

Counter-Strike GO

Bot หรือ AI ในเกมบางคนได้อ้างอิงมาจากชื่อจริงของพนักงานที่สังกัดในบริษัท Valve ยกตัวอย่างเช่น มี Bot คนหนึ่งชื่อว่า Gabe ซึ่งแน่นอนว่าชื่อดังกล่าวอ้างอิงมาจากผู้ร่วมก่อตั้ง Valve อย่าง Gabe Newell

และนอกจากนี้ มี Bot นามว่า Dave ซึ่งเป็นชื่อของผู้ออกแบบแผนที่สุดเอกลักษณ์ในเกม Counter-Strike อย่าง de_dust, de_dust2 รวมถึงมี Bot นามว่า Minh และ Cliff ซึ่งเป็นนักพัฒนาม็อดเกมต้นฉบับอีกด้วย

เสียงวิทยุสื่อสารในเกม ให้เสียงพากย์โดยนักพัฒนาม็อด

Counter-Strike
Counter-Strike

เกมเมอร์อาจจะสงสัยไม่ใช่น้อยว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังเสียงพากย์วิทยุสื่อสารใน Counter-Strike และเสียงประกาศ “Counter Terrorist Win” กับ “Terrorist wins” กันแน่ ? ซึ่งเราสามารถให้คำตอบได้ว่าเขาคนนั้นก็คือ Cliffe หนึ่งในนักพัฒนาม็อดเกมต้นฉบับนั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม ในเกม Counter-Strike Global Offensive ซึ่งเป็น CS ภาคล่าสุด เสียงพากย์ในวิทยุสื่อสารได้ถูกทดแทนเป็นเสียงเวอร์ชันใหม่ เพื่อให้ตัวเกมดูมีความทันสมัย และมีการสื่อสารที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

Counter-Strike เคยมีแผนนำรถยนต์เข้ามาในเกม

สมัยที่ Counter-Strike ยังเป็นม็อดของเกม Half-Life ทาง Gooseman และ Cliffe เคยวางแผนสร้างรถยนต์ที่สามารถขับขี่ได้ ซึ่งนักพัฒนาทั้งสองก็ได้พัฒนาระบบขับรถยนต์เสร็จสิ้น แล้วนำรถยนต์เข้าในเกมเวอร์ชัน Beta 7.0 ให้ผู้เล่นได้ลองขับกัน

แต่เวลาต่อมาไม่นาน นักพัฒนาม็อดได้ตัดสินใจนำระบบขับรถออกจากเกมในที่สุด โดยให้เหตุผลว่าทำให้บรรยากาศการแข่งขัน competitive ถูกลดทอนลง และอาจทำให้เกมเสียสมดุลกับไม่แฟร์ได้ง่าย ๆ

Valve มักใช้ทีมงาน Outsource ร่วมสร้างเกม Counter-Strike

ถึงแม้ Valve จะซื้อลิขสิทธิ์เกม Counter-Strike อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อนำเกมดังกล่าวไปพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น แต่ทว่าพวกเขาไม่เคยนำทีมทั้งทีมมาสร้างเกม Counter-Strike อย่างเต็มกำลังแม้แต่ภาคเดียว

Valve มักจะร่วมมือกับทีมงานพัฒนาเกมอิสระ หรือ Outsource เพื่อช่วยพัฒนาเกม Counter-Strike ทุกภาค หรือแม้แต่เกมภาคล่าสุดอย่าง Global Offensive ก็ได้ทีมงาน Hidden Path Entertainment มาร่วมสร้างเกมกับพนักงาน Valve บางส่วน

Counter-Strike เคยมีเวอร์ชันเกมตู้ด้วยนะ

เกมเมอร์หลายคนอาจจะเข้าใจว่า Counter-Strike เป็นเกม FPS ที่มีเฉพาะในระบบ PC เท่านั้น แต่ความจริงแล้ว เกมดังกล่าวก็มีเวอร์ชันเกมตู้ที่พัฒนาโดยทีมงาน Namco (ปัจจุบันคือ Bandai Namco) ซึ่งเปิดตัวในร้านเกมเซนเตอร์ครั้งแรกในปี 2005 เฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

Counter-Strike เวอร์ชันเกมตู้เรียกว่า Counter-Strike Neo ซึ่งแม้ระบบเกมเพลย์จะคล้ายกับตัวเกมต้นฉบับ แต่การนำเสนอกับฉากบรรยากาศได้ถูกเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเกมธีมอวกาศ ไซเบอร์ และนีโอโตเกียวแทน

ชื่อ Counter-Strike ได้รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์ทีวี

kinopoisk.ru

ในระหว่างการพัฒนาม็อด Counter-Strike นักพัฒนาม็อดทั้งสองคนได้มีการระดมสมอง เพื่อเลือกชื่อเกมระหว่าง Counter Terror, Counter-Terrorism, Strike Force, Frag Heads, Terrorist Wars, Terror Force และ Counter Force

จนกระทั่ง Gooseman สามารถนึกถึงชื่อซีรีส์ทีวีสัญชาติแคนาดาเรื่องโปรดเรื่องหนึ่ง เป็นซีรีส์แนวอาชญากรรม และต่อต้านการก่อการร้าย โดยซีรีส์ดังกล่าวมีชื่อว่า “Counter Strike” ซึ่งทำให้นักพัฒนาม็อดตัดสินใจใช้ชื่อเกมว่า Counter-Strike โดยให้ความเห็นว่ามันดูเท่ รวมถึงเหมาะกับธีมของเกมเป็นอย่างมาก

โหมด Bomb ไม่ได้เริ่มมีมาตั้งแต่แรก

โหมดวางบอมบ์ ถือเป็นโหมดเอกลักษณ์ของเกม Counter-Strike ที่ได้เขย่าวงการเกมแนว Competitive ทั่วโลก จนทำให้เกม FPS หลายเกมได้รับแรงบันดาลจากโหมดดังกล่าวจนถึงทุกวันนี้

แต่เกมเมอร์อาจไม่รู้มาก่อนว่าโหมดดังกล่าวนั้น ไม่ได้มีมาตั้งแต่เกมเวอร์ชัน 1.0 แต่เพิ่งเพิ่มมาในเกมเวอร์ชัน 4.0 แล้วโหมดดังกล่าวก็ได้รับความนิยมแซงหน้าโหมดช่วยเหลือตัวประกันในชั่วข้ามคืน นอกจากนี้ โหมดวางบอมบ์ในรูปแบบดั้งเดิมจะสามารถวางระเบิดตรงจุดที่ไหนก็ได้ แต่ต่อมา ทีมงานได้มีการอัปเดตให้สามารถวางบอมบ์เฉพาะในจุด A กับจุด B เท่านั้น

แหล่งอ้างอิง: 10 Behind-The-Scenes Facts You Never Knew About Counter-Strike

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close