8 เกม LAN เคยยอดนิยมในไทย ที่เดินผ่านร้านเกมร้านไหนก็ต้องเห็น

ย้อนกลับไปช่วงต้นปี 2000 หรือยุคที่เครื่อง PC ยังไม่สามารถเข้าถึงเกมเมอร์ชาวไทยอย่างทั่วถึง ผู้เล่นหลายคนมักใช้เวลาว่างเสาร์-อาทิตย์กับการแวะร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ หรือหลายคนเรียกติดปากกันว่า “ร้านเกม” ตามห้างสรรพสินค้าหรือข้างถนน เพื่อเล่นเกมโปรดประจำตัว

ซึ่งแน่นอนว่าในอดีต อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ยังคงเป็นสถานที่ที่จำเป็นสำหรับเกมเมอร์ชาวไทย เพราะมันเป็นแหล่งสังคมรวมคนเล่นเกมที่มักจะมีการนัดล่วงหน้า เพื่อเล่นเกมผ่านระบบ LAN ด้วยกันเป็นประจำ ซึ่งนี่คือ 7 เกม LAN เคยยอดนิยมในไทย ที่เดินผ่านร้านเกมร้านไหนก็ต้องเห็น แล้วจะมีเกมอะไรบ้าง ก็สามารถรับชมได้เลย

Call of Duty 4: Modern Warfare

Call of Duty 4: Modern Warfare เป็นเกมภาคแรกของตระกูล CoD ที่เปลี่ยนธีมจากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 กลายเป็นสงครามยุคปัจจุบัน พร้อมนำเสนอระบบความคืบหน้าและคอนเทนต์แบบใหม่ในโหมด Multiplayer ทำให้เกมดังกล่าวได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากภาคสามอย่างรวดเร็ว

เนื่องจาก Call of Duty 4: Modern Warfare ใช้ระบบ Dedicated Server ที่ผู้เล่นสามารถใช้บริการเช่าเซิร์ฟเวอร์เพื่อเปิดห้องเกมของตัวเองได้ เกมดังกล่าวจึงมีเซิร์ฟเวอร์ให้เลือกเล่นมากมายทั้งในโซนไทย และโซนประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ เป็นต้น

ใน Multiplayer ของ Call of Duty 4 มีโหมดเกมให้เลือกเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Free-For-All (Deathmatch แบบคนเดียว) , Team Deathmatch และ Search and Destroy และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเกมเมอร์สามารถกระโดดเข้าไปในเกมได้ทันที ด้วยการเพียงแค่กดขอเข้าร่วมเซิร์ฟเวอร์ แล้วนอกจากนี้ ตัวเกมยังมีระบบความคืบหน้าต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้เล่นหลายคนต้องเสพติดเกมนี้ จนไม่สามารถลุกออกจากหน้าจอมอนิเตอร์เลยทีเดียว

Left 4 Dead

หนึ่งในปัญหาโลกแตกที่เกมเมอร์ชาวร้านเน็ตต้องเผชิญหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือจำนวนผู้เล่นในร้านเกมน้อยเกินไปจนไม่สามารถเริ่มเล่นโหมด Multiplayer ผ่านระบบ LAN ได้

Left 4 Dead จึงกลายเป็นหนึ่งในเกมของ Valve ที่ได้รับความนิยมอย่างมากตามร้านเกมหลายแห่ง เนื่องจากเกมดังกล่าวเป็นแนว CO-OP ที่ต้องการผู้เล่นสูงสุดเพียง 4 คน และมันเป็นเกมตะลุยดงซอมบี้ที่ทั้งสนุกสนานกับมีความท้าทายที่สมดุลในเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้ เกมดังกล่าวมีโหมด Versus หรือโหมดปะทะ 4v4 ที่เพลเยอร์ฝั่งหนึ่งต้องรับบทเป็นผู้เอาตัวชีวิตรอด ส่วนเพลเยอร์อีกหนึ่งฝั่งต้องรับบทเป็นคนติดเชื้อแบบพิเศษที่ต้องขัดขวางเหล่า Survival ทุกวิถีทาง ทำให้ Left 4 Dead เป็นเกมเหมาะสำหรับการเล่นผ่านระบบ LAN ทั้งโหมด CO-OP และ Versus อย่างยิ่ง

Battlefied 2

ถ้าหากพูดถึงเกม FPS Multiplayer ที่สามารถรองรับผู้เล่นได้หลายคน รวมถึงมีแผนที่สเกลใหญ่มาก ๆ อย่างไรก็ไม่มีทางหนีพ้น Battlefield 2

Battlefield 2 เป็นเกม FPS สามารถรองรับผู้เล่นได้สูงสุด 64 คน รวมถึงมีทหารคลาสต่าง ๆ ให้เลือกเล่น โดยแต่ละคลาสนั้นจะมีความสามารถพิเศษและประเภทอาวุธปืนที่ใช้แตกต่างกัน นอกจากนี้ ในสนามรบมียานพาหนะต่าง ๆ ให้เลือกขับมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรถถัง, รถ Jeep, เรือเร็ว, เฮลิคอปเตอร์รบ และเครื่องบินรบ

แม้ Battlefield 2 มีระบบต่าง ๆ เยอะแยะมากมาย แต่ตัวเกมกลับเล่นง่ายอย่างน่าประหลาด รวมถึงตัวเกมทวีความสนุกยิ่งขึ้นหากมีเพื่อนร่วมเล่นด้วย เนื่องจากเหตุผลดังกล่าว ทำให้ตัวเกมได้รับความนิยมในร้านเกมอย่างไม่ต้องสงสัย

Team Fortress 2

Team Fortress 2 เป็นเกม FPS Multiplayer ยอดเยี่ยมตลอดกาลของค่าย Valve ที่แม้ตัวเกมไม่มีการอัปเดตใหญ่มาค่อนข้างหลายปีแล้ว แต่เนื่องจากฐานแฟนที่ยังคงเหนียวแน่นเหมือนเดิม และยังเปิดให้บริการ Free 2 Play จนถึงทุกวันนี้ ทำให้เกมดังกล่าวก็ยังคงขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในเกมที่มียอดผู้เล่นเยอะสุดใน Steam ทุกเดือน

ใน Team Fortress 2 มีโหมดเกม Payload, Capture the Flag, Control Point, Arena, King of the Hill และอื่น ๆ อีกมากมายที่ผู้เล่นสามารถเลือกเล่น (หรือตัวเกมเลือกสุ่มแผนที่ให้) ตามใจชอบ เนื่องจากเกมดังกล่าวเปิดให้เล่นฟรี มีแผนที่เยอะ คลาสแต่ละคลาสมีความสามารถหลากหลาย รวมถึงตัวเกมมีความแฟร์ ไม่ใช่เกม Pay 2 Win (ใครเติมเงินเยอะ คนนั้นได้เปรียบกว่า) ทำให้ TF2 ได้ความนิยมในร้านเกมบางแห่ง ทั้งการเล่นผ่านระบบ LAN และผ่านห้องเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

DotA

สำหรับคนที่ไม่รู้จัก DotA เป็นม็อดสำหรับเกม Warcraft III ที่เปลี่ยนจากเกมแนววางแผนเรียลไทม์ กลายเป็นเกม MOBA (Multiplayer Online Battle Arena) ซึ่งเกมดังกล่าวได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในม็อดที่เปลี่ยนวงการเกมไปตลอดกาล

เนื่องจาก DotA มีกระแสตอบรับดีเยี่ยมจากเหล่าเกมเมอร์ ด้วยระบบเกมเพลย์เน้นทีมเวิร์ค และตัวละครทุกคนมีความสามารถแตกต่างกัน เหล่าผู้เล่นชาวไทยหลายคนจึงแนะนำเกมนี้ผ่านช่องทางเว็บบอร์ดเกมหรือปากต่อปากจนกลายเป็นกระแสโด่งดัง แล้วเกมนี้ก็เริ่มเป็นที่นิยมตามร้านอินเทอร์เน็ตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

Red Alert 2

Red Alert 2

ย้อนกลับไปช่วงปลายปี 1990 ถึงต้นปี 2000 ซึ่งเป็นยุคทองของเกมแนววางแผนเรียลไทม์ ร้านเกมหลายแห่งได้มีการติดตั้ง Red Alert 2 ไว้ในเครื่อง PC สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการท้าประลองผู้เล่นด้านการวางแผนกลยุทธ์ มากกว่าการท้าทายประลองด้านความไหวพริบหรือฝีมือในเกม FPS

Red Alert 2 คือเกม RTS คลาสสิกที่ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นเกมที่เล่นสนุกสนานเหมือนเดิม ด้วยระบบเกมเพลย์ที่เล่นง่าย ทั้งฝ่ายสัมพันธมิตรและโซเวียตมีข้อเสียเปรียบกับได้เปรียบแตกต่างกัน รวมถึงภาพกราฟิกเป็นมิตรสำหรับเครื่อง PC ที่มีสเปกต่ำในยุคนั้น เกมดังกล่าวจึงเป็นที่ถูกอกถูกใจสำหรับคอเกมแนววางแผน นิยมไม่แพ้เกม Starcraft และ Warcraft เลย

Counter-Strike 1.6

Counter Strike 1.6

หากพูดถึงเกมระดับตำนานที่เคยได้รับความนิยมในร้านเกม อย่างไรก็ไม่มีทางหนีพ้น Counter-Strike 1.6 เกมแนว Competitive FPS ที่กลุ่มผู้เล่นชาวไทยหลายกลุ่ม ต้องเคยนัดรวมตัวกันเพื่อเล่นเกมดังกล่าวในร้านเกมมาแล้วสักครั้งหนึ่งในชีวิต

เนื่องจาก Counter-Strike 1.6 เป็นเกม FPS Competitive ที่ต้องพูดคุยสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมตลอดเวลา ฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเท่าไหร่นักที่ยุคสมัยเครื่อง PC ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ทุกคน ผู้เล่นหลายคนมักมีการโทรศัพท์รวมตัวกันหน้าร้านเกมช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อเล่นเกมดังกล่าวร่วมกันผ่านระบบ LAN โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ Counter-Strike 1.6 มีกฎเกมการเล่นที่ค่อนข้างเข้าถึงง่ายไม่ซับซ้อนจนเกินไป แต่ผู้เล่นยังจำเป็นต้องใช้เวลาฝึกฝนเป็นเวลานานมาก เพื่อฝีมือการเล่นเกมของตัวเองได้ขึ้นเป็นระดับ “เทพ” สามารถปลิดชีพศัตรูได้แบบพริบตาเพียงมองเห็นเป้าหมายไม่ถึง 3 วินาที ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้ CS 1.6 เป็นเกม FPS ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในร้านเกม

Half-Life

Half-Life

แม้ Counter-Strike เป็นราชาเกมร้านเน็ตของยุคต้นปี 2000 แต่แน่นอนว่าเพราะเกมดังกล่าวได้รับความนิยมและมีการแข่งขันสูงมาก ก็ทำให้ผู้เล่น CS หน้าใหม่แทบไม่สามารถต่อกรกับเพลเยอร์ที่มีฝีมือการเล่นมานานหรือโปรเพลเยอร์ได้

เหตุผลดังกล่าว เกมเมอร์บางคนจึงชื่นชอบการเล่น Half-Life มากกว่า Counter-Strike ในร้านเน็ต เนื่องจากโหมด Multiplayer ของ Half-Life สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า ลักษณะเกมเพลย์เร็วกว่ามาก และตัวเกมมีโหมดเกมเดียว ก็คือการกำจัดเพลเยอร์ให้ได้มากที่สุดจนกว่าเวลาการแข่งขันจะสิ้นสุดลง ทำให้โหมด Multiplayer ของ Half-Life เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แถมสนุกสุดเหวี่ยงตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้าเกมจนถึงวินาทีสุดท้าย

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง