8 เกมสยองขวัญที่สร้างภาพจำฝันร้ายในวัยเด็ก

วัยเด็ก คือวัยที่เรายังไม่ประสีประสา และมักจะเป็นวัยที่เราจดจำอะไร ๆ ได้แม่นยำที่สุด ในเรื่องของเกมก็เช่นกัน ถ้าเกมไหนสนุก เราก็จะมีภาพจำของมัน แต่ถ้ามันน่ากลัวแบบสุด ๆ ก็จะเป็นภาพจำและประสบการณ์ที่ยากที่จะลืมได้ และในยุค PlayStation 1 ก็มีหลากหลายเกมเลยทีเดียวที่สร้างภาพจำฝันร้ายให้กับเรา ๆ และจะมีเกมอะไรบ้าง ตรงกับที่พวกท่านคิดไว้หรือไม่ ลองมาอ่านบทความนี้กัน

1.Overblood

ผลงานเกมของ Riverhillsoft แถมยังจัดจำหน่ายโดย EA เสียด้วย เกมนี้ยังถูกจดจำในฐานะเกมสยองขวัญเกมแรกที่ใช้เทคโนโลยี 3 มิติในการผลิตและออกแบบงานสร้าง เราจะได้รับบทเป็นตัวเอกชื่อ Raz Karcy และมุกอันซ้ำซากที่ใช้กันมาตั้งแต่ยุคก่อนคือ ตื่นขึ้นมาแล้วไร้ความทรงจำในตู้แช่แข็ง และมีเรื่องให้ต้องหนีตายพร้อมกับปะติดปะต่อเหตุการณ์เศษเสี้ยวความทรงจำของเราให้ได้ โดยตัวเกมขึ้นชื่อในฐานะปริศนาและความท้าทายที่กดดัน แข่งกับเวลา และบรรยากาศอันน่าจดจำของห้องแช่เย็น รวมไปถึงความที่เกมเป็นเกมแรก ๆ ที่ใช้เทคโนโลยี 3 มิติ ด้วย ใครเล่นช่วงวัยเด็ก ต้องมีจำมาจนโตกันบ้าง

2.D

ชื่อเกมสั้น ๆ เพียงตัวอักษรเดียว แต่กลับตราตรึงอยู่ในใจเกมเมอร์ยุคก่อน สำหรับ D ซึ่งนี่อาจจะเป็นเกมแรก ๆ ที่มีรูปแบบการนำเสนอคล้าย ๆ กับเกมกึ่งภาพยนตร์ โดยมีระบบ Interactive และได้แรงบันดาลใจมาจากเกม Night Trap โดยในเกมนี้เราจะรับบทเป็นศิลปินสาว ลอร่า แฮร์ริส ที่ต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาลเพื่อสืบสวนว่าพ่อของเธอก่อคดีฆาตกรรมและสร้างความหวาดกลัว แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาล มันก็กลับกลายเป็นวังขนาดใหญ่ และที่ทำให้มันตราตรึงได้มากขนาดนี้ เพราะความยาก และกดดันของเกม คือ เราจะต้องเล่นเกมนี้ให้จบภายใน 2 ชั่วโมง และห้ามเซฟเกมด้วย ใครเคยเล่นรับรองว่าต้องกดดัน และทึ่งกับระบบของเกมมาจนทุกวันนี้ เพราะไม่ค่อยมีเกมไหนกล้าทำขนาดนี้แน่นอน

3.Alone in the Dark: The New Nightmare

แม้ว่าเกมนี้จะข้ามมาลงให้ PlayStation 2 ด้วย แต่คนส่วนมากอาจจดจำนี้กับเกมเวอร์ชั่น PlayStation 1 เรื่องราวของ Charls Fiske เพื่อนสนิทของ Edward Carnby ถูกพบเป็นศพอยู่ที่ชายฝั่ง Shadow Island ทำให้ Carnby ต้องสืบหาต้นตอสาเหตุที่ทำให้เพื่อนของเขาต้องตาย ด้วยความที่เกมนี้มีจุดที่เป็นแสงสว่างน้อยมาก สมกับชื่อเกม Alone in the Dark ในการเล่นเกมทุกฉากเราจะต้องอาศัยไฟฉาย ไม่ใช่แค่สร้างแสงสว่าง แต่ต้องใช้ในการระบุเบาะแสสำคัญที่ซ่อนอยู่ในความมืด เกมเมอร์วัยเด็กที่เล่นเกมนี้อาจฝังใจถึงขั้นต้องมีไฟฉายติดตัวเอาไว้เลย และที่อาจจะเป็นฝันร้ายสุด ๆ กว่านั้นก็คือ เกมภาคนี้ถูก Uwe Boll ผู้กำกับฉายาจอมห่วยของวงการที่ชอบหยิบเกมไปทำเป็นหนัง แล้วก็พังทุกเรื่อง นี่ล่ะ อาจจะเป็น New Nightmare ของจริง ทั้งจากคนเล่น และทั้งตัวเกมเอง

4.Parasite Eve

ในทุกบทความที่เกี่ยวกับเกมสยองขวัญ หรือเกมที่เราอยากให้นำมารีเมค รีมาสเตอร์ มักจะมี Parasite Eve อยู่ด้วย นี่แทบจะเป็นเกมแรก ๆ ที่มีการผสมรวมกันระหว่างความเป็นเกม RPG และความ Horror และด้วยความที่รูปแบบและโลกของเกมไปคล้ายคลึงกับซีรีส์ชื่อดังในช่วงนั้นอย่าง The X-Files นอกจากเกมเพลย์ที่น่าจดจำแล้ว รูปแบบการเล่น ความสยองขวัญของศัตรูที่ออกแบบมาได้อย่างยอดเยี่ยม ผสมเข้ากับความสนุก ทำให้ Parasite Eve อาจจะเป็นอีกเกมที่เหล่าศัตรูทำให้คุณจดจำเกมนี้ได้ขึ้นใจไม่มีวันลืม

5.Clock Tower

เกมสยองขวัญสุดคลาสสิกของเครื่อง PlayStation 1 และนี่เป็นภาคต่อของเกมรุ่นดั้งเดิมด้วย โดยเราจะได้รับบทเป็นเจนนิเฟอร์ ซิมป์สัน และนี่เป็นเกมสยองขวัญรุ่นแรก ๆ แบบ Point & Click ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยเราจะต้องทำการไขปริศนาและช่วงหลบหนี ซึ่งช่วงหลบหนีนี่แหละที่อาจทำให้แฟนเกมหลายคนจดจำมันได้ขึ้นใจในช่วงวัยเด็ก เพราะศัตรูที่หลากหลาย ประสบการณ์การหนีตายและไล่ล่า แม้ว่าภาพของเกมอาจจะดูไม่สมจริง ในยุคนี้ แต่สำหรับยุคเก่านั้น Clock Tower คืออีกหนึ่งเกมที่โด่งดังมาก และดังมาจนทุกวันนี้ด้วย

6.Dino Crisis

ไดโนเสาร์ คือสัตว์ที่สร้างความสยองขวัญให้กับเรามาอย่างยาวนาน ในสื่อรูปแบบต่าง ๆ ที่ถูกตีความนำเสนอออกมา และ Dino Crisis คือหนึ่งในนั้น ด้วยความที่มันทั้งตัวโต ดุร้าย น่ากลัว และพร้อมจะฉีกกระชากอะไรก็ตามให้ขาดเป็นชิ้น ๆ ไม่ต้องถึงกับเกม เอาแค่ไดโนเสาร์ก็อาจทำให้ใครหลายคนกลัวแล้ว และ Dino Crisis ก็ตอกย้ำตรงจุดนั้นออกมาได้ดีมาก ในยุคนั้น Resident Evil กำลังประสบความสำเร็จ ผู้เล่นจะเจอแต่ศัตรูที่เชื่องช้า แต่น่ากลัว อย่างพวกซอมบี้ แต่พอมาเป็น Dino Crisis ที่ศัตรูกลายเป็นไดโนเสาร์ที่พร้อมจะฆ่าเราทุกเมื่อ แถมยังรวดเร็ว ทรงพลัง แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้มันกลายเป็นความทรงจำสุดโหดในวัยเด็กได้แล้ว

7.Resident Evil 3: Nemesis

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหลายคนจะตราตรึงกับเกมนี้มากขนาดไหน ลำพังแค่ชื่อ Resident Evil ก็เป็นเกมสยองขวัญชั้นแนวหน้าอยู่แล้ว แต่ภาค 3 นี่คือภาคในตำนานที่หลายยกย่องให้ว่าคือที่สุดของฝันร้ายในวัยเด็ก สาเหตุก็ไม่ใช่ใครอื่น นั่นคือศัตรูประจำภาคอย่าง Nemesis นั่นเอง เพราะมันจะไล่ล่าผู้เล่นตลอดทั้งเกม ชนิดที่ว่าหลายคนจดจำเจ้า Nemesis นี้ได้ยิ่งกว่าตัวละครหลักของเกมอย่าง Jill และ Carlos ซะอีก น่าเสียดายที่เวอร์ชั่นรีเมคนั้น ทำออกมาได้ไม่ถึงใจพอเท่ากับต้นฉบับ แต่ถ้าเชื่อว่าแฟน ๆ Resident Evil ยกให้ภาค 3 นี้นี่แหละ เป็นภาคที่ทั้งน่าจดจำและน่ากลัวที่สุด

8.Silent Hill

มี Resident Evil แล้วจะขาดคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Silent Hill ไปไม่ได้ ด้วยเรื่องราวที่ลี้ลับ เหนือธรรมชาติ ต่างจากทาง Resident Evil อย่างชัดเจน และด้วยความแตกต่างที่ชัดเจนนี้ ทำให้เกมมีเอกลักษณ์และโด่งดังไม่แพ้กันเลย และวิธีการเล่าเรื่องที่เหมือนกับหนังสยองขวัญ กราฟิกที่น่ากลัว (ในยุคนั้น) ทั้งฉากนอกเมือง และฉากในเมือง ทำให้ Silent Hill กลายเป็นอีกหนึ่งในเกมสุดสยองขวัญ และสร้างความทรงจำอันน่าประทับใจไว้ให้วัยเด็กของใครหลายคน

 

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close