8 เกมภาคต่อที่ขัดใจแฟนคลับและผู้เล่นหน้าเก่าอย่างแรง

วิดีโอเกม ยิ่งอยู่นาน ยิ่งหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมันเป็นแฟรนไชส์ชื่อดัง การจะทำภาคต่อออกมาเรื่อย ๆ โดยต้องรักษาฐานแฟนคลับเดิมเอาไว้นั้น แทบจะเป็นเรื่องยากไม่แพ้การทำให้เกมเพลย์สนุก น่าสนใจเลยทีเดียว และในอดีตที่ผ่านมา มีอยู่หลายเกมเลยทีเดียว ที่เกมเหล่านี้ ยิง่ทำภาคต่อออกมา ยิ่งขัดใจแฟนคลับและผู้เล่นหน้าเก่าอย่างแรง ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวมบางส่วนบางเกมมาให้ดูกันว่าจะมีเกมอะไรบ้าง และแน่นอนว่า ขัดใจแฟนคลับและผู้เล่นหน้าเก่ามากแค่ไหน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเกมมันแย่แต่อย่างใด

1. Dead Space 3

Dead Space ขึ้นชื่ออย่างมากเรื่องความเป็นเกมแอ็คชั่นสยองขวัญที่น่ากลัวระดับต้น ๆ แต่.. เฉพาะแค่ภาคแรกเท่านั้น เพราะหลังจากมีการปล่อยภาค 2 และภาค 3 ออกมา มันก็แทบจะโยนความสยองขวัญทิ้งไป จริง ๆ แล้วตัวเกม Dead Space นั้น สร้างขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Alien ของ Ridley Scott ทำให้มันกลายเป็นเกมสยองขวัญตัวใหม่ที่กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และเป็นหนึ่งในไม่กี่เกมที่ทำให้ชายแมน ๆ ยังต้องร้องกรี๊ดจนเสียงหลงจากความน่ากลัวของเกม

ในภาค 2 นั้นเกมยังคงความสยองขวัญเอาไว้บ้าง ทำให้แฟน ๆ ยังไม่ค่อยจะขัดใจเท่าไร แต่ภาค 3 นั้น แทบจะกลายเป็นเกมแอ็คชั่นเดินหน้าลุย แถมตัวเกมยังใส่ระบบ Co-op เข้ามาอีกด้วย ความน่ากลัวจึงหายไปโดยสิ้นเชิง และทำให้แฟน ๆ หน้าเก่าที่ตามมาตั้งแต่ภาคแรกไม่ค่อยจะโอเคเท่าไร งานนี้ต้องมาดูกันว่า Dead Space Remake ที่กำลังจะมาถึงในเร็ว ๆ นี้ จะดึงความน่ากลัวขนหัวลุกได้ดีเท่าภาคแรกหรือไม่

2. DMC: Devil May Cry

ในซีรีส์ Devil May Cry ภาคที่เรียกได้ว่าแปลกแยกแตกต่างกว่าชาวบ้าน และยังเป็นที่พูดถึงอยู่จนทุกวันนี้ด้วย หลายคนมักจะเรียกหรือแซว Devil May Cry ภาคนี้ว่า ดันเต้ขี้ยา จริง ๆ แล้วเกมนี้ไม่ใช่เกมที่แย่ มันคืออีกหนึ่งภาคที่ยอดเยี่ยมมาก แต่การออกแบบตัวละครหลักอย่างดันเต้นั้น ขัดใจแฟนเกมอย่างมาก แน่นอนว่ามันถูกแฟน ๆ รุมสับจนเละ ซึ่งตอนนั้นทาง Ninja Theory ผู้สร้างเกมภาคนี้ก็ออกมาบอกว่า มันคือความต้องการของทาง Capcom เองต่างหาก แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มันทำให้คนที่ไม่สนใจ หรือไม่รู้จัก Devil May Cry มาก่อน หันมาสนใจเกมนี้กันเป็นจำนวนมากตามเป้าหมาย แต่ก็นั่นแหละ ขัดใจฐานแฟนเกมภาคเก่า ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

3. Fallout 3

จะมีกี่คนที่รู้ว่าจริง ๆ แล้ว Fallout สองภาคแรกนั้น มันคือเกม Hardcore RPG แถมยังต้องเล่นแบบ Turn Base ด้วย และมันยังมาด้วยบทสนทนาอีกจำนวนมาก ชนิดที่เล่นกันไม่หวาดไม่ไหว แต่พอมาถึงในภาค 3 ตัวเกมก็กลายเป็นเกม Action FPS แบบ RPG แทน ซึ่งการทำแบบนี้ทำให้เกมเข้าถึงได้ง่ายขึ้นมาก ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับซีรีส์เกมนี้ การเปิดตัว Fallout 3 ทำให้แฟน ๆ เสียงแตก และแบ่งออกเป็นสองกลุ่มนับตั้งแต่เปิดตัว แต่ท้ายที่สุด Fallout ภาคหลัง ๆ ก็กลายเป็นเกมที่พยายามจะเข้าถึงได้ทุกคน และไม่สนใจรูปแบบเดิม ๆ ที่ทำไว้ แม้จะยังมีระบบการโต้ตอบ การสนทนาและความเป็น RPG ที่ยังคงอิงตามรูปแบบเกมเดิมอยู่บ้างก็ตาม

4. Hitman: Absolution

HITMAN ภาคนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ชื่นชอบเกมนักฆ่าสักเท่าไร เนื่องจากทางผู้พัฒนา ต้องการให้ตัวเกมภาคนี้เป็นการ Soft Reboot เรื่องราวของซีรีส์ ปกติแล้วโลกของเกม HITMAN นั้น จะถูกนำเสนอด้วยฉาก และทางเลือกในการเข้าสังหารเป้าหมายที่หลากหลาย มีหลายวิธีเลยทีเดียวที่จะแสดงออกถึงความเป็นนักฆ่าระดับมืออาชีพในเกมนี้ แต่ภาคนี้ลกับขมวดทุกอย่างให้กลายเป็นเส้นตรง และไม่ค่อยมอบอิสรภาพให้แฟนเกมเท่าไรนัก ถึงแม้ว่าเกมจะโด่งดังมากขึ้นเพราะแฟน ๆ เริ่มเข้าถึงได้ แต่มันก็ขัดใจฐานผู้เล่นหน้าเก่า จนมันต้อง Soft Reboot กันอีกรอบ และมอบอิสระในการลอบสังหารให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ใน HITMAN ภาค 2016 นั่นเอง

5. DOOM 3

สำหรับคนที่ติดตาม GamingDose เชื่อว่าน้อยคนจริง ๆ ที่จะไม่รู้จักเกมที่มีชื่อว่า DOOM สำหรับตัวเกมต้นตำรับนั้น มันคือเกมเดินหน้ายิงแหลกแบบ Old School ที่กลับไปเล่นทุกวันนี้ก็ยังสนุก แต่เมื่อเดินทางมาถึงภาค 3 ตัวเกมกลับพยายามเปลี่ยนแนวทางให้มันไปทางสยองขวัญเอาชีวิตรอดมากกว่าจะเป็นการเดินหน้ายิง แน่นอนว่าแฟนเกมหลายคนถึงกับไปไม่เป็น เมื่อเกมถล่มปีศาจกลายมาเป็นเกมกึ่งสยองขวัญเอาตัวรอดไปซะอย่างนั้น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ตัวเกมเองก็กลับมาเป็นตัวเองอย่างเต็มที่แถมดีขึ้นใน DOOM 2016 และยิ่งเจ๋งขึ้นไปอีกใน DOOM: Eternal

6. Sleeping Dogs: Triad Wars

จะบอกว่ามันเป็นภาคต่อก็ได้ไม่เต็มปาก แต่มันทำให้แฟนเกมเจ็บปวดที่สุด เพราะ Triad Wars คือสาเหตุหนึ่งของความล้มเหลวด้วยจนทำให้ United Front ต้องปิดตัวลงอย่างถาวรและทำให้ Sleeping Dogs 2 ที่ควรจะเกิดขึ้น ไม่ได้เกิดขึ้นจริงอีกต่อไป Triad Wars คือความพยายามที่จะสานต่อจักรวาลของเกม Sleeping Dogs โดยนำเอาเนื้อหาของแก๊งมาเฟียมาทำเป็นเกม MMORPG และยังจะเป็นเกม Exclusive PC ด้วย แน่นอนว่า Sleeping Dogs นั้น มีฐานแฟนเกมอยู่บนทุกเครื่อง ทำให้คนส่วนใหญ่เมินเกมนี้ทันที แถมการดัดแปลงเอาเกม Single Player เนื้อเรื่องเข้มข้น มาแปลงให้เป้นเกมออนไลน์ก็ทำให้ใครหลายคนผิดหวังกันถ้วนหน้า และไปไม่ถึงฝั่งฝัน รวมถึงแฟน Sleeping Dogs เองยิ่งเซ็งหนักกว่าเดิม เพราะอยากจะเห็นเกมภาค 2 แต่จุดจบก็เป็นอย่างที่เราได้เห็นกัน

7. Bomberman: Act Zero

Bomberman: Act Zero อาจจะเป็นภาคที่เปลี่ยนภาพจำของ Bomberman มากเกินไปหน่อย ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทาง KONAMI ถึงคิดว่าควรเปลี่ยนแปลงตัวละครแนวน่ารัก ๆ ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกคน ให้กลายเป็นตัวละครสุดเท่ แบบเป็นมนุษย์จริง ๆ และเปลี่ยนฉากหลังให้เป็นโลกในอนาคตที่ดูดาร์คและมีความเป็นไซไฟอย่างรุนแรง แฟนบอมเบอร์แมนมาเห็นนี่ยังไงก็เหวอแน่นอน เพราะไม่คิดว่ามันคือเกมบอมเบอร์แมน ไม่จำเป็นต้องบอกก็รู้ว่ามันขัดใจแฟนเกมขนาดไหน และทาง KONAMI เองก็ไม่ฝืนอีกต่อไป เพราะภาคถัดไปเขาก็กลับมาใช้การออกแบบ และตัวละครรูปแบบเดิม

8. Resident Evil 6

สำหรับอีกหนึ่งแฟนเกมที่ชาว GamingDose น่าจะรู้จักกันดีเช่นกัน และน่าจะรู้ด้วยว่า Resident Evil 6 นั้น เป็นอีกภาคที่ขัดใจแฟน ๆ หน้าเก่าอย่างรุนแรง แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เป็นเกมที่มียอดขายสูงมาก และแฟนเกมหลายคนก็ชื่นชอบซะด้วย สาเหตุเพราะมันไม่ได้เป็นเกมน่ากลัวเหมือนภาคแรก ๆ อีกต่อไป ทุกคนสามารถสนุกกับเกมนี้ได้ แต่สำหรับแฟนเกม Resident Evil ที่ตามกันมาตั้งแต่ภาคแรกนั้นอาจจะต้องกุมขมับ เพราะจากเกมสยองขวัญชื่อดังที่เน้นยาก เน้นระทึก กลายเป็นเกมแอ็คชั่นเดินหน้ายิงแหลก ชนิดที่ว่าถ้าไม่เห็นหน้าตัวละครเดิมก็ไม่นึกว่าจะชื่อ Resident Evil แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ตัวเกมมันขายดิบขายดี จนเราได้เห็นการหักดิบกลับไปเป็นเกมสยองขวัญอีกครั้งใน 2 ภาคถัดมาจนได้

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง