7 เกมไม่ปังแถมพังทั้งสตูดิโอ


แม้บางเกมจะมีคะแนนรีวิวที่ไม่ดี แต่เหล่าทีมงานมักได้รับโอกาสครั้งที่สองในการสร้างผลงานต่อไปเพื่อพัฒนาเกมให้ดียิ่งขึ้น แต่เกมพวกนี้ได้สร้างขึ้นมาเพื่อกำจัดสตูดิโอออกจากสารบบวงการเกมเนื่องจากทำยอดขายแย่เกินทน แล้วจะมีเกมอะไรบ้าง ? นี่คือ 7 เกมที่นอกจากเกมไม่ปังแล้ว แถมทำพังทั้งสตูดิโอด้วย

Tomb Raider: The Angel Of Darkness – Core Design

ใครจะอยากเชื่อว่าตำนานเกมนักผจญภัยหน้าอกเหลี่ยมยังมีภาคแย่ที่สุดอย่าง Tomb Raider: The Angel Of Darkness ซึ่งสร้างโดยทีมผู้พัฒนาเกม Tomb Raider มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1994-2003

คุณภาพโดยรวมของ Tomb Raider: The Angel Of Darkness เต็มไปด้วยปัญหาจุกจิกมากมายตั้งแต่การควบคุมตัวละครที่แข็งทื่อ, การออกแบบด่านมักง่าย และจำนวนบั๊กเยอะเกินกว่าจะให้อภัย ทำให้เหล่าสาวกให้ความคิดเห็นว่าเป็นเกม Tomb Raider คุณภาพแย่ที่สุดเท่าที่ทำมา

ทางตัวแทนจำหน่าย Eidos Interactive (ปัจจุบันคือ Square Enix) จึงตัดสินใจลงดาบ Core Design ด้วยการโยนซีรีส์ Tomb Raider ให้ทีมงาน Crystal Dynamics พัฒนาภาคต่อ แล้วปล่อยให้ทีม Core Design เฉาตายจนประกาศล้มละลายในปี 2010 แม้ฝ่ายทีมงาน Rebellion Developments จะเข้ามายื้อชีวิตทีมงานก็ตาม

HAZE – Free Radical Design

HazeHAZE เป็นหนึ่งเกม Exclusive – PlayStation 3 ที่หลายคนยกย่องว่าเป็น FPS ที่น่าผิดหวังที่สุด เพราะระบบการเล่นที่ไม่สุดสักทางและทีมงานโม้เยอะว่าจะเป็นเกมที่สามารถฆ่า Halo ได้

แต่เมื่อเกม HAZE ออกวางจำหน่ายวันแรก ตัวเกมกลับพบจุดบกพร่องมากมายตั้งแต่ความฉลาดของ A.I. ระดับ IQ 300 (ประชด), เนื้อเรื่องจืดชืดและไร้เป้าหมาย ทำให้ผู้เล่นหลายคนรู้สึกผิดหวังกับเกมดังกล่าว พร้อมทำลายความไฮป์จนยอดเกมขายทรุดตัวอย่างรวดเร็ว

หลังจากเกม HAZE วางขายได้ไม่นาน ทีมงาน Free Radical Design ก็ประกาศล้มละลายหลังจากประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก และถูกบริษัท Crytek ซื้อกิจการในเวลาต่อมา

Hellgate: London – Flagships Studio

Hellgate: Londonผู้เล่นหลายคนอาจคิดว่า Hellgate เป็นเกม RPG ที่มีชื่อเสียงมานานจนมีภาคต่อชื่อว่า London แต่ความจริงแล้ว Hellgate: London เป็นผลงานชิ้นแรกและชิ้นสุดท้ายของ Flagships Studio ที่ออกจำหน่ายเพียงไม่กี่วันก็พังพินาศทั้งสตูดิโอแล้ว

Hellgate: London เป็นเกม Hack and Slash RPG โดยผู้ให้กำเนิดซีรีส์ Diablo ซึ่งหลังจากเขาออกจาก Blizzard Entertainments ได้ไม่นาน เขาก็เริ่มคิดโปรเจกต์สร้างเกมดังกล่าวด้วยการติดต่อกับ EA และ Bandai Namco Games เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายเกมทั่วโลก และใช้เวลาพัฒนาเกมนานถึง 5 ปี

แต่ทว่ากระแส Hellgate: London ไม่ปังเท่าที่ควรเนื่องจากขาดการโปรโมตกับโฆษณาที่ดี ทำให้ Hellgate: London ขายได้เพียงเกือบ 1 ล้านชุด รวมถึง Flagships Studio เริ่มประสบปัญหาทางการเงินอย่างรวดเร็ว จนท้ายที่สุด หลังจากเกมออกจำหน่ายเพียง 10 เดือน ทีมงาน Flagships Studio ได้ประกาศปิดตัวลวงโดยไม่มีใครเหลียวแล

Overkill’s The Walking Dead – Starbreeze Studios

Overkill’s The Walking Deadเกมยุคปัจจุบัน พวกเราได้เห็นเกมระดับ AAA หลายเจ้าที่เปิดตัวไม่สวยงามอย่าง Anthem, Fallout 76 และอื่น ๆ อีกหลายเกม แต่ตอนนี้ Starbreeze Studios สตูดิโอเกมสัญชาติสวีเดน มีโอกาสถูกปิดตัวสูงมากเพราะการวางจำหน่าย Overkill’ s The Walking Dead ที่เปิดตัวได้เลวร้ายมาก

หลังจาก Overkill’ s The Walking Dead มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้านเรื่องคอนเทนต์ที่น้อยนิด, คุณภาพเกมไม่สมราคา ทำให้ทีมงานเริ่มมีปัญหาการเมืองภายใน Starbreeze Studios ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์จับกุมคนร้ายที่แฝงตัวในบริษัท, ตัวแทนจำหน่ายตัดความสัมพันธ์กับผู้ทีมสร้าง, CEO คนเก่าลาออกจากตำแหน่ง และหุ้นของทีมงานตกต่ำอย่างต่อเนื่อง

ความซวยซ้ำซวยซ้ำซ้อนของ Starbreeze Studios ทาง CEO คนล่าสุดจึงเริ่มทำนายว่าบริษัทอาจจะอยู่ได้ไม่ถึง 12 เดือน เนื่องจากไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งหมด ซึ่งทางทีมงาน GamingDose ก็ไม่อยากจะแช่งทีมผู้พัฒนา แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมคำทำนายของ CEO คนดังกล่าวมันช่างสมจริงซะเหลือเกิน

SimCity 2013 – Maxis

SimCitySimCity เป็นแฟรนไชส์เกมที่มีชื่อเสียงมานานเกือบเวลาสองทศวรรษในฐานะ “เจ้าพ่อเกมสร้างเมือง” แต่แล้วซีรีส์ SimCity ก็มาถึงจุดจบเพราะความผิดพลาดที่เหล่าทีมงานคาดไม่ถึง

แม้คะแนนรีวิว SimCity 2013 อยู่ระดับเกณฑ์ “ดี” แต่เนื่องจากเกมได้สร้างระบบป้องกันเจาะเถื่อนด้วยการบังคับให้เกมมอร์ต้องต่อออนไลน์ตลอดเวลาจึงทำให้เกมมีข้อจำกัดมากมาย ตั้งแต่การลดขนาดของแผ่นที่, ระบบการสร้างตึกราวบ้านช่องไม่ได้อรรถรสแบบ SimCity, การ Optimized ไม่ดีพอ และพบปัญหาเซิร์ฟเวอร์หลุดออกจากเกมตลอดเวลา

เหตุผลที่กล่าวมาทำให้แฟน ๆ SimCity หลายคนรู้สึกผิดหวังต่อเกมดังกล่าวแล้วหันกลับไปเล่นเกม Cities: Skylines หรือ SimCity 4 ที่มีคุณภาพดีกว่าทุกด้าน ถึงแม้ว่าทีมงาน Maxis จะพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ท้ายที่สุด EA ก็สั่งปิดสตูดิโอดังกล่าวไปอย่างน่าเสียดาย

God Hand – Clover Studio

God Handในบรรดาเกมที่กล่าวมาทั้งหมด God Hand จัดเป็นเกมที่น่าสงสารที่สุดเพราะเป็นเกมที่มีคุณภาพดีทั้งระบบการเล่นแบบสนุกเร้าใจและมีเนื้อหาตลกขำขันไม่ซ้ำเกมอื่น

แต่น่าเสียดายที่กระแสของเกมดังกล่าวเงียบเหงาเป็นอย่างมาก เกม God Hand สามารถทำยอดขายเพียง 48,280 แผ่นในสัปดาห์แรก และรวมทั้งหมด 60,000 แผ่นเท่านั้นในช่วงปลายปี 2006 ก็ต้องบอกเลยว่าสำหรับเกมดีที่มียอดขายแผ่นไม่ถึงหลักแสน ผู้เขียนยังรู้สึกเจ็บใจแทนผู้พัฒนาเกมจริง ๆ

เนื่องจากเกมขาดทุนอย่างสาหัส ทำให้ทีมงาน Clover Studio ของ Capcom จำเป็นต้องปิดตัวลงอย่างน่าเสียดายหลังจาก Atsushi Inaba, Hideki Kamiya กับ Shinji Mikami ลาออกจากบริษัทแล้วตั้งบริษัทใหม่เป็น PlatinumGames ที่พวกเรารู้จักจนถึงทุกวันนี้

E.T. – Atari

E.T.E.T. จัดว่าเป็นเกมแย่ระดับตำนานที่นอกจากจะฆ่าบริษัท Atari แล้ว ยังเป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของวิกฤตการณ์วิดีโอเกม 1983 ที่ทำให้บริษัทเกมหลายแห่งขาดทุนย่อยยับและจำเป็นต้องลาออกจากวงการเครื่องเกมคอนโซลไปตลอดกาล

สาเหตุที่ E.T. เป็นเกมที่สร้างบาดแผลลึกให้กับ Atari เพราะช่วงปี 1982 ภาพยนตร์ของ Steven Spielberg เรื่อง E.T. the Extra-Terrestrial กำลังโด่งดังมาก ทำให้ Atari สั่งเร่งให้ผู้พัฒนาสร้างเกม E.T ในระยะเวลา 5 สัปดาห์เท่านั้น

ผลลัพธ์เกมออกมาจึงทำให้คุณภาพเกม E.T. โดยรวมต่ำตมจนคะแนนรีวิวติดลบ ส่วนร้านขายเกมหลายเจ้าจำเป็นต้องยอมกัดฟันด้วยการลดราคาเกม E.T. ถึงขั้นแจกฟรีเพื่อล้างสต๊อก ซึ่งทำให้ Atari ขาดทุนอย่างมหาศาลถึง 536 ล้านเหรียญฯ และแทบไม่มีโอกาสสร้างเกมที่จะช่วยให้บริษัทได้ Comeback อีกเลย (สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับ E.T. และ Atari ฉบับเต็มได้ ที่นี่)