7 เกมแนว Metroidvania ยอดเยี่ยมแห่งยุคใหม่


Metroidvania คือการนิยามเกมแนว Action-Platformer ที่ผสมเอาจุดเด่นของเกมดังสองเกมอย่าง Metroid และ Castlevania: Symphony of The Night เข้าด้วยกัน กลายเป็นเกมที่มีการสำรวจฉากและค้นหาอาวุธและความสามารถใหม่ในการเข้าสู่พื้นที่ต่อไป ด้วยความสนุกจากการสำรวจอย่างเข้มข้นนี้ทำให้มีผู้ชื่นชอบเกมแนวนี้อย่างมาก แต่สำหรับคนที่อยากจะรู้ว่า มีเกม อะไรบ้างที่น่าเล่น วันนี้ทาง GamingDose จะมาขอแนะนำเกมแนว Metroidvania ที่ควรลิ้มลองในยุคใหม่นี้กันครับ

อนึ่ง ในบทความนี้จะเป็นการแนะนำเกมแนว Metroidvania ที่สามารถหาเล่นได้ง่าย และมีวางขายอยู่ในร้านค้าอย่าง Steam หรือ PSN ที่ถึงแม้บางเกมอาจจะเก่าไปหน่อย แต่ก็น่าหามาลองครับ (กดที่ชื่อเกมเพื่อเข้าสู่หน้าร้านค้า)

Bloodstained: Ritual of the Night

เริ่มกันที่เกม Metroidvania ที่สร้างความประทับใจให้กับแฟนเกมในขณะนี้กันก่อน กับการกลับมาของ Koji Igarashi ที่ถือได้ว่าเป็นผู้ให้กำเนิดซีรีส์ Castlevania ในแบบที่เรารู้จักกันดีมาจนถึงทุกวันนี้อย่าง Castlevania: Symphony of The Night ด้วยองค์ประกอบศิลป์ ระบบการเล่น และ Gimmick ต่าง ๆ ที่เต็มไปด้วยของเก่าน่าคิดถึง และของใหม่ที่ถูกปรับให้เข้ากับยุคสมัย กลายเป็นเกม Metroidvania ที่แฟน ๆ รุ่นเก่าและรุ่นใหม่สนุกได้เหมือนกัน สำหรับคนที่ชื่นชอบผลงานของผู้สร้าง Castlevania ฉบับดั้งเดิม นี่เป็นเกมที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

Hollow Knight

นี่คือผลงานเกมแนว Metroidvania ที่ทุกคนควรสัมผัสสักครั้งในชีวิต นอกจากจะมีงานศิลป์ที่น่ารักเป็นเอกลักษณ์แล้ว การออกแบบ Gameplay ก็ทำมาได้ดีเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต่อสู้กับศัตรูที่ต้องใช้ไหวพริบและความสามารถในการปราบราวกับเล่นเกมแนว Souls-Like ก็ไม่ปาน รวมไปถึงเนื้อเรื่องที่น่าติดตามและกินใจผู้เล่นอย่างสูง ทำให้ Hollow Knight เป็นเกมที่เรียกได้ว่าแผ่วถางหนทางใหม่ให้กับเกมแนว Metroidvania ให้สามารถยกระดับตัวเองได้สูงขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งด้วย ถ้าหากเป็นผู้ที่ชื่นชอบเกม Action แบบ Platformer แล้ว นี่คือเกมที่ห้ามพลาดเด็ดขาด

Dead Cells

นี่คือเกม Metroidvania ที่ผสมผสานความเป็นเกมแบบ Rouge Like ได้อย่างลงตัวที่สุดเกมหนึ่ง ผู้เล่นต้องมีประสาทตื่นตัวตลอดเวลาเพื่อปราบศัตรูและผสมผสานเทคนิคและอาวุธที่ตนเองใช้ให้มากที่สุด เพราะการพลาดเพียงนิดเดียวนั้นหมายถึงชีวิตเลยทีเดียว สำหรับผู้เล่นที่คิดว่าเกมแนว Metroidvania ทั่วไปนั้นจะไม่มีความท้าทายเหลืออยู่ในช่วงท้ายเกม Dead Cells จะทำให้คุณลืมคิดเรื่องนี้ไปได้เลย เพราะความท้าทายในการต่อสู้กับศัตรูนั้นเกิดขึ้นตลอดเวลาที่เราเก่งขึ้นเสมอ เรียกว่าใครชอบเกมยาก ๆ นี่คือเกมที่จะมาสนองตอบต่อความต้องการของคุณได้อย่างที่สุดเกมหนึ่งทีเดียว

Salt & Sanctuary

Dark Souls ถือเป็นเกมที่มีอิทธิพลต่อแนวเกมในปัจจุบันมากที่สุดเกมหนึ่ง จะด้วยความยากของเกมหรืองานศิลป์ก็ดี และ Salt & Sanctuary ก็เป็นเกมที่นำเอาความยากระดับสาปแช่งคนทำ รวมกับงานศิลป์ในสไตล์ยุโรปยุคกลางที่คุ้นตา มาหลอมรวมกลายเป็นเกม Metroidvania ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครและมีความท้าทายระดับสูงทะลุปรอท เอาง่าย ๆ แค่การที่ตัวเกมมีหน้าเมนูที่ไม่ยอมหยุดเกมให้ก็ถือได้ว่านรกแตกในระดับหนึ่งแล้ว แถมตัวของศัตรูเองก็มีความเก่งระดับโหดร้าย และกับดักที่ดักทางคนเล่นได้อย่างเจ็บแสบที่สุด แต่สำหรับคนที่อยากลองเล่นเกมแนว Souls Like ในแบบที่ต่างออกไป นี่คือตัวเลือกที่ดีมากอีกหนึ่งเกมครับ

Axiom Verge

ไม่น่าเชื่อว่านี่คือเกมที่มาจากฝีมือของผู้พัฒนาเพียงคนเดียวเท่านั้น และมันก็เป็นเกมที่เต็มไปด้วยความใส่ใจและมีรายละเอียดสูง แม้ในส่วนปลีกย่อยจะมีความแตกต่างจากเกม Metroidvania อื่น ๆ อยู่บ้าง แต่มันก็ชวนให้เรานึกถึงเกมต้นตำรับอย่าง Super Metroid ขึ้นมาได้เลย และด้วยงานศิลป์ที่ดูดิบเถื่อนน่าค้นหานั้น ทำให้ Axiom Verge เป็นเกมที่เสน่ห์ในแบบที่ไม่เหมือนใคร แถมเพลงประกอบยังน่าดึงดูดและไพเราะมากอีกด้วย

Guacamelee! Super Turbo Championship Edition

นี่เป็นเกม Metroidvania ที่แฟนมวยปล้ำสไตล์ Luchador ชื่นชอบกันอย่างแน่นอน กับการผสมผสานวัฒนธรรมเม็กซิกันเข้ากับ Gameplay สไตล์ Metroidvania ที่กลมกล่อม แถมยังออกแบบระบบต่อสู้ออกมาได้สนุกถึงใจ ที่สำคัญคือสามารถเล่นพร้อมกันได้ถึง 4 คนอีกด้วย แถมยังมีมุกจิกกัดเกมต่อสู้อีกหลายเกมที่หลายคนเห็นแล้วต้องรู้สึกหลงรักกันเลยทีเดียว และยังมีภาคต่อภาคแยกให้สนุกกันยาว ๆ ไม่มีหยุดอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

Ori and the Blind Forest: Definitive Edition

ถ้ามีคนบอกว่าวิดีโอเกมคืองานศิลปะ Ori and the Blind Forest ก็ถือเป็นผลงานระดับปรมาจารย์ ด้วยงามศิลป์และเนื้อเรื่องที่ถักทอร้อยเรียงออกมาอย่างประณีต รวมไปถึงการออกแบบฉากที่น่าทึ่ง หลอมรวมกลายเป็นความประทับใจในด้านเนื้อเรื่องและการนำเสนอที่สุดยอดที่สุดเกมหนึ่งแห่งยุค จึงไม่น่าแปลกใจที่ภาคต่ออย่าง Will of the Wisps จะมีคนรอคอยอยู่อย่างมากมาย และตัวเกมในเวอร์ชั่น Definitive นี้ก็ผลักดันความสวยงามของเกมขึ้นไปอีกระดับจนยากที่จะลืมเลือน จัดเป็นเกมที่ให้ผู้เล่นได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศผสมรวมกับ Gameplay ที่ลงตัวที่สุดเท่าที่เคยมีมาทีเดียวครับ