7 เกมที่มีฉากจบ Bad Ending อันเลวร้ายแต่ถ่ายทอดอารมณ์ได้ยอดเยี่ยม

สำหรับคนเล่นเกมทุกเกม ถ้าไม่ใช่สายดองก็ต้องเล่นไปจนถึงจุดจบของเกมนั้น ๆ บางเกมอาจจะจบแบบเดียว แต่การมี Multiple Ending หรือฉากจบหลายฉาก ก็ถือเป็นกระแสนิยมของผู้สร้างเกมสมัยนี้ จะจบดี หรือจบห่วย ก็อาจจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราเลือก หรือเล่นไปในระหว่างการเล่นเกม แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนจะอยากได้ฉากจบแย่หรือ Bad Ending แต่ก็มีอยู่หลายเกม ที่ถึงแม้มันจะจบแบบ Bad Ending แต่ฉากจบแบบนี้ถือว่าส่งผลกระทบต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้เล่นได้เป็นอย่างดี

และนี่คือ 7 เกมที่มีฉากจบ Bad Ending อันเลวร้าย แต่ถ่ายทอดอารมณ์มาถึงผู้เล่นได้อย่างดีเยี่ยม

1.Dishonored

เกมแนวลอบเร้นสุดระทึก และมีทางเลือกในการเล่นที่หลากหลายของ Bethesda และมีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับการล้างแค้น ในเกมนี้เน้นไปที่การลอบเร้นเสียเป็นส่วนใหญ่ ถ้าผู้เล่น เล่นแบบฆ่าคนน้อย ๆ หรือฆ่าบ้าง แต่ไม่ค่อยเกิดความโกลาหลขึ้น ก็จะได้รับตอนจบ Good Ending แต่ถ้าเราฆ่าไปเยอะมาก ๆ มันยังจะมีตอนจบแบบ Bad Ending และ Very Bad Ending เลวร้ายมาก ๆ อีกด้วย นั่นคือบ้านเมืองจะเต็มไปด้วยความวุ่นวายและโดนทำลาย ทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าทั้งหมดนี้ เกิดจากน้ำมือของผู้เล่นเอง

2.Bioshock 2

เกือบจะคล้ายกับ Dishonored เพราะ Bioshock 2 เอง จะได้ฉากจบดีหรือไม่ดี ล้วนขึ้นอยู่กับการกระทำของผู้เล่นเอง ในภาค 2 นี้หากเราเลือกที่จะดูดพลังจากเหล่า Little Sister ฉากจบของเกม และฉากจบที่มีมากมายหลายแบบ แต่แบบที่เลวร้ายที่สุด คือการเลือกที่จะดูดพลังหรือฆ่าเหล่า Little Sister ทุกคน ที่จะทำให้ Eleanor เรียนรู้จากเรา ว่าเราเป็นคนจิตใจดีหรือเหี้ยมโหดอำมหิต ถ้าจบแบบแย่สุด ๆ Eleanor ก็จะสังหาร Sofia Lamb และดูดกลืนตัวตนของเราเข้าไปโดยไม่สนว่าจะเต็มใจหรือไม่ จากนั้นเราก็ไม่รู้อีกเลยว่า Eleanor จะใช้พลังไปในทางที่ถูกที่ควรหรือเปล่า

3.Far Cry 3

Far Cry 3 ก็เป็นอีกเกมที่ถ้าเราเลือก Bad Ending ก็จะจบได้เลวร้ายสุด ๆ เช่นกัน ในช่วงที่เราได้รู้จักกับตัวละคร Citra จนไปถึงช่วงท้ายเกมที่เพื่อนของเราถูกจับไป ในช่วงท้าย เราสามารถเลือกได้ว่า จะหันหลังให้ Citra เพื่อช่วยเพื่อนเรา หรือจะฆ่าเพื่อนเราแล้วไปร่วมกับ Citra แทน ซึ่งถ้าเราเลือกอย่างหลัง เพื่อนเราก็จะตาย แถมตอนเราไปมีอะไร ๆ กับ Citra สุดท้ายเธอก็จะเอามีดปักเราตายอยู่ดี เรียกได้ว่าจบแบบย่ำแย่สุด ๆ ตายกันเกือบหมด สะเทือนอารมณ์คนเล่นยุคนั้นมาก ๆ ถ้าไปเลือกฉากจบแบบนี้

4.Sid Meier’s Civilization

เกมแนวบริหารจัดการสร้างเมืองที่มีหนทางชนะที่หลากหลายมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเอาชนะแบบทางการทูตโดยไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อเลยสักหยด หรือแม้แต่นำวัฒนธรรมของคุณไปให้ถึงจุดสูงสุดของมวลมนุษยชาติ แต่ถ้าคุณจะเลือกเข้าสู่โหมดเปิดวอร์ก็ทำได้เช่นกัน ด้วยการใช้กองกำลังและสรรพาวุธเอาชนะทั่วประเทศทั้งหมด และคุณก็จะจบเกมได้ในฐานะที่คุณเป็นผู้นำเผด็จการอย่างเต็มรูปแบบ พิสูจน์ได้ว่าคุณคือพวกนิยมความรุนแรงดี ๆ นี่เอง

5.Command & Conquer: Tiberian Sun

แม้จะเป็นเกมวางแผนกลยุทธ์ แต่ก็มีฉากจบชวนหดหู่อยู่ด้วย โดยเงื่อนไขในการเลือกเอาฉากจบแบบแย่ คือการที่เราจะต้องเล่นเป็นฝ่าย NOD และนำเอาแร่ Tiberian ไปใช้ ในฉากจบแบบนี้ เขาจะออกมาประกาศชัยชนะผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ ก่อนจะยิงขีปนาวุธดูดซับดาวเคราะห์ทั้งดวง และตามด้วยการโดนนิวเคลียร์อีกด้วย ตอนเล่นเองอาจจะสนุก แต่คิดดูเล่น ๆ ว่าในชีวิตจริง การเจออะไรแบบนี้นั้นไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ ๆ

6.Undertale

เกม RPG ที่มีระบบทางเลือกอันหลากหลาย แต่มีอยู่ฉากจบหนึ่งที่เลวร้ายไม่ใช่เล่น นั่นคือถ้าผู้เล่น เล่นมาแบบฆ่าแหลกลาญไม่ไว้ชีวิตใครเลย เกมจะพาคุณมาถึงตอนจบที่เรียกว่า Genocide Route Ending ตัวละครก็จะยอกย้อนถามคุณว่า มีความสุขมากสินะที่ได้เห็นเลเวล เงิน ค่าพลังเพิ่มขึ้นจากการฆ่าฟัน ทำเอาคนที่ชื่นชอบเกมแนว RPG ถึงกับจุกจนไปไม่เป็นเลยทีเดียว และมันแสดงให้เห็นว่าในโลกของเกม เรารักความรุนแรงเพียงใด

7.Star Wars: Knight of the Old Republic

เกมที่ว่าด้วยเส้นทางของความดี ความชั่วมาแต่แรก นั่นคือเจได และซิธ ใน Knight of the Old Republic คุณจะกำหนดชะตากรรมของตัวเองได้จากการกระทำต่าง ๆ ในเกม และหากคุณเลือกเส้นทางแห่งความชั่ว คุณก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะขึ้นเป็น Darth Vader คนต่อไป และนำกองกำลังเตรียมทำสงครามกับทั้งกาแลคซี่ และฆ่าล้างบางอย่างเหี้ยมโหด ซึ่งก็แล้วแต่ผู้เล่นเลยว่า อยากจะจบแบบเป็นอัศวินเจได หรือเดินหน้าเข้าสู่ด้านมืดแบบ Sith

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close