7 ภารกิจสุดโหดของ GTA ที่ทำให้ผู้เล่นหลายคนไม่สามารถไปต่อได้

ถึงแม้ซีรีส์ Grand Theft Auto เป็นเจ้าพ่อเกม Open World ที่เกมเมอร์เลือกจะไปไหนหรือทำอะไรก็ได้บนโลกสมมุติอย่าง “วิดีโอเกม” ซึ่งแน่นอนว่าระบบภารกิจของ GTA ก็มีความสำคัญอย่างการดำเนินเนื้อเรื่องและปลดล็อกฟีเจอร์อื่น ๆ ที่ทำให้เกมเพลย์มีความสนุกมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม บางภารกิจของ GTA ก็สามารถทำให้ผู้เล่นไม่สามารถดำเนินเกมต่อด้วยความยากสุดหินของมัน ทำให้ผู้เล่นหลายรายต้องเคยท้อแท้กับการทำมิชชันเดิม ๆ

นี่คือ 7 ภารกิจสุดโหดของ GTA ที่เชื่อว่าทำให้ผู้เล่นหลายคนไม่สามารถดำเนินเนื้อเรื่องต่อไปได้ รับชมได้เลยครับ

The Exchange – GTA III

GTA 3มาเริ่มต้นภารกิจยาก เพราะว่า “ยากท้าทาย” ซะก่อนอย่าง Exchange หรือภารกิจสุดท้าย GTA III ที่ Claude พระเอกของเราได้มีโอกาสปิดบัญชี Catalina หรือตัวร้ายหลักของเกมซะที

The Exchange เป็นภารกิจที่มาพร้อมความท้าทายซึ่งเริ่มต้นมีแค่ปืนพกเท่านั้น (หลังจากหยิบของศัตรูมาใช้) พร้อมกับมีเวลาจำกัดให้ผู้เล่นต้องสังหาร Catalina ก่อนเธอจะหนีจากเมือง โดยมีแก๊ง Cartel พกพาอาวุธแบบเต็มอัตราศึกตั้งแต่ปืนพกจนถึง M16 มาขัดขวางคุณ

แต่โชคดีที่พื้นที่การปะทะก็มีขนาดกว้างใหญ่พอ และตัวเกมไม่มีระบบ Autospawn ศัตรูอีกด้วย ทำให้เกมมอร์สามารถวางแผนการใช้อาวุธปืนต่าง ๆ รวมถึงต้องระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้นเพราะอาวุธที่มีจำกัดในช่วงแรก แม้ว่าภารกิจนี้จะยาก แต่ก็ถือว่าเป็นความยากแบบแฟร์ที่เกมมอร์ทุกคนสามารถยอมรับได้

The Snow Storm – GTA IV

GTA 4The Snow Storm เป็นภารกิจของ Elizabeta ที่ให้ Niko ไปเก็บแพ็กยาเสพติดของเธอคืนมาจากแก๊ง Angels of Death ซึ่งเป็นมิชชันที่คุณต้องปะทะกับศัตรูในตึกร้างที่เต็มจุดดักโจมตีมากมาย แต่นั่นก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อ Niko ที่เคยเป็นทหารเก่ามาก่อน

ขณะที่ภารกิจกำลังดำเนินอย่างราบรื่น ความยากของมิชชันเริ่มต้นขึ้นก็คือช่วงการหลบหนีไล่ล่าตำรวจที่ขนหน่วย NOOSE ล้อมรอบที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งเกมเมอร์ต้องฝ่าดงตำรวจจำนวนมากด้วยตัวคนเดียว และเนื่องจากระบบการหนีตำรวจของ GTA IV มีความสมจริงไม่เหมือน GTA ภาคเก่า ทำให้ภารกิจ The Snow Storm มีระดับความยากที่เกมเมอร์บางคนต้องติดจนไปต่อไม่ได้ โดยเฉพาะผู้เล่นที่ไม่เชี่ยวชาญด้านการขับรถหรือเกม TPS มาก่อน

N.O.E. – GTA SA

N.O.E.หลังจากเกมเมอร์เพิ่งจบหลักสูตรการฝึกขับเครื่องบินwxไม่นาน Mike Toreno ก็ได้มอบหมายภารกิจขับเครื่องบินที่มีระดับความยากแบบไม่เกรงใจนักบินมือใหม่กับภารกิจ N.O.E.

โครงสร้างมิชัน N.O.E. ไม่มีความซับซ้อนอะไร เพียงแค่ขับเครื่องบินจากจุด A ไป B แล้วกลับมาลงจอดที่ลานบินจุดเดิม โดยมีเงื่อนไขว่าต้องบินในพื้นที่ต่ำเพื่อไม่ให้เรดาร์ของกองทัพตรวจจับเครื่องบินผู้เล่นได้

ตอนแรกฟังเหมือนเป็นมิชชันส่งของทั่วไปจนกระทั่งคุณเล่นจริงครั้งแรกจะทราบเลยว่าเป็นภารกิจที่ตึงมาก ๆ เนื่องจาก Checkpoint ไป-กลับมีจุดเดียว และระหว่างการบิน เกมเมอร์ต้องพบกับอุปสรรคภูมิประเทศขวางทางมากมาย ตั้งแต่หุบเขาหรือต้นไม้ขนาดใหญ่ แน่นอนว่าภารกิจนี้ยังคงมีเวลากำหนดช่วยกดดันให้เกมเมอร์ต้องบินผ่านภูเขาเพื่อใช้เป็นทางลัด

และหากผู้เล่นบินสูงเกินไปจนเรดาร์กองทัพสามารถจับตำแหน่งเครื่องผู้เล่น กองทัพจะส่งเครื่องบิน Hydra มาไล่ยิงจรวดติดตามใส่คุณทันที ซึ่งก็ต้องบอกเลยมีโอกาสรอดต่ำพอสมควร เพราะเครื่องบินของเราล้าสมัยเกิน โดยวิธีการปราบมิชันนี้ คือผู้เล่นต้องวางแผนเส้นทางให้ดี หรือขับเครื่องบินผ่านชายหาดกับทะเลมหาสมุทร

Wrong Side Of The Tracks – GTA SA

GTA SAWrong Side Of The Tracks หรือมิชชันระดับตำนานของ GTA SA ที่ไม่ได้มีความยากเพราะว่าผู้เล่นต้องใช้ทักษะหรือมีเวลามาจำกัด แต่เป็นความงั่งของ AI ต่างหาก ที่ทำให้ภารกิจนี้ยากแบบไม่สมเหตุสมผล

สาเหตุที่ภารกิจขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ตามรถไฟกลายเป็นมิชชันยากระดับตำนาน เพราะเส้นทางการขับขี่ เกมเมอร์จะต้องพบกับสิ่งกีดขวางและลักษณะภูมิประเภทต่างกัน ทำให้ต้องโฟกัสกับการมองถนนตลอดเวลา แต่ปัญหาหลักจริง ๆ คือระบบ AI อย่าง Big Smoke ที่มีทักษะการยิงปืนไม่โดนเป้าระดับทหาร Stormtrooper ทำให้มิชชันยืดเยื้อจนแก๊ง Vagos หนีออกจากเมืองสำเร็จ

และแน่นอนว่าก่อน Mission Failed คุณจะได้ยิน Big Smoke พูดประโยคด่า CJ ในตำนานว่า “สิ่งที่เราต้องทำคือตามรถไฟอย่างเดียวเว้ย CJ! ” (All we had to do, was follow the damn train, CJ!) ซึ่งคุณต้องได้ยินประโยคนี้บ่อยมาก และได้ถูกทำเป็นอินเทอร์เน็ตมีล้อเลียน Big Smoke จนถึงทุกวันนี้

Espresso-2-Go! – GTA III

GTA 3ตอนแรกเกมเมอร์หลายคนคิดว่า Espresso-2-Go! เป็นภารกิจทลายร้านค้ายาเสพติดของแก๊ง Cartel โดยมีธุรกิจขายกาแฟบังหน้า และมีเวลาจำกัดเหมือนกับมิชชันที่ผ่านมา ยกเว้นแต่ช่วงนั้น GTA III ยังไม่มีระบบโชว์แผนที่เต็ม รวมถึงผู้เล่นต้องเดินทางทั่วเกาะ Liberty City ในการกำจัดร้านกาแฟถึง 9 แห่ง ทำให้ผู้เล่นเสียเวลาต่อการหลงทางได้ง่าย

นอกจากนี้ ศัตรูป้องกันร้านกาแฟใช้อาวุธลูกซองซึ่งมีคุณสมบัติยิงผู้เล่นล้มลงได้ ภารกิจดังกล่าวจึงมีความยากระดับปีศาจโดยไม่มีใครคาดถึงมาก่อน ด้วยเสียงบ่นจากเกมเมอร์เป็นจำนวนมาก ทีมงาน Rockstar Games จึงปรับระดับความยากของมิชชันให้ลดความตึงเครียดลง อย่างการเปลี่ยนอาวุธของศัตรูจากถือลูกซองเป็นปืนกลมือเบา และรถชนร้านจนพังง่ายขึ้น แต่ Espresso-2-Go! ก็ยังคงถูกเรียกขนานนามเป็นมิชชันหลักของ GTA III ที่ยากที่สุด เพราะไม่มีตัวชี้นำบอกแผนที่กับมีเวลาจำกัดที่ประชันชิดมาก

Demolition Man – GTA VC

Demolition ManDemolition Man เป็นหนึ่งในภารกิจที่แฟนเกม GTA รังเกียจจนเข้าไส้ เพราะมิชันนี้อยู่ช่วงต้นเกม ซึ่งตอนนั้นเกมมอร์หลายคนยังไม่รู้วิธีการขับเฮลิคอปเตอร์ ใช่แล้ว! ภารกิจนี้ เกมมอร์จะต้องบังคับเฮลิคอปเตอร์ของเล่น เพื่อนำระเบิด TNT ไปวางในตึกก่อสร้างที่เต็มไปด้วยแรงงานหัวร้อนกับยามรักษาความปลอดภัยถือปืนพก

แย่ไปกว่านี้ ภารกิจนี้มีระยะเวลาจำกัด, เฮลิคอปเตอร์มีหลอดเลือด และหลังวางระเบิดเสร็จ เกมเมอร์ต้องกลับไปที่เดิมเพื่อเอาระเบิด TNT ลูกใหม่อีกครั้งจนกว่าจะวางระเบิดครบ 4 จุด ก็เหมือนกับที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าภารกิจดังกล่าวอยู่ช่วงเริ่มต้นของเกม โดยตอนนั้นเกมเมอร์หลายคนยังขับเฮลิคอปเตอร์ไม่เป็นซะเท่าไหร่นัก ทำให้ชาว GTA หลายคนติดปัญหาทำมิชชัน Demolition Man ไม่สำเร็จหลายราย และหมักดองจนเป็นภารกิจทำสำเร็จในช่วงเกือบปลายเกม ซึ่งตอนนั้นผู้เล่นมีประสบการณ์ขับเฮลิคอปเตอร์มาบ้างแล้ว

Supply Lines… – GTA SA

Supply Lines...Zero ได้มอบหมายให้ CJ ใช้เครื่องบินของเล่นบังคับติดอาวุธหนัก ในการกำจัดคนส่งพัสดุของ Berkley ส่วนตัว เพื่อตัดเส้นทางการส่งเสบียงของข้าศึก

Supply Lines… เป็นภารกิจของ Zero ที่มีชื่อ “เสีย” ด้านความยากในอันดับหนึ่งของ GTA SA ที่เกมเมอร์หลายคนเคยติด Mission Failed บ่อยจนไม่สามารถดำเนินเนื้อเรื่องต่อไปได้ เพราะผู้เล่นต้องระมัดระวังตัวระหว่างการเล่นมิชชันนี้สุด ๆ ไหนจะเครื่องบินมีเชื้อเพลิงจำกัด, เครื่องบินมีความเร็วช้าเป็นเต่า, ระบบควบคุมเครื่องบินของเล่นออกแบบมาแย่, อาวุธปืนกลหนักไม่มีระบบเล็งเป้าอัตโนมัติ และที่สำคัญ เป้าหมายที่ต้องสังหาร 5 แห่ง มีการกระจายทั่วเมือง San Fierro พร้อมติดอาวุธปืนกลกับยานพาหนะเคลื่อนที่ (รถบรรทุก, มอเตอร์ไซค์, จักรยาน)

ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้มิชชัน Supply Lines… ต้องใช้ระยะเวลาเล่นนานประมาณ 7-10 นาที และถ้าหากไม่กำจัดเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ก็ส่งผลให้การดำเนินภารกิจยากขึ้น พร้อมยืดเยื้อเวลาจนช่องเชื้อเพลิงเครื่องบินบังคับหมดแล้ว Miision Failed ในที่สุด โอ้ว! และอย่าลืมเหลือเชื้อเพลิงไว้สำหรับบินเดินทางกลับที่เดิม หลังจากกำจัดเป้าหมายครบแล้วอีกด้วย ก็ถือว่าเหมาะสมแล้วที่ Supply Lines… สำหรับฉายา “มิชันที่ห่วยที่สุด” จนไม่มีใครอยากกลับไปเล่นอีกครั้ง นอกเหนือจากเก็บไว้เป็นความทรงจำ

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close