6 เอฟเฟกต์กราฟิกในเกม ที่มักกด “ปิด” เมื่อได้เห็นครั้งแรก

เอฟเฟกต์กราฟิกในวิดีโอเกม มีหน้าที่ช่วยเติมแต่งเสริมสวยให้ภาพของเกมมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น แต่บางเอฟเฟกต์อาจจะส่งผลเสียต่อสายตาของผู้เล่น หรือทำให้ดรอปคุณภาพกราฟิกลง จึงทำให้เกมเมอร์หลายคนตัดสินใจกด “ปิด” กราฟิกเหล่านี้ แล้วจะมีเอฟเฟกต์อะไรบ้าง ก็สามารถรับชมได้เลยครับ

Film Grain

Flim Grain เป็นหนึ่งในเอฟเฟกต์กราฟิกที่พบเห็นบ่อยตามวิดีโอเกมที่เน้นนำเสนอเนื้อเรื่อง และเกมแนวสยองขวัญ เพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมให้เหมือนกำลังรับชมภาพยนตร์

แม้ Flim Grain จะช่วยเสริมสร้างอรรถรสให้เราเสพเนื้อเรื่องของเกมเหมือนกำลังรับชมภาพยนตร์ฟิล์ม และเอฟเฟกต์ดังกล่าวไม่ส่งผลต่อเกมการเล่นสักเท่าไหร่ แต่แน่นอนว่าเกมเมอร์หลายคนยังคงชื่นชอบการเล่นเกมที่มีลักษณะเป็นภาพชัดเจน มากกว่าการเล่นเกมที่มีภาพมัว ๆ จุด ๆ ทั่วหน้าจออยู่ดี ซึ่งการปิดเอฟเฟกต์ดังกล่าว ทำให้ภาพของเกมมีความสบายตามากยิ่งขึ้น

Letter Box

คล้ายกับ Fim Grain เอฟเฟกต์ Letter Box หรือการบีบภาพหน้าจอกลายเป็น Wide Screen นั้น มีจุดประสงค์เพื่อให้ระหว่างการเล่นเกม มีบรรยากาศเหมือนกำลังรับชมภาพยนตร์แนวทริลเลอร์ และช่วยเพิ่มความกดดันหรืออึดอัดให้กับผู้เล่นมากยิ่งขึ้น

แต่แน่นอนว่าเอฟเฟกต์บีบหน้าจอให้กลายเป็น Widescreen ไม่เหมาะสำหรับการใช้ในวิดีโอเกมสักเท่าไหร่นัก เพราะการเปิด Letterbox ทำให้วิสัยทัศน์ของตัวละครแคบลง ซึ่งส่งผลทำให้ผู้เล่นรับรู้สิ่งการเคลื่อนไหวจากด้านล่างกับด่านบนช้าลง นอกจากนี้ หากมุมกล้องของเกมมีการสั่นหรือเคลื่อนไหวตลอดเวลา ก็ทำให้ผู้เล่นเกิดอาการ Motion Sickness ได้ง่ายอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม Letter Box เป็นเอฟเฟกต์ที่ไม่ค่อยพบเจอตามวิดีโอเกม โดยเกมที่ถูกกล่าวถึงว่ามีการใช้ Letter Box คือ The Evil Within ภาคหนึ่ง

Lens Flair

ถ้าหากเคยรับชมภาพยนตร์แนว Sci-fi หรือแนวแอ็กชันหลายเรื่อง เกมมอร์จะต้องรู้จักกับเอฟเฟกต์ Lens Flair ที่มีหน้าที่ฉายแสงสะท้อนของดวงไฟผ่านเลนส์กล้อง

แม้เอฟเฟกต์ Lens Flair ช่วยทำให้ภาพเกมมีบรรยากาศดู “ยิ่งใหญ่” และ “เท่” ขึ้นก็จริง แต่เอฟเฟกต์ดังกล่าวก็เป็นภัยร้ายให้กับเกมเมอร์สาย Multiplayer เนื่องจากเอฟเฟกต์นั้น ทำให้วิสัยทัศน์ของผู้เล่นลดลง เพราะเอฟเฟกต์ไฟที่สว่างจ้ามากจนเกินไปจนบดบังหน้าจอ ทำให้เกมเมอร์หลายคนนิยมปิด Lens Flare เพื่อที่พวกเขาสามารถมองเห็นศัตรูระยะไกลได้สบายตามากยิ่งขึ้น

Depth of Field

Depth of Field หรือระยะความชัดลึกของภาพ เป็นฟีเจอร์ที่พบเห็นบ่อยตามภาพยนตร์แนวดรามาที่เน้นการดำเนินเนื้อเรื่องด้วยบทสนทนา และรวมถึงเป็นออปชันหลักสำหรับกล้องถ่ายรูป ที่มีหน้าที่ปรับโฟกัสให้ภาพถ่ายดูมีมิติ

แต่คุณสมบัติเอฟเฟกต์ดังกล่าว ทำให้ภาพ Background ในเกมมีการอาการเบลอ จึงส่งผลเสียต่อกลุ่มคนเล่นเกม FPS Multiplayer และ Singleplayer บางเกม เพราะพวกเขาจะไม่สามารถมองเห็นศัตรูในระยะไกลได้ เพราะมีเอฟเฟกต์เบลอคอยบดบัง

ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้เอฟเฟกต์ Depth of Field ระหว่างการเล่นเกมจึงได้รับความนิยมลดลงอย่างต่อเนื่อง และมีการปรับเปลี่ยนให้ Depth of Field ถูกใช้มากขึ้นสำหรับ Photo Mode หรือโหมดถ่ายรูป เพื่อเก็บภาพ Screenshot สวย ๆ นำไปอวดกับเหล่าเพื่อน ๆ

Color Filtering

เอฟเฟกต์ Color Filtering เป็นการเปลี่ยนโทนสีของฉากให้กลายเป็นสีใดสีหนึ่ง อย่างตัวอย่างเช่น ถ้าหากเกมมีฉากหลังเป็นประเทศเม็กซิโก เอฟเฟกต์ Color Filtering จะเปลี่ยนโทนของฉากกลายเป็นสีส้ม เพื่อให้บรรยากาศของฉากเหมือนเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนระอุตาม Stereotype ของเม็กซิโก

Color Filtering นับว่าเป็นเอฟเฟกต์ที่หลายคนไม่ชื่นชอบสักเท่าไหร่นัก เนื่องจากมันทำให้ภาพของเกมไม่มีสีสันสวยงามขัดกับธรรมชาติ และทำให้ภาพกราฟิกดูดรอปคุณภาพลง ซึ่งถ้าหากเกมมีตัวเลือกในการเปิด/ปิดระบบ Color Filtering เราแนะนำให้เกมเมอร์ลองเปรียบเทียบภาพด้วยการเปิดกับปิดออปชันดังกล่าว เพราะคุณจะรู้สึกถึงความแตกต่างของกราฟิกอย่างเห็นได้ชัด

Motion Blur

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า Motion Blur เป็นเอฟเฟกต์วิดีโอเกมที่หลายคนไม่ชื่นชอบมากที่สุด เพราะนอกจากทำให้ภาพกราฟิกแย่ลงแล้ว มันทำให้เกมเมอร์รู้สึกปวดหัวจากการหันมุมกล้องเร็วอีกด้วย

แม้เอฟเฟกต์ Motion Blur ทำให้การหันมุมกล้องดูมีความสมจริง คล้ายกับมนุษย์กำลังหันหน้าอย่างรวดเร็วในชีวิตจริง แต่สำหรับความคิดเห็นส่วนตัวแล้วมองว่า Motion Blur เป็นเอฟเฟกต์ที่ดูไม่มีความจำเป็นสักเท่าไหร่นัก รวมถึงเกมบางเกมที่ออกแบบเอฟเฟกต์ Motion Blur มาไม่ดีพอ ก็จะทำให้ภาพของเกมไม่สวยงาม และทำให้เกมมอร์หลายคนเกิดอาการ Motion Sickness ได้ง่ายอีกด้วย

 

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close