6 เกมอินดี้ที่จะจุดไฟบนหัวคุณให้ร้อนแรง


หากพูดถึงเกมที่ยาก หรือเกมที่ทำให้คุณหัวร้อน เกมเมอร์ทั่วไปอาจนึกถึงเกมตระกูล Souls เป็นอย่างแรก แต่หากเป็นผู้ที่ชอบเล่นเกมอินดี้ทั้งหลาย จะรู้ว่าเกมแนวจุดไฟบนหัวให้ลุกโชนนั้น ไม่ได้มีแค่เกมเกรด AAA เท่านั้น แต่เกมอินดี้ทั้งหลายนี่ล่ะ ก็เป็นหนึ่งในเกมที่ทำให้เราหัวร้อนได้ไม่แพ้กันเลย วันนี้ทาง GamingDose ได้หยิบเอา 6 เกมที่น่าสนใจมานำเสนอให้ดูกัน เผื่อใครเบื่อการเล่นเกมง่าย ๆ สบาย ๆ ก็ลองไปหาเกมเหล่านี้มาเล่นกันดูได้

1.Dead Cells

เกมที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว และปีนี้ก็พอร์ทลงสมา์รทโฟนให้เราได้เล่นกันด้วย จุดเด่นของเกมนี้ตัวเกมมีฉากแอ็คชั่นที่รวดเร็ว สะใจ พลิ้วไหวมาก ๆ ใครที่ชอบเล่นเกมแอ็คชั่นแบบบู๊แหลกน่าจะรักเกมนี้ได้ไม่ยาก แต่รักไปสักพัก อาจจะเกลียดเกมนี้เข้ากระดูกดำไปเลยก็ได้ เพราะเกมนี้ ความยากของมันคือการ Permadeath หรือตายแล้ว ตายเลย เริ่มใหม่หมดแต่แรก ไม่มี Checkpoint หรือเซฟใด ๆ

เพียงแต่ว่าทักษะ สกิล นั้นไม่ได้หายไปด้วย ดังนั้นกว่าคุณจะเล่นจนจบเกม ก็ตายวนไปไม่รู้กี่รอบนั่นแหละ คุณจะต้องเรียนรู้จากการตายครั้งแล้วครั้งเล่า ตายแบบนับไม่ถ้วนกันเลยทีเดียวกว่าจะผ่านบางฉากหรือบอสบางตัวได้ ใครที่ชอบความท้าทายจัด ๆ เกมนี้เป็นอันดับต้น ๆ ที่ผู้เขียนแนะนำเลยทีเดียว

2.Death’s Gambit

หากคุณชอบ Dark Souls เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คุณจะรักเกมนี้ได้ไม่ยากเลย เพราะทุกอย่าง มันแทบจะเหมือนกับ Dark Souls ทั้งหมด แค่เปลี่ยนสเกลเกมมาให้เป็น 2D Side Scrolling เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องที่ไม่เปิดเผยกับเราตรง ๆ แต่จะค่อย ๆ เล่าผ่านการเล่น การสำรวจ , การโจมตีและการกลิ้งหลบแต่ละครั้งที่ต้องใช้ค่า Stamina ทำให้ต้องบริหารจัดการให้ดี รวมไปถึงศัตรูประเภทบอสที่ยากจนท้อ เกมนี้มีให้แบบครบเครื่องเลยทีเดียว และถ้าหากว่าคุณกำลังมองหาเกมแนวหัวร้อน แต่ยังอยากได้กลิ่นอายของโซลสไตล์อยู่ เกมนี้เหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้เป็นใบเบิกทาง ก่อนจะลองไปหาเกมอื่น ๆ เล่นดู

3.Hades

ถือเป็นอีกเกมที่เราแนะนำกันบ่อยมาก ๆ เพราะเกมมันดีจริง ๆ ทั้งในแง่ของความรวดเร็ว ฉับไว ไม่แพ้ Dead Cells และในเรื่องของความยากที่จัดอยู่ในระดับสูง แต่ก็ยังไม่สูงมากเกินไปนัก ถ้าให้ผู้เขียนเลือกเกมที่ชอบที่สุดสักเกม เกมนี้จะเป็นเกมที่ชอบมากที่สุดแล้ว

Hades จะเป็นเกมที่มีมุมมองการเล่นแบบ Bird-Eye View หรือมุมมองจากด้านบนลงมา (คล้าย ๆ พวก Diablo) เกมเพลย์เน้นไปที่การแอ็คชั่น การหลบหลีกที่รวดเร็ว ไม่มี Stamina มาจำกัดการต่อสู้ ทำให้นี่เป็นอีกหนึ่งเกมที่ใช้ทักษะและความท้าทายสูงมากในระดับนึงเลย และการตายแต่ละครั้ง หากผู้เล่นยังไม่พ้นผ่านโซนใหญ่ ๆ ที่นับเป็นเช็คพอยท์ ก็จะต้องกลับไปเริ่มใหม่ตั้งแต่แรกเริ่ม แถมด่าน และเส้นทางยังถูกปรับเปลี่ยนไปอีกด้วย และบอสไฟท์ของเกมนี้นั้นก็โหดใช่ย่อยเลยทีเดียว

ถ้าถามว่าเกมนี้ทำให้หัวร้อนจัดขนาดนั้นไหม คงบอกว่า แค่อุ่น ๆ ก็แล้วกัน แต่อุ่นสะสมมากไป ระวังเป็นร้อนนะเออ และที่สำคัญเกมนี้ก็กำลังจะหลุดจาก Exclusive Epic Games Store มาลงให้กับ Steam ปลายปีนี้แล้วด้วย

4.The Hong Kong Massacre

เป็นหนึ่งในเกมที่ผู้เขียนชอบเป็ฯการส่วนตัวอีกเกม ด้วยความที่ตัวเกมนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Hotline Miami เกมแนวเดียวกัน และยังมีรูปแบบการเล่นและการนำเสนอที่คล้ายกัน นั่นคือเกมเพลย์การเล่นและเป็นมุมมองจากด้านบนลงมา วิธีการผ่านไปฉากต่อไปก็คือฆ่าศัตรู “ทั้งหมด” ในฉาก แล้วเกมจะพาเราไปฉากต่อไปจนเคลียร์ ซึ่งเหมือนกับ Hotline Miami ไม่มีผิด และถ้าเกิดเราพลาดท่าตายขึ้นมา ก็ต้องไปเริ่มใหม่ทั้งหมดด้วยเช่นกัน

แต่สิ่งที่ทำให้เกมนี้ต่างออกไปคือ Theme ของเกม ที่เปลี่ยนจากภาพกราฟิกพิกเซลแบบ Hotline Miami เป็นแนวที่ดูดีและสมจริงขึ้นมาอีกนิด และธีมหลักของเกมจะเป็นแนวเจ้าพ่อฮ่องกง หากใครเคยดูหนังจีนสไตล์โจวเหวินฟะเมื่อสักช่วงปี 1980-1990 เกมนี้ทำออกมาแบบนั้นเลย ดังนั้นจะบอกว่านี่เป็นเกมทางเลือกก็ได้ เพราะธีมเกมที่ต่างกัน ก็สร้างความอยากเล่น และอารมณ์ร่วมที่ต่างกันออกไปด้วย

5.Hotline Miami (Duology)

เอ่ยถึงไปแล้ว จะไม่มีเกมนี้ในลิสต์ไม่ได้เด็ดขาดสำหรับ Hotline Miami เกมอภิมหายาก (โดยเฉพาะในช่วงท้ายเกมของแต่ละภาค) รูปแบบการเล่นก็ตามที่อธิบายไปในเกมด้านบนคือเราจะต้องฆ่าศัตรู “ทั้งหมด” ก่อนถึงจะไปฉากต่อ ๆ ไปได้ ในฉากใหญ่ก็อาจจะมีฉากย่อยลงไปอีกเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วย

ความยากของเกมนี้ก็คือการที่ศัตรูนั้นเป็น One Hit Kill หรือตัวเราจะตายทันทีถ้าโดนโจมตีไม่ว่าจะจากอะไรก็ตาม แถมเกมในบางช่วงความยากก็พุ่งสูงลิ่วขึ้นเป็นกอง และบางฉากตัวเกมมันก็แอบโกงเราด้วย ดังนั้นถ้าใครใจไม่ถึง อดทนไม่พอจริง ๆ อาจจะเล่นไม่จบเอาก็ได้ สาวกเกมยากยังไงก็ต้องมีรายชื่อของ Hotline Miami เอาไว้ในหัวกันแน่นอน

6.Cup Head

ไฮไลท์ของบทความตัวนี้เลย สำหรับ Cup Head เกมชั้นดีที่มีกลิ่นอายของการ์ตูนดิสนีย์ในช่วงปี 1930 และตัวละครอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ดูเผิน ๆ แล้วเกมนี้ไม่น่าจะมีอะไรมาจุดไฟบนหัวเราได้เลย แต่เชื่อเถอะครับว่าเกมนี้มันทำได้

ความยากของเกมนี้ไม่ใช่การตะลุยด่านทั่วไป แต่หลัก ๆ ของเกมนี้คือการปะทะกับบอสซะมากกว่า ซึ่งเจ้าบอสแต่ละตัวก็มีการโจมตีที่หลากหลายและน่าปวดหัวไม่ใช่น้อย บางทีเกือบจะชนะอยู่แล้ว ดันพลาดเอง หรือเจอท่างง ๆ ของบอสตบจนตายก็เป็นอะไรที่หัวร้อนไม่ใช่น้อย ขนาดสตรีมเมอร์หลายคนที่เล่นเกมนี้ช่วงแรก ๆ ยังเกิดอาการมาแล้วช่วงแรกที่เกมนี้วางจำหน่าย และแม้จะมีเพลงเพราะ ๆ ลายเส้นอันน่ารัก ๆ มาเป็นองค์ประกอบ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกมนี้ดูซอฟท์ลงมาได้บ้างเลย ใครที่อยากรู้ว่าเกมภาพแบบนี้จะทำให้เราร้อนได้ขนาดไหนก็ไปหามาลองกันได้

จริง ๆ แล้วเกมที่จะจุดไฟบนหัวให้คุณยังมีอีกมากมายที่เราไม่ได้ยกตัวอย่างมา ไม่ว่าจะเป็น Salt & Sanctuary หรือ Hollow Knight เอาเป็นว่าใครที่มีรายชื่อเกมหัวร้อนในดวงใจก็สามารถคอมเมนท์แบ่งปันกับเราได้ใน แล้วมาดูกันว่า เกมไหนจะทำให้ไฟบนหัวเราร้อนแรงได้มากกว่ากัน