6 เกมคุณภาพดีแต่เนื้อเรื่องสั้นเกินจนน่าเสียดาย

สำหรับเกมที่เราเล่นกันนั้น ยาวไปก็ไม่ดี สั้นไปก็ไม่สนุก ความพอดีของแต่ละคนล้วนไม่เท่ากัน แต่มีอยู่บ้าง ที่ทุกคนคิดเห็นตรงกันว่า ถ้าเกมเหล่านี้ยาวกว่านี้ หรือสั้นกว่านี้นะ มันจะดีมาก ๆ และนี่คือเกมที่เชื่อว่าหลายคนอยากให้มันยาวกว่านี้สักนิด เพราะเอกลักษณ์ ความสนุกของตัวเกม ราคาของมันล้วนอยู่ในระดับดี แต่ติดตรงที่ มันสั้นไปหน่อย จะมีเกมอะไรบ้าง ลองมารับชมกัน

1.Murdered: Soul Suspect (6-7 ชั่วโมง)

ใครจะเชื่อว่าเกมแนวสืบสวนสอบสวน เรื่องราวของนักสืบ Ronan O’Conor นี้ จะสนุกและน่าสนใจถึงขนาดนี้ ผู้เล่นจะรับบทเป็นวิญญาณของ Ronan หรือตัวเอกของเรื่องที่ถูกฆ่า และเราต้องตามสืบสวนความจริงว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นมายัง  ชั่วโมงเท่านั้น ไงกันแน่ แต่ในขณะที่คุณรู้สึกว่าเนื้อเรื่องเข้มข้น ชวนติดพัน และกำลังจะสนุก มันก็จบลงซะแล้ว เกมนี้มีความยาวเพียง 6-7 ชั่วโมงเท่านั้น และมันยิ่งน่าเสียดายที่ทาง Airtight Games และ Square Enix คิดว่า มันไม่คุ้มถ้าจะดันภาคต่อออกมา เพราะมันไม่นิยมเท่าเกมอื่น ๆ ในยุคเดียวกันเท่านั้น

2.Firewatch (3-4 ชั่วโมง)

เพิ่งจะทำวิดีโอแนะนำเกมกันไปหมาด ๆ สำหรับ Firewatch เกมที่ทำให้เราได้สัมผัสถึงชีวิตการเดินป่า และการผจญภัยแบบเงียบ ๆ คุณจะรับบทเป็นแฮงค์ ที่หนีความวุ่นวายมาหลบเลียแผลใจด้วยการเข้าป่า จากนั้นเหตุการณ์ต่าง ๆ จะถาโถมใส่คุณเรื่อย ๆ และความลึกลับที่เกมปูเอาไว้ ก็จะค่อย ๆ เฉลยออกมา ด้วยความเพลิดเพลินชวนติดพัน แต่เกมเพลย์ที่สั้นมาก เพียง 3-4 ชั่วโมงเกมก็จบแล้ว ทำให้ใครหลายคนเสียดายไม่ใช่น้อย แต่ก็ไม่แน่ว่าถ้ายาวกว่านี้มัะนอาจจะเกินความพอดีจนเกินไปก็ได้

3.Transistor (6-7 ชั่วโมง)

ผลงานเกม Action RPG จากสตูดิโอ Supergiant ผู้ทำให้ Hades โด่งดังเป็นพลุแตกเมื่อปีที่แล้ว Transistor ยังคงมีเอกลักษณ์และมนต์เสน่ห์ของตัวเองอยู่มากมาย ทั้งการเล่นแนวกลยุทธ์เรียลไทม์ การอัปเกรด และการเซ็ทฉากหลังในโลกของเกมให้มีกลิ่นอาย Cyberpunk แบบจัดเต็ม แต่น่าเสียดายตรงความยาวของเกมที่มีเพียง 6-7 ชั่วโมง แต่เพราะทุกอย่างถูกนำเสนอมาอย่างอัดแน่นสมบูรณ์พร้อม แม้ว่ามันจะขยายเรื่องราวของเกมเพื่อทำให้ชั่วโมงการเล่นเพิ่มขึ้นได้ แต่สตูดิโอก็ไม่ทำอย่างนั้น เพราะพวกเขาคิดว่า ที่เป็นอยู่นี้ คือดีที่สุดแล้ว

4.Mirror’s Edge (6-7 ชั่วโมง)

กับคนเป็น Motion Sickness 15 ก็อาจจะเกินพอ แต่กับคนที่เล่นได้ 6-7 ชั่วโมงนั้นถือว่าสั้นไปมากสำหรับ Mirror’s Edge เกมแนวฟรีรันนิ่งผาดโผนสุดระทึก ที่เหมือนจับเอา Assassin’s Creed พลิกให้มาเป็นมุมมอง FPS แล้วปีนป่ายไปมาอย่างลุ้นระทึก ผู้เล่นจะรับบทเป็น Faith นักส่งของที่ใช้กการวิ่งปากัวร์ที่เข้าร่วมกับองค์กร Runners และได้รับมอบหมายให้ส่งสินค้าที่เป็นความลับ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจของรัฐบาล ด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจและแนวคิดของโลกยุคอนาคต Mirror’s Edge ถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่โด่งดังมาก ๆ แต่เกมมันกลับสั้นสุด ๆ 6-7 ชั่วโมงก็จบแล้ว

5.The Dark Pictures: Man of Medan (4-5 ชั่วโมง)

มีไม่กี่เกมเท่านั้นที่การเล่าเรื่องอันยอดเยีย่ม ชวนให้เราติดพันจนรู้สึกว่าเกมมันสั้นไป และ Man of Medan คือหนึ่งในนั้นด้วย ด้วยการเล่าเรื่องกึ่งภาพยนตร์ Interactive แม้จะเหมือนดูหนังมากกว่าเล่นเกม แต่เพราะประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ตัวเกมมอบให้ เลยทำให้ซีรีส์นี้มีความแตกต่างจากผลงานก่อนหน้า และด้วยระยะเวลาความยาว 4-5 ชั่วโมง ทำให้ผู้เล่นยังไม่รู้สึกเต็มอิ่ม เนื้อเรื่องของเกมก็จบลงเสียแล้ว โอเค.. คนเล่นที่กลัว อาจจะเล่นไม่จบด้วยซ้ำ แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า มันสั้นจนเกินไป

6.Inside (3-4 ชั่วโมง)

ผู้เล่นจะรับบทเป็นเด็กชายปริศนาไร้ชื่อที่วิ่งหนีเหล่าคนที่คอยกักขังเขาเอาไว้ และในการหลบหนี เด็กชายคนนี้จะต้องพบเจอกับเรื่องราวสุดสยองขวัญ และโหดร้ายต่าง ๆ นา ๆ แถมด้วยตอนจบที่มีการหักมุมอย่างที่ใครหลายคนคาดไม่ถึง โดยรวมแล้ว นี่คืออีกหนึ่งเกมคุณภาพชั้นเยี่ยม แต่ด้วยความที่ระยะเวลาความยาวของเกมมันมีเพียง 3-4 ชั่วโมง มันอาจจะทำให้ใครหลายคนทั้งประทับใจและผิดหวังในคราวเดียวกัน

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close