6 เกมขวัญใจผู้เล่น ที่โดนดัดแปลงกลายเป็นตู้เกมอาร์เคดแบบงง ๆ

นับตั้งแต่เกมคอนโซล และ PC ได้ถือกำเนิดขึ้น ทางทีมพัฒนาเกมหลายฝ่ายตัดสินใจนำเกมของพวกเขาไปพอร์ตลงหลายแพลตฟอร์ม เพื่อเพิ่มทางเลือกให้เพลเยอร์สามารถเล่นเกมได้โดยไม่จำเป็นต้องซื้อเกมคอนโซลเครื่องใหม่ แต่ทว่า 6 เกมขวัญใจมหาชนเหล่านี้ ได้โดนดัดแปลงหรือพอร์ตให้กลายเป็นตู้เกมอาร์เคด เพื่อเอาใจคอตู้เกมโดยเฉพาะ แล้วจะมีเกมอะไรบ้าง ก็สามารถรับชมได้เลย

Half-Life 2: Survivor

ในปี 2004-2005 ทีมพัฒนาเกมญี่ปุ่น Taito ได้มีการติดต่อกับ Valve เพื่อขอพัฒนาเกม Half-Life 2 เวอร์ชันตู้เกมอาร์เคด โดยต่อมาในปี 2006 เกม Half-Life 2: Survivor ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น พร้อมเปิดให้หยอดเหรียญเล่นผ่านเกมเซนเตอร์ เฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

รูปร่างของตู้เกม Half-Life 2: Survivor มีเบาะที่นั่งสำหรับการเล่นเกม โดยหลังเบาะถูกตกแต่งด้วยลวดลายธีมชุด H.E.V. Suit (รุ่นราคาถูกจะไม่มีเบาะที่นั่ง), ใช้หน้าจอ LCD ความละเอียดคมชัดระดับ 1360×768, มีจอยคอนโทรลเลอร์ตรงกลาง และมีแป้นเหยียบจำนวน 2 แป้นสำหรับเหยียบเพื่อย่อตัวหลบกระสุน กับเหยียบเพื่อเร่งความเร็วยานพาหนะ

Half-Life 2: Survivor มีสามโหมดเกมหลัก ระหว่างโหมด Story ดำเนินเนื้อเรื่องเหมือนเกมเวอร์ชันดั้งเดิม, โหมด Mission สำหรับเล่นร่วมมือ CO-OP และโหมด Battle ซึ่งเป็นโหมด Deathmatch ต้องต่อสู้กับเพลเยอร์คนอื่นได้สูงสุด 8 คน

โหมด Story ของ Half-Life 2: Survivor ถูกดัดแปลงและตัดคอนเทนต์จากเกมเวอร์ชันดั้งเดิมมากมาย โดยเนื้อหาแต่ละ Chapter จะมีระยะการเล่นที่สั้นลง, ตัดองค์ประกอบ Puzzle บางฉากทิ้งออกไป รวมถึงเนื้อเรื่องโดนเร่งให้เล่าเรื่องอย่างรวดเร็วมาก ๆ แต่ถึงอย่างนั้น การเล่นเกม Half-Life 2 ฉบับตู้เกม ถือว่าเป็นประสบการณ์การเล่นที่แปลกใหม่ ซึ่งแฟน ๆ Half-Life หลายคนอาจชื่นชอบหรือไม่ก็เกลียดไปเลย

Silent Hill: The Arcade

Konami เคยทำการทดลองนำเกมตระกูล Silent Hill มาดัดแปลงกลายเป็นตู้เกมอาร์เคด พร้อมนำเสนอเนื้อหาที่ฉีกแนวจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จนเกมเมอร์เห็นแล้วอาจต้องร้อง “WTF” ไปตามกัน ๆ

ในปี 2007 ทีมพัฒนาเกม Konami ได้ประกาศเปิดตัวตู้เกมอาร์เคดชื่อว่า Silent Hill: The Arcade พร้อมระบุว่าเป็นเกมภาค Spin-Off ที่เปลี่ยนจากเกมสยองขวัญเอาตัวรอด กลายเป็นเกมแอ็กชันสยองขวัญแทน โดยเนื้อเรื่องของเกมนี้ ผู้เล่นรับบทเป็น Eric (Player 1) หรือ Tina (Player 2) ที่ติดอยู่ในเมืองหมอกมรณะ Silent Hill ซึ่งพวกเขาต้องใช้อาวุธปืนในการกำราบเหล่ามอนเตอร์ร้าย เพื่อให้หาทางหนีจาก Silent Hill และแก้ไขปริศนาปมความลับของเมืองนี้ให้ได้

เนื่องจาก Silent Hill: The Arcade เปลี่ยนจากเกมแนวสยองขวัญเอาตัวรอด เขย่าประสาท กลายเป็นเกมแอ็กชันยิงแหลก เหมือนตระกูล The House of The Dead ทำให้เกมดังกล่าวมีเสียงตอบรับที่ไม่ดีจากแฟน ๆ เกมหลายคน รวมถึงสื่อ Destructoid วิจารณ์ยับว่าเกมดังกล่าว “เป็นเกม Spin-Off ที่ดูไม่มีความจำเป็นเลยแม้แต่นิดเดียว”

Counter-Strike NEO

ย้อนกลับไปช่วงปี 2003 ทาง Namco (ปัจจุบันคือ Bandai Namcos) เคยเจรจากับทีมงาน Valve เพื่อขอพัฒนาเกม Counter-Strike ในรูปแบบตู้เกมอาร์เคด ซึ่งทาง Valve ก็ได้อนุญาตให้ Namco สร้างเกมดังกล่าว จนผลลัพธ์ออกมากลายเป็น Counter-Strike NEO เกมอาร์เคดที่ทำงานโดยใช้ระบบปฏิบัติการ Linux, ใช้การ์ดจอ Nvidia และสามารถหาเล่นได้ในเฉพาะประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

Counter-Strike NEO มีการดัดแปลงเนื้อหาจากเกมเนื้อหาต้นฉบับเกือบทั้งหมด โดยฝ่าย Terrorist ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น CSF (Cosmopolitan Special Forces) และฝ่าย Counter-Terrorist ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น NEO รวมถึงรูปลักษณ์ตัวละครจะมีสไตล์ความเป็นอนิเมะ Sci-fi คล้ายภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง Ghost in The Shell ซึ่ง Namco กล่าวว่าสาเหตุที่ทำแบบนี้ ก็เพื่อทำการตลาดให้เป็นสนใจสำหรับชาวญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ตัวเกมมาพร้อมแผนที่ใหม่ ตัวละครใหม่ และเซตติงใหม่ที่ไม่เคยปรากฏตัวในเกมต้นฉบับมาก่อน รวมถึงเกมดังกล่าวรองรับ Local Multiplayer ให้สามารถเล่นพร้อมกันหลายคน (คล้าย CS ทุกภาค) ทำให้แฟน ๆ เกมบางส่วนหลงใหลใน Counter-Strike NEO เนื่องจากมีการนำเสนอที่ดูแปลกใหม่ และเป็นม็อดเกมที่สามารถพัฒนาต่อยอดกลายเป็นเกม Standalone ได้

แม้ Counter-Strike NEO ระบุว่าเป็นตู้เกมอาร์เคดก็จริง แต่เนื่องจากเกมดังกล่าวใช้ระบบบังคับตัวละครด้วยเมาส์กับคีย์บอร์ด คล้ายกำลังเล่นเกม PC จึงทำให้การเล่นเกมดังกล่าว ได้บรรยากาศเหมือนกำลังเล่นเกมในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ มากกว่าการเล่นเกมตู้ที่ใช้ Light Gun จริง ๆ

Quake Arcade Tournament Edition

ช่วงปลายปี 1990 ตอนนั้นเกมแนว Multiplayer กำลังเริ่มผงาด เกมเมอร์หลายคนเริ่มเข้าไปใช้บริการร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ เพื่อเล่นเกมพร้อมกันหลายคนผ่านระบบ LAN จนเกิดเป็นซีน Esports และ Competitive ขนาดเล็ก

แต่อย่างไรก็ตาม ทาง id Software ได้ทำการทดลอง ด้วยการร่วมมือกับทีมพัฒนาเกม LBE System และ Lazer-Tron เพื่อผลิตตู้เกม Quake Arcade Tournament Edition ขึ้นมาในปี 1998 ซึ่งเกมดังกล่าวจะมีลักษณะเกมการเล่นคล้ายเกมต้นฉบับ ยกเว้นเปลี่ยนจากการบังคับโดยใช้คีย์บอร์ดเมาส์ กลายเป็นจอสติ๊มาตรฐาน รวมถึงตัวเกมสามารถรองรับ Local Multiplayer ได้สูงสุด 16 คนอีกด้วย (แต่ต้องหยอดเหรียญตู้เล่นเกมพร้อมกัน 16 ตู้ จึงสามารถเล่นได้ 16 คนพร้อมกัน)

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Quake Arcade Tournament Edition ได้ผลิตเป็นจำนวนจำกัดและพบเห็นได้น้อย จึงทำให้ตู้เกมดังกล่าวขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในอาร์เคดที่หายากมากที่สุด ณ ตอนนี้

Resident Evil Survivor 2 – CODE: Veronica

Resident Evil Survivor 2 – CODE: Veronica เป็นเกมที่สร้างโดยใช้พื้นฐานจากภาค CODE:Veronica ใน GameCube แล้วดัดแปลงกลายเป็นเกมมุมกล้อง First Person พร้อมลบคอนเทนต์เนื้อเรื่องทั้งหมด เหลือแต่เพียงโหมด Arcade สำหรับตะลุยด่านเพียงอย่างเดียว

ไม่เหมือนเกมภาคแรกที่วางจำหน่ายเฉพาะเกมคอนโซล PlayStation เท่านั้น ในเกมภาคนี้มีให้เล่นทั้งในเวอร์ชันตู้เกมและคอนโซล PlayStation 2 โดยเวอร์ชันตู้เกมจะใช้ระบบการควบคุมตัวละครเดินหน้าหลัง หันซ้ายขวาด้วยการใช้จอยคอนโทรลเลอร์ Light Gun อย่างเดียว

แม้เกมโดนวิจารณ์ด้านการควบคุมตัวละครไม่ค่อยลื่นไหล แต่อย่างน้อย เกมดังกล่าวประสบความสำเร็จทางด้านรายได้อย่างน่าพึงพอใจ (นับเฉพาะรายได้จากตู้เกมเท่านั้น) และ Capcom ได้นำไอเดียจากเกมภาค Survivor กับ Dead Aim มาพัฒนาต่อยอดกลายเป็นเกม Resident Evil: The Umbrella Chronicles ใน Nintendo Wii ที่มีกระแสตอบรับดีเยี่ยมทั้งยอดขายและยอดรายได้

Left 4 Dead: Survivors

หลังจากทีมงาน Taito พัฒนาเกม Half-Life 2: Survivals แล้วประสบความสำเร็จอย่างน่าพึงพอใจ ราวในปี 2013 ทางทีมงานติดต่อกับ Valve อีกครั้ง เพื่อขอสร้างเกม Left 4 Dead ในรูปแบบเกมตู้อาร์เคด แล้วสุดท้าย เกม Left 4 Dead: Survivors ก็ได้ถือกำหนดขึ้น

แม้ Left 4 Dead: Survivors จะระบุเป็นเกมภาคแรก แต่ความจริงแล้ว เกมดังกล่าวพัฒนาโดยใช้เกมภาคสองเป็นหลัก พร้อมดัดแปลงระบบเล็กน้อยให้เหมาะสมสำหรับเกมตู้มากขึ้น นอกจากนี้ ตัวเกมมีการนำเสนอ Survivor กลุ่มใหม่ โดยเป็นนักเรียนชาย Yusuke, นักเรียนหญิง Haruka, ไกด์ทัวร์ Sara และบาร์เทนเดอร์ Blake ที่ต้องเอาตัวรอดจากหายนะซอมบี้ให้ได้ และแน่นอนว่าตัวละครดังกล่าวปรากฏตัวเฉพาะใน Left 4 Dead: Survivors เท่านั้น (แต่ตัวละครดังกล่าว ถูกนำไปสร้างม็อดแล้วแจกจ่ายผ่าน Steam Workshop เป็นที่เรียบร้อยแล้ว)

คล้ายกับ Counter-Strike NEO ตู้เกม Left 4 Dead: Survivors จะมีลักษณะคล้ายกับเครื่องคอมพิวเตอร์ PC แต่เปลี่ยนการควบคุมด้วยเมาส์คีย์บอร์ด กลายเป็นเมาส์ยี่ห้อ Razer สำหรับใช้ในการเล็งปืน เปลี่ยนอาวุธ เปลี่ยนกระสุนปืน และใช้จอยนันชักคล้าย WiiMote สำหรับควบคุมเคลื่อนไหวตัวละคร หันมุมกล้อง ย่อตัว กับกระโดดแทน

อ้างอิงจาก Richard Eisenbeis นักข่าวใน Kotaku กล่าวความรู้สึกจากการเล่น Left 4 Dead: Survivors ว่าตัวเกมเล่นยากลำบากกว่าเกมต้นฉบับ และไม่สนุกสนานเท่ากับการเล่นบน PC เพราะ Left 4 Dead: Survivors ใช้พื้นฐานมาจากเกมเวอร์ชันเยอรมนีที่มีการเซนเซอร์เนื้อหาอวัยวะฉีกขาด, การบังคับด้วยจอยนันชักค่อนข้างรู้สึกแปลกประหลาด ต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร นอกจากนี้ ตัวเกมมีระบบ Time Limit ที่บังคับให้เพลเยอร์ต้องจบด่านก่อนเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นเกมจะขึ้นฉาก Game Over ทันที

Left 4 Dead: Survivors มีกระแสตอบรับค่อนข้างเงียบเหงาในประเทศญี่ปุ่น และเกมดังกล่าวได้ปิดออฟไลน์ในปี 2017 โดยล็อกให้สามารถเล่นได้แต่โหมด Singleplayer และ Local Multiplayer เท่านั้น

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง