6 ระบบทรงเสน่ห์ เปลี่ยนเกม RPG ให้น่าเล่นกว่าเดิม

เกม RPG น่าจะเป็นแนวเกมที่หลายคนชอบและหลงรักมัน ด้วยความที่บางเกมมันก็เหมือนพาเราไปผจญภัยในโลกเสมือนจริง เป็นอีกรสชาติที่เราสามารถสัมผัสได้ผ่านวิดีโอเกม แต่เนื้อเรื่องดีก็ส่วนหนึ่ง อีกปัจจัยที่ทำให้เกม RPG เล่นสนุกขึ้นก็คือระบบหรือฟีเจอร์ต่าง ๆ ภายในเกม ซึ่งวันนี้เราจะพามาดูกันว่ามีระบบอะไรบ้างที่ใส่เข้าไปแล้วทำให้เกม RPG สนุกขึ้น

1.ระบบ Choice Matter

ระบบ Choice Matter หรือระบบการเลือกคำตอบที่จะสร้างปฏิสัมพันธ์กับ NPC ที่เราสามารถเห็นได้บ่อย ๆ ในเกม RPG ยุคนี้ แต่ระบบนี้จะดีก็ต่อเมื่อการเลือกของเราส่งผลกระทบจริง ๆ เท่านั้น ไม่ใช่ว่าเลือกไปก็เท่านั้น แค่เหตุการณ์เกิดขึ้นต่างกัน แต่ตอนจบเหมือนกันอยู่ดี ระบบนี้ทำให้เราต้องช่างใจเลือกว่าจะตอบอะไร หรือทำยังไง เพิ่มความกดดัน และลุ้นระทึกให้กับเกมการเล่นอย่างมาก ตัวอย่างเกมที่ทำระบบนี้ออกมาได้ดีในยุคนี้ก็เช่น The Witcher 3 , Greedfall เป็นต้น หรือแม้แต่เกมค่าย Telltale ก็ทำออกมาได้ดีงามสุด ๆ

2.ระบบอุปกรณ์สวมใส่และการคราฟท์ของ

ระบบที่ขาดไม่ได้ใน RPG แต่ความสำคัญจะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับแต่ละเกม ตามหลักทั่วไปแล้ว ไอเทมที่เราคราฟท์เองจะมีค่าสเตตัสที่สูงกว่ามาก แถมยังเป็นคอมโบชุดเซ็ตด้วย แต่การจะได้มาแต่ละชิ้นก็เลือดตาแทบกระเด็นเช่นกัน (ยกตัวอย่างเช่น Monster Hunter) ซึ่งการเล่นซ้ำ ๆ แบบนี้เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของเกม RPG แต่คนที่ไม่ชอบก็จะไม่ชอบไปเลยเช่นกัน

3.ระบบ Romance Option

เกมเมอร์สาย 18+ หรือคนที่มีความคิดแนวนั้นอยู๋ในหัว ก็ต้องมีบ้างที่ชอบระบบนี้และจริง ๆ แล้วมันก็ทำให้เกมมีเสน่ห์มากขึ้นด้วย โดยปกติแล้วมันมักจะเป็นระบบทางเลือกที่เราจะสนใจ หรือไม่สนใจก็ได้ เกมที่มีระบบนี้อย่างโดดเด่นก็เช่น Dragon Age หรือ The Witcher ซึ่งบางเกมก็ละเอียดถึงขั้นที่การโต้ตอบของเราจะส่งผลกระทบต่อเกมเลยทีเดียว บางเกมก็มาในรูปแบบของการจีบกัน ซึ่งมักจะเห็นกันเยอะขึ้นในเกม Sim Life แต่ถ้าจะเอาโหด ๆ แบบ Romantice 18+ ก็อาจจะต้องขยับสเกลเกมขึ้นมาใหญ่กว่านั้นหน่อย

4.สายอาชีพที่ไม่มีทักษะการต่อสู้

อ่านแล้วหลายคนอาจจะงงว่า สู้ไม่ได้มันจะสนุกตรงไหน คำตอบคือสนุกแน่นอนครับ เพราะการเอาชนะศัตรูโดยที่เราใช้สมอง และแทบไม่ต้องออกแรงบู๊ล้างผลาญอะไรเลย บางครั้งก็เป็นอะไรที่เท่มาก ในบางเกมยังจะทำให้เกมเล่นง่ายขึ้นอีกต่างหาก ยกตัวอย่างเช่น Decker จากเกม Shadowrun ที่มีความสามารถในการแฮคระบบรักษาความปลอดภัย และสร้างความโกลาหลให้ศัตรู ได้เป็นอย่างดี บางครั้งการชนะเกมหรือแม้กระทั่งการต่อสู้โดยที่เราไม่ต้องออกแรง แต่ใช้ความเฉลียวฉลาดเข้าสู้แทนก็เป็นอะไรที่เจ๋งไม่แพ้กัน

5.ระบบ Base Building

หัวใจหลักของ RPG คือการฟาร์ม แต่ถ้าเกมไหนมีการสร้างบ้านพักอาศัยของตัวเองได้ เกมนั้นจะดูดเวลาเรามากขึ้นแบบทบเท่าทวีคูณ ยิ่งเป็นบ้านที่เราออกแบบเองได้ทุกกระเบียดนิ้วยิ่งผลาญเวลาเข้าไปใหญ่ และผู้เล่นจะใส่ใจบ้านตัวเองเป็นพิเศษ เพราะมันเป็นเหมือนกับอีกสถานที่พักผ่อนของผู้เล่น หนึ่งในเกมที่ระบบสร้างบ้านละเอียดมาก ก็คือ Fallout 4 เช่นกัน เรียกได้ว่าบางคนสร้างบ้านนานกว่าไปวิ่งทำภารกิจหลักเสียอีก และ No Man’s Sky เองก็เริ่มมีระบบนี้เข้ามาด้วย

6.ระบบทำฟาร์ม ปลูกผัก

เป็นระบบที่ขาดไม่ได้ในเกมสมัยนี้ เพราะนี่คือสิ่งที่ผู้เล่นหลายคน (แม้กระทั่งผู้เขียน) ตัดสินใจซื้อเลย เพราะมันเป็นระบบที่มีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ระบบทำฟาร์ม ปลูกผักนี้ แม้จะมีเกมหลัก ๆ อยู่แล้วอย่าง Stardew Valley และอีกหลาย ๆ เกม แต่หากมันถูกยัดไปใส่เกมจำพวก RPG มันก็จะยิ่งกินเวลาหนักหน่วงกว่าเดิม และลองคิดดูว่าเกมที่มีทั้งการฟาร์มแบบ RPG มีสร้างบ้าน มีปลูกผัก ก็แทบจะบอกลาโลกแห่งความจริงกันเลยทเดียว

 

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close