5 เกม Spider-Man ที่ห่วยที่สุดในประวัติศาสตร์

อีกไม่กี่วันแล้วที่เราจะได้สัมผัสความสุดยอดของ Spider-Man จาก Insomniac แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าไอ้แมงมุมตัวนี้เคยถูกนำไปทำเป็นเกมมาหลายครั้งแล้ว ย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยเครื่อง NES นู่นเลย และด้วยความที่เกมมันเยอะมาก ๆ นี่แหละ จะให้ดีทุกเกมก็คงเป็นไปได้ยาก บทความนี้เราเลยรวม “5 เกม Spider-Man ที่ห่วยที่สุดในประวัติศาสตร์” มาแนะนำให้คุณรู้จัก แล้วก็หวังว่า Spider-Man จาก Insomniac จะไม่ใช่เกมที่ 6 นะ 😀

Spider-Man: Friend Or Foe (2007)

หนึ่งในเกมที่คอนเซปดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาของ Spider-Man เพราะในตอนแรกผู้พัฒนาบอกว่าเกมนี้จะเป็นเกมที่ “รวมทุกอย่าง” ของจักรวาล Spider-Man เข้ามาในเกม พร้อมกับเปิดโอกาสให้คุณร่วมมือกับวายร้ายเพื่อกำจัด วายร้ายปริศนา ที่ยิ่งใหญ่กว่า ฟังดูแล้วมันคือ Marvel Ultimate Alliance ของ Spider-Man ชัด ๆ ! และด้วยคอนเซปที่ดีขนาดนี้ ทำให้แฟนเกมต่างรอวันที่มันวางจำหน่าย แต่พอเกมวางจำหน่ายจริง ๆ ทุกอย่างกลับแย่มาก ทั้งระบบต่อสู้ที่ห่วยแตก เหมือนสร้างมาให้เด็กเล่น ความหลากหลายของศัตรูมีน้อย ด่านในเกมออกแบบมาได้แบบตลก ๆ ที่แย่ที่สุดคือเนื้อหาเรียบลื่นไม่มีความต่อเนื่อง สุดท้ายแฟนเกมก็เลยออกมาสาปส่ง และยกย่องให้มันเป็น 1 ในเกมสไปเดอร์แมนที่ห่วยที่สุดจนถึงปัจจุบัน

Spider-Man

The Amazing Spider-Man (1990)

เกมแพลตฟอร์ม 2D จากสไปเดอร์แมนไม่ใช่เรื่องแปลกในสมัยก่อนที่กราฟิกยังไม่เอื้ออำนวยให้ทำเกม 3D มันมีทั้งแบบที่สนุก หรรษา เล่นแล้วรู้สึกเพลิดเพลิน มีทั้งแบบที่ทำออกมาน่าเบื่อ น่ารำคาญ และสำหรับ The Amazing Spider-Man ในปี 1990 ก็เข้าข่ายข้อสองไปอย่างเต็มเปา เนื่องจากมันเปลี่ยนสไตล์เกมแอคชั่นต่อยตีให้กลายเป็นเกมแก้ปริศนาสุดน่าเบื่อ ตัวละคร Spider-Man ภายในเกมกลายร่างเป็น Slow-Man เพราะเดินช้าเหมือนคนเพิ่งลุกออกจากเตียงมาทำงาน ระบบเกมซ้ำ ๆ ซาก ๆ จนแทบจะปาตลับทิ้ง ทุกสิ่งทุกอย่างในเกมไม่เอื้อให้รู้สึกสนุก แต่ดันเอื้อให้รู้สึกถึงความน่าเบื่อแทนซะงั้น

Spider-Man

Spider-Man 3 (2007)

อันนี้เรียกได้ว่าห่วยทั้งเกมทั้งหนังเลยทีเดียว ในเรื่องภาพยนตร์เราไม่ขอพูดอะไรมากเนื่องจาก GamingDose ไม่ใช่เว็บรีวิวหนัง (ฮา) ในส่วนของเกมทำออกมาได้คล้ายภาค 2 คือน่าผิดหวังมาก ๆ ระบบการต่อสู้อาจจะดูดีในช่วงแรก แต่ในช่วงหลังมันจะเริ่มซ้ำซากขึ้นเรื่อย ๆ บวกกับการออกท่าทางที่ดูจะติด ๆ ขัด ๆ อยู่ตลอดเวลา ทำให้มันห่วยแตกไปโดยปริยาย นอกจากระบบการต่อสู้ที่แย่แล้ว มุมกล้องในเกมยังแย่ยิ่งกว่า ในบางจังหวะมีการหันผิดพลาดจนตัวละครกระโดดไปผิดที่ บางจังหวะหันกล้องพลาดระหว่างสู้กันจนมองไม่เห็นอะไรเลย ข้อดีข้อเดียวของมันคือ มันสามารถ่ายทอดอารมณ์ของหนังมาได้อย่างเต็มเปี่ยม อารมณ์ที่ว่านั้นคืออารมณ์ห่วย ๆ นี่แหละ ไม่ใช่อารมณ์อื่นหรอก….

Spider-Man

Spider-Man: Return of the Sinister Six (1992)

คุณอาจจะไม่เชื่อว่ายุค NES เป็นยุคที่มีการพัฒนาเกมโดยไม่ซื้อลิขสิทธิ์อย่างถูกกฏหมายมากที่สุด Spider-Man ก็ไม่ได้รับข้อยกเว้น ในเกมนี้คุณจะต้องรับบทเป็น Spider-Man ที่เอ่อ…. มีลูกเตะขาเดียวเป็นอาวุธหลัก ส่วนอาวุธรองของเขาคือ เอ่อ… เครื่องยิงใยง่อย ๆ ที่ยิงใยได้แค่ 15 เซนติเมตรเท่านั้น ส่วนศัตรูของเขาหรอ ก็ เอ่อ…. ตำรวจที่ไหนก็ไม่รู้ กระรอกตัวเล็ก ๆ และก็เอ่อ…. ไม่มีละ เอาเป็นว่าอธิบายแค่นี้ก็น่าจะรู้กันแล้วมั้งว่ามันห่วยแตกแค่ไหน

Spider-Man

The Amazing Spider-Man (2012)

เรารู้ว่าหนัง Spider-Man เวอร์ชั่นของ Andrew Garfield ไม่ห่วยเท่าไหร่ เกมก็ไม่ห่วยเหมือนกัน แต่มันก็ไม่ใช่เกมที่ดีเท่าไหร่นัก อย่างแรกเลยคือระบบการต่อสู้ที่ค่อนข้างไม่สมจริง ไม่สนุก การโหนใยที่ดูปลอมเปลือกมาก ๆ เกมพยายามเปลี่ยนตัวเองให้เป็น Open-World แต่ดันลืมใส่สเน่ห์ของโลกเปิดเข้ามา ถึงแม้ว่าเกมจะออกภาค 2 มาในอีก 2 ปีให้หลัง แต่ก็ไม่ได้แก้ไขข้อเสียอะไรของภาคแรกเลย เราเลยตัดสินใจให้มันเป็น 1 ในเกม Spider-Man ที่ห่วยที่สุดตลอดกาลเท่าที่จะมีได้

Spider-Man

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง