5 เกม Kickstarter ที่มียอดระดมทุนเยอะ แต่รีวิวน่าผิดหวัง

ในเกมยุคปัจจุบัน ทีมพัฒนาเกมอินดี้หรือนักพัฒนาอิสระหลายคนได้ตัดสินใจเริ่มใช้แคมเปญระดมทุนผ่านเว็บ Kickstarter เพื่อเปิดทางให้พวกเขาสามารถพัฒนาเกมตามพวกเขาวาดฝันไว้ โดยใช้เงินทุนของ Backer เป็นต้นทุนสำหรับการสร้างเกม

แต่ก็ใช่ว่าเงินทุนของเหล่า Backer จะทำให้เกมออกมามีคุณภาพดีเสมอไป เพราะเกมเหล่านี้คือเกมที่มีผู้ให้สนับสนุนด้วยการมอบเงินทุนเป็นจำนวนมาก แต่คุณภาพโดยรวมของเกมก็ยังคงน่าผิดหวังหรือไม่เป็นตามที่หลายคนคาดหวังไว้ แล้วจะมีอะไรบ้าง สามารถรับชมกันได้เลย

Armikrog

สำหรับคนที่ไม่รู้จัก Armikrog เป็นเกมแนวผจญภัยแบบ Point and Click ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเดินทางของ Tommynaut ที่หลงทางเข้ามาในป้อมปราการแห่งหนึ่งเรียกว่า “Armikrog” โดยบังเอิญ โดยเกมดังกล่าวจะใช้งานแอนิเมชันดินน้ำมัน Stop Motion รวมถึงเกมดังกล่าวได้จับมือพัฒนาร่วมกับ Doug TenNapel นักพัฒนาเกมอินดี้ชื่อดังที่เคยสร้างผลงานเกม Earthworm Jim และ The Neverhood ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้ Armikrog สามารถรวบรวมเงินระดมทุนผ่าน Kickstarter จากเหล่า Backer ได้ทะลุ 900,000 เหรียญฯ

แต่หลังจากเกม Armikrog ออกวางจำหน่ายเป็นวันแรก เกมดังกล่าวมีเสียงวิจารณ์รีวิวที่มีทั้งคนและคนไม่ชอบผสมปะปนกัน แม้ตัวเกมมีเพลงประกอบไพเราะ และภาพกราฟิกที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เนื่องจากเนื้อเรื่องมีระยะสั้นจนเกินไป รวมถึงระบบเกมเพลย์ค่อนข้างธรรมดา พร้อมมีปัญหาด้าน Performance กับบั๊กมากมายในช่วงวันเปิดตัวเกม ทำให้ Armikrog มีกระแสตอบรับไม่ดีเท่าที่ควร

Takedown: Red Saber

Christian Allen หนึ่งในนักออกแบบวิดีโอเกมของซีรีส์ Tom Clancy’s Ghost Recon ได้เปิดแคมเปญระดมทุนผ่าน Kickstarter เพื่อสร้างเกม Takeddown: Red Sabre ซึ่งเป็นเกมที่เขากล่าวว่าจะเป็นเกมสานต่อตำนานของ SWAT ซึ่งเป็นเกมแนว FPS Tactical ที่เคยมีชื่อเสียงในอดีต

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เกม Takedown: Red Saber จะมียอดเงินระดมทุน Kickstarter ไม่ถึงเป้าหมายตามที่ Allen คาดหวังไว้ แต่ด้วยเงินทุนที่ได้มาบางส่วน เขาก็คงยังไม่ยอมแพ้ที่จะพัฒนาเกมดังกล่าวต่อไป จนเกมดังกล่าวสามารถออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปี 2014

แต่อย่างไรก็ตาม เกม Takedown: Red Saber มีกระแสรีวิวไปทางด้านลบจากผู้เล่นและสื่อเกมต่างประเทศ เพราะเกมดังกล่าวสามารถเรียกว่าเป็น “เกมแย่” ก็ว่าได้ ทั้งภาพกราฟิกที่ตกยุค, แอนิเมชันแข็งทื่อกับมีการเคลื่อนไหวเชื่องช้าเกินไป รวมถึงระบบเกมเพลย์ Tactical ค่อนข้างธรรมดา ทำให้ Takedown: Red Saber ไม่ใช่เป็นเกมที่เล่นสนุกเลยแม้แต่นิดเดียว

Godus

Godus

เกมยุคในปัจจุบันสามารถกล้าพูดได้เลยว่าไม่ค่อยมีเกมแนววางแผนแบบ Civilization ให้เลือกเล่นเยอะ นอกเหนือจากซีรีส์ Sid Meier เท่านั้น ทาง Peter Molyneux นักพัฒนาเกมชื่อดังที่เคยสร้างผลงานเกม Fable และ Theme Park จึงตัดสินใจเปิดแคมเปญ Kickstarter เพื่อสร้าง Godus เกมแนว Civilization ที่สืบทอดสานต่อมาจาก Populous ซึ่งเป็นหนึ่งผลงานเกมแนวซิมูเลชั่นชิ้นเอกของ Molyneux เอง

แม้ Godus จะไม่ประสบปัญหาวิบากกรรมเหมือนเกมอื่น ๆ รวมถึงสามารถรวบรวมเงินระดมทุนทะลุเป้าหมายที่ 732,510 เหรียญฯ แต่หลังจาก Godus ได้ออกวางจำหน่ายรูปแบบ Early Access เป็นวันแรก เกมดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ในด้านระบบเกมเพลย์ขาดความใส่ใจในรายละเอียดและไม่ล้ำลึก จึงส่งผลทำให้ Godus มีกระแสรีวิวไปในทิศทาง Mediocre และสร้างความผิดหวังให้เกมมอร์หลายคน เนื่องจากหลายคนคาดหวังว่า Molyneux จะสามารถสร้างเกมได้มีประสิทธิภาพกว่านี้

เนื่องจาก Godus มีกระแสตอบรับที่ไม่ดี จึงทำให้เกมดังกล่าวไม่ถูกสร้างเป็นเวอร์ชัน Linux ตามที่ Molyneux สัญญาไว้ รวมถึงเกมเวอร์ชัน PC กับ Mac ไม่มีการอัปเดตเนื้อหาตั้งแต่ปี 2016 โดยตัวเกมยังคงค้างอยู่ในสถานะ Early Access ในขณะที่เกมเวอร์ชันมือถือ iOS และ Android ยังคงมีการอัปเดตคอนเทนต์ต่อไป

Shenmue III

Shenmue

Shenmue I และ Shenmue II เป็นเกมที่สื่อต่างประเทศหลายแห่งต่างยกย่องว่าเป็นเกมที่ “ควรได้รับความสนใจมากกว่านี้” เพราะ Shenmue เป็นเกมแอ็กชัน-ผจญภัยที่ล้ำหน้ากว่าเกมไหน ๆ ในด้านภาพกราฟิก, ความใส่ในรายละเอียด และเป็นหนึ่งในเกมที่ใช้เงินงบประมาณสร้างเกมเยอะที่สุดในยุค ’00 แต่น่าเสียดายที่เกมดังกล่าวอยู่ใต้เรดาร์ หรือไม่ได้รับความสนใจ เนื่องจากลงให้เฉพาะเครื่องเกม SEGA Dreamcast เท่านั้น

จนหลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งทศวรรษ ในที่สุด Yu Suzuki ผู้ให้กำเนิดเกม Shenmue ได้ตัดสินใจสร้างเกมดังกล่าวเป็นภาคต่อ พร้อมเปิดแคมเปญให้ระดมทุนผ่าน Kickstarter ซึ่งการเปิดตัวเกมดังกล่าว ทำให้คอมมูนิตี้เกมหลายแห่งเริ่มนำซีรีส์ Shenmue กลับมาพูดคุยกันอีกครั้ง รวมถึงสามารถรวบรวมเงินระดมทุนได้ถึงราว 7.1 ล้านเหรียญฯ

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเกม Shenmue III ไม่เป็นที่ราบรื่นสักเท่าไหร่นัก เนื่องจากตัวเกมมีการประกาศเลื่อนดีเลย์วันจำหน่ายหลายครั้ง นอกจากนี้ Shenmue III เคยมีกระแสโดนวิพากษ์วิจารณ์จากเหล่า Backer อย่างหนัก หลังประกาศว่าตัวเกมจะวางจำหน่ายบน Epic Games Store แบบ Timed Exclusive ซึ่งช่วงเวลานั้น เกมมอร์หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยกับโยบายการผูกขาดเกมของ Epic Games พอดี จึงทำให้กระแสดราม่าของเกมดังกล่าวรุนแรงมาก ๆ จนเหล่า Backer หลายคนยื่นเรื่องคืนเงินที่ระดมทุนเลยทีเดียว

หลังจาก Shenmue III ออกวางจำหน่ายเป็นวันแรก เกมดังกล่าวมีกระแสรีวิวเป็นที่น่าผิดหวังจากสื่อเกมหลายแห่ง เนื่องจากระบบเกมเพลย์หลายองค์ประกอบที่ค่อนข้างตกยุค รวมถึงมีรายงานว่ายอดขายเกมไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไหร่นัก แต่ถึงอย่างนั้น Shenmue III ก็ยังเป็นเกมที่ชื่นชอบสำหรับแฟน ๆ ซีรีส์ Shenmue ระดับฮาร์ดคอร์

Mighty No.9

ในปี 2013 Keiji Inafune หนึ่งในผู้ร่วมออกแบบเกม Mega Man ได้ประกาศเปิดตัวแคมเปญ Kickstarter วิดีโอเกมชื่อว่า Mighty No.9 พร้อมระบุว่าเกมดังกล่าวจะเป็นผู้สืบทอด (spiritual successor) ของแฟรนไชส์ Mega Man อย่างแท้จริง ด้วยสาเหตุดังกล่าว ทำให้แฟน ๆ ซีรีส์ Mega Man และเกมมอร์หลายคนให้ความสนใจกับเกมนี้เป็นอย่างมาก จนเกมนี้สามารถระดมยอดเงินทุนได้สูงสุดถึง 4 ล้านเหรียญฯ

แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการพัฒนาเกม Mighty No.9 จะดำเนินไปอย่างไม่สวยงามสักเท่าไหร่นัก เพราะระหว่างการพัฒนา ตัวเกมมีการประกาศดีเลย์เลื่อนวางจำหน่ายเกมหลายครั้งจนเกือบติดต่อกันสามปี รวมถึงก่อนวันวางจำหน่าย ทางตัวแทนจำหน่าย Deep Silver ได้ปล่อยวิดีโอ Trailer ของเกมดังกล่าวที่แสดงให้เห็นว่าภาพกราฟิกถูกดาวน์เกรดอย่างเห็นได้ชัด และมีการบรรยายโฆษณาที่ไม่น่าสนใจ ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้เหล่า Backer กับแฟนซีรีส์ Mega Man เริ่มมีการตั้งข้อสงสัยถึงคุณภาพเกม Mighty No.9 ว่าอาจจะลงเอยอย่าง “ไม่สวยหรู” แน่ ๆ

และสุดท้าย หลังจากเกม Mighty No.9 ออกวางจำหน่ายวันแรก เกมดังกล่าวมีกระแสรีวิว “เป็นที่น่าผิดหวัง” จากทั้งฝ่ายเกมมอร์ แฟนเกม กับสื่อวิดีโอเกม เนื่องจากคุณภาพเกมโดยรวมทั้งหมด ไม่สามารถต่อสู้เทียบเท่าเกม Mega Man แม้แต่นิดเดียว จึงทำให้ Mighty No.9 ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์จากเหล่าแฟน ๆ Mega Man จนถึงตอนนี้ และถูกกล่าวขานว่าเกมที่ Kickstarter ประสบความล้มเหลวที่สุด

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close