5 เกมภาคต่อ ที่ไม่มียังจะดีซะกว่า !

Worst

เมื่อผมอยากเล่นเกมภาคต่อ แต่กลับต้องมาเล่นเกมห่วย…

สมัยนี้เป็นสมัยที่สื่ออะไร ๆ ก็นิยมทำภาคต่อ ทั้งภาพยนตร์ที่ต้องทิ้งปมไว้เพื่อสานต่อในภาคต่อไป เกมก็เหมือนกัน ชอบทิ้งอะไรไว้ให้คนสงสัยเพื่อจะได้ขายภาคต่อไปได้ เพลงก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ก็ยังมีการทิ้งปมใน MV ไว้ให้ไปตามต่อ แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงแค่เรื่องเกม เกมที่จะสร้างภาคต่อได้นั้น ส่วนมากจะเป็นเกมที่ภาคแรกประสบความสำเร็จอย่างมาก จนทำให้ผู้พัฒนาคิดว่าสามารถหากินกับแฟรนไชส์ไปได้อีกนาน แต่ความยากในการทำภาคต่อไปมันก็มี คือจะทำยังไงให้เจ๋งกว่าภาคแรก และนี่คือโจทย์ที่ยากมาก ๆ ของผู้พัฒนาเกม ทำให้หลายครั้งเราได้เห็นเกมภาคต่อที่ออกมาดูแย่สุด ๆ จนลืมไปเลยว่าภาคแรกมันดีขนาดไหน และนี่คือ “5 เกมภาคต่อ ที่ไม่มียังจะดีซะกว่า !” จะมีเกมอะไรบ้าง ไปดูกันเลย..

 

1.Batman: Arkham Origins

เปิดชื่อมาแบบนี้หลายคนอาจจะรู้สึกว่า เฮ้ย ! ซีรี่ย์เกมแบทแมนที่สุดมันมีจุดด่างพร้อยด้วยหรอ ? มีครับ Arkham Origins ถือเป็นจุดด่างพร้อยที่สุดของเกมซีรี่ย์นี้ ภาคนี้เป็นภาคต่อจาก Arkham City แค่เพื่อต้องการจะคั่นกลางภาค Knight เท่านั้น ทำให้ต้องเปลี่ยนผู้พัฒนาจาก Rocksteady ไปเป็น Warner Bros. Game Montreal แทน และนั่นทำให้ความชิบหายมาเยือนทันทีที่เปลี่ยนทีมงาน เริ่มจากเกมเล่าเรื่องย้อนความไปสมัยที่บรูซเป็นแบทแมนช่วงแรก ๆ แล้วเปิดด้วยหัวข้อที่น่าสนใจว่า “มี 8 ตัวร้ายสุดโหดกำลังไล่สังหารมนุษย์ค้างคาว” ฟังดูแล้วน่าตื่นเต้นใช่ไหม ? แต่พอเอาเข้าจริง เกมไม่มีอะไรเลย จืดสนิท ภารกิจซ้ำ ๆ เดิม ๆ ไม่มีอะไรใหม่เลย และถ้าใครจำได้ตอนเปิดตัวเกมนี้ใหม่ ๆ ทุกคนสนใจตัวร้ายใหม่อย่าง Black Mask กันมาก ถึงขนาดไปหาข้อมูลว่ามันเป็นใครทำอะไร แต่สุดท้ายก็โดน Warner หักหลังแบบเลือดเย็น แทบจะปาจอยทิ้งหน้าต่างกันเลยทีเดียว

 

2.Resident Evil 6

นี่คือตัวอย่างของสิ่งที่เรียกว่า “จะเอาทุกอย่าง” และ “ล้มเหลว” มันไปซะทุกอย่าง Re6 เป็นบทเรียนสำคัญของตัว Capcom ที่หาญกล้า ทำสิ่งที่ชาวบ้านเขาไม่ทำกัน คือรวมเกมทุกแนวไว้ในเกมเดียว เพราะ Resident Evil 6 มีเนื้อเรื่อง 4 ชุด แต่ละชุดนั้นมีจุดเด่นและแนวทางแตกต่างกันไป เนื้อหาของลีออนก็จะเป็นสยองขวัญ ของคริสก็จะเป็นแบบบู๊ ของเจคก็จะคล้ายภาค 3 คือมีปีศาจที่แข็งแกร่งไล่ตามอยู่ตลอดเวลา ซึ่งพอมาดูดี ๆ แล้วเนี่ย มันก๊อปสไตล์เกมภาคเก่าของตัวเองนี่หว่า ! และด้วยความที่คุณใช้เวลาน้อยมากในการพัฒนา แต่ต้องการให้เกมมันมีเนื้อหามาก ๆ แน่นอนว่ามันก็ล้มเหลวตามสไตล์ ส่วนตัวผู้เขียนเล่นจบไปแค่เนื้อเรื่องเดียวก็ไม่อยากจะเล่นที่เหลืออีกแล้ว นับเป็นตราบาปสำหรับภาคหลักของซีรี่ย์นี้อย่างแท้จริง

 

3.Dino Crisis 3

หลายคนงงว่า เฮ้ย ! มันมีภาค 3 ด้วยหรอ ใช่ครับ มันมี Dino Crisis 3 วางจำหน่ายบนเครื่อง Xbox (รุ่นแรกนะ ไม่ใช่ 360) ในปี 2003 เกมซีรี่ย์นี้ต้องบอกเลยว่าเป็นตำนานไปแล้ว ทั้งระบบเกมเพลย์ที่สนุก เนื้อหาก็ยอดเยี่ยม สำหรับคนที่ไม่เคยเล่น เกมนี้จะพูดถึงการทะลุเวลามาสู่อนาคต แต่ในอนาคตที่ว่านั้นดันมีไดโนเสาร์ ! ใช่ ในภาค 1 และภาค 2 เป็นแบบนั้น แต่ในภาค 3 นี่ตีความไปไกลมาก ไกลขนาดออกนอกอวกาศ ไกลขนาดที่ตีความว่าไดโนเสาร์ในอนาคตนั้นถูกโคลน DNA ขึ้นมา ฟังเนื้อเรื่องแล้วยังไม่แย่เท่าไหร่ใช่ไหม ? เกมเพลย์นี่แย่บัดซบ ตัวเอกนี่กางปีกบินเป็นแมงปอ ศัตรูก็เมากาว มุมกล้องก็ดูยาก จริง ๆ เกมนี้ควรลง PS2 แทน Xbox แต่ช่วงนั้นไม่รู้เกิดอะไรขึ้นทำให้เกมไปลง Xbox แทน สรุปก็เลยโดนแฟนเกมเก่า ๆ ร่วมใจถอดรายชื่อออกจากการเป็นภาคต่อ (อย่างไม่เป็นทางการ) แล้วก็ทำใจลืม ๆ มันไป

 

4.Silent Hill :Homecoming

ซีรี่ย์เกมสยองขวัญระดับตำนานอีกซีรี่ย์หนึ่งที่ดังมาพร้อมกับ Resident Evil ข้างบน ความบังเอิญคือนอกจากจะดังมาจากภาคเก่าเหมือนกันแล้ว แนวทางพัฒนาภาคใหม่ยังพากันลงเหวเหมือนกันเด๊ะ ๆ ! RE เปลี่ยนภาค 5 ให้กลายเป็นเกมแอคชั่นเกือบเต็มรูปแบบ แต่กลับทำได้ไม่แย่เท่าไหร่นัก ต่างจาก Silent Hill :Homecoming ที่พยายามจะเป็นแอคชั่นบ้าง แต่กลับทำได้แย่ประเภทที่แทบปาจอยเกมทิ้งเลยทีเดียว ความแย่ของมันไม่ได้มาจากเนื้อเรื่องหรืออะไรหรอก เนื้อเรื่องออกจะโอเคด้วยซ้ำ แต่มันมาจากบัคนี่แหละ ! บัคขนาดที่ว่า ผู้เขียนแอบสบถในใจว่า “_ึงกล้าปล่อยเกมออกมาขายได้ยังไงวะ” คือทั้งเฟรมเรตตก กราฟิกห่วย ค้าง อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะ พอปีศาจมาก็ไม่เหลือความสยองแล้ว เหลือแค่ความหัวร้อนแทน

 

5.Dragon Age 2

เกมภาคต่อของซีรี่ย์ RPG ที่ Bioware หมายมั่นปั้นมือไว้มากกว่ามันจะยิ่งใหญ่ ซึ่งในภาคแรกมันก็ยิ่งใหญ่อยู่หรอก เพราะทุกอย่างมันดูใหม่ไปหมด แถมเนื้อเรื่องยังดูแล้วรู้สึกว่า ความชิบหายของมนุษยชาติกำลังกำลังจะมาถึง แต่พอมาภาคนี้ นอกจากเส้นเรื่องหลักจะดูเป็นปัญหาที่ไม่ยิ่งใหญ่แล้ว การเกลี่ยบทตัวละครยังทำได้แย่สุด ๆ อีกต่างหาก เรื่องเกมเพลย์นี่ก็ไม่รู้จะบ่นยังไงให้มันน้อย ๆ ดี การวางแผนการต่อสู้จากภาค 1 ขอให้คุณลืมไปได้เลย ภาคนี้ต่อให้คุณวิ่งศัตรูใส่อย่างกับเกมแอคชั่นคุณก็ไม่ตาย เรื่องแผนที่นี่เลวร้ายที่สุด เพราะมีการรียูสมันทั้งเกมอ่ะ คือบ้านก็เหมือนกัน ดันเจี้ยนก็เหมือนกัน หน้าตัวละครบางตัวยังเหมือนกันอีก ! ถ้าจะแย่ขนาดนี้ อย่าเรียกมันว่า Dragon Age เถอะ อายเขา..

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close