5 สิ่งสุดน่ากลัว ที่แฝงตัวอยู่ในเกมสำหรับเด็ก

เกมเป็นสื่อบันเทิงที่มีลักษณะหลากหลายรูปแบบคล้ายกับสื่ออื่นในโลก มันนำเสนอทุก ๆ เรื่องที่มีในโลกเท่าที่ผู้สร้างจะคิดได้ ตั้งแต่เรื่องโลกสวยแฮปปี้ที่ดูยังไงก็ไม่น่ามีอยู่จริง จนไปถึงโลกมืดระดับที่มนุษย์ธรรมดาแทบจะรับไม่ไหว เช่นกันกับสื่ออื่น เกมมีการแบ่งเรตผู้เล่นชัดเจนว่าอายุเท่าไหร่ถึงจะเล่นเกมนี้ได้ ซึ่งเรตที่ว่าถูกแบ่งตามความรุนแรงที่มีอยู่ในเกม ทำให้เรามีเกมสำหรับเด็ก ที่เน้นน่ารัก ๆ เสริมสร้างพัฒนาการ และเกมสำหรับวัยรุ่น-ผู้ใหญ่ ที่เน้นเนื้อหารุนแรงหรือจุดประกายความคิดบางอย่างให้เกิดขึ้น แต่บางครั้งกลับมีอะไรไม่ชอบมาพากลอยู่ในเกมที่ได้ชื่อว่าเป็นเกมสำหรับเด็กซะงั้น และนี่คือ “5 สิ่งสุดน่ากลัว ที่แฝงตัวอยู่ในเกมสำหรับเด็ก” จาก GamingDose

1.ของเล่นสำหรับผู้ใหญ่ – Captain Rainbow

Captain Rainbow เป็นเกมของเครื่อง Nintendo Wii ที่ขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น เกมนี้ถูกเปรยมาซะดิบดีว่าเป็นเกมน่ารัก ๆ สำหรับครอบครัวที่ทุกคนเล่นได้ แต่สุดท้ายก็มาตกม้าตายเพราะมีฉากไม่พึงประสงค์อยู่ในเกม มันจะมีฉากหนึ่งที่เราจะต้องช่วยตัวละครที่มีชื่อว่า “Birdo” พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นผู้หญิงให้สำเร็จ เนื่องจากเธอถูกตำรวจจับในข้อหาเข้าห้องน้ำหญิง สิ่งที่เราต้องทำคือไปที่ห้องนอนของเธอแล้วหาสิ่งของมายืนยันให้ได้ เมื่อคุณเข้ามาถึงห้องคุณจะสังเกตุเห็นหมอนของเธอที่สั่นแปลก ๆ พอคุณสำรวจใต้หมอน คุณจะพบกับ Vibrators และนั่นแหละ คือเครื่องพิสูจน์ว่าเธอเป็นผู้หญิงจริง ๆ …..

2.ฉากสังหาร Ganondorf – The Legend of Zelda: Wind Waker

The Legend of Zelda: Wind Walker เป็นเกม Zelda ที่สร้างมาเพื่อเด็ก ๆ โดยเฉพาะ ตั้งแต่การใช้กราฟิกที่ดูการ์ตูนน่ารัก ๆ ระบบการเล่นที่ง่ายกว่าภาคอื่น ๆ ทำให้แฟน ๆ ออกมาดราม่าอยู่ช่วงหนึ่งว่าไม่น่าทำออกมาเลย แต่หลังจากที่เกมวางจำหน่าย กลับกลายเป็นว่า Zelda ภาคนี้ดันมีฉากที่โหดที่สุดเท่าที่ซีรี่ส์นี้เคยทำมาอยู่ในเกม นั่นก็คือฉากหลังจากที่เราสู้ชนะ Ganondorf ภาพจะตัดไปที่เราโจมตีเข้าที่หัวของเขา เมื่อแสงสว่างหยุดลงจะพบกับดาบที่ปักอยู่บนหัว Ganondorf ในแบบที่สยองมาก ๆ จนหลายคนอยากจะถามผู้พัฒนาว่า “เอ่อ นี่เกมสำหรับเด็กจริงหรอพี่”

3.เงามนุษย์ที่ถูกห้อย – Luigi’s Mansion

Luigi’s Mansion เป็นอีกหนึ่งเกมจาก Nintendo ที่ใส่อะไรแปลก ๆ ยัดเข้ามาในเกมเหมือนกัน แม้ว่าตัวเกมจะนำเสนอเรื่องผี ๆ โดยตรงอยู่แล้ว แต่มันก็ไม่ถึงขนาดว่าน่ากลัวเหมือน Silent Hill หรือ Fatal Frame จะเป็นแนว ๆ น่ารัก ๆ มากกว่า แต่มันดันมีฉากหนึ่งในเกมที่ค่อนข้างจะจริงจัง คือฉากที่คุณเข้าไปในห้องโทรศัพท์ที่ปิดไฟมืด พอเกิดเหตุการณ์ที่อยู่ดี ๆ ฟ้าก็ร้อง ส่งผลให้ห้องนั้นสว่างขึ้นมาแว๊บนึง คุณจะเห็นเงาคนที่ถูกห้อยอยู่บนเพดาน คุณคงรู้ใช่ไหมว่าคนจริง ๆ เขาไม่ห้อยตัวเองบนเพดานหรอก นอกจากเขาจะตายแล้วอ่ะนะ….

*จริง ๆ มันคือเงาของตัว Luigi เองนี่แหละ โดยมันไม่ใช่เงาจริง ๆ แต่น่าจะเป็นเงาที่พวกผี ๆ สร้างขึ้นเพื่อหลอกตัว Luigi ให้ขวัญหนีตีฝ่อ จะได้ไปจากคฤหาสน์เสียที

4.Shadow Temple – Legend of Zelda: Ocarina Time

ใครจะไปคาดคิดว่าหมู่บ้าน Kakariko สุดแสนสงบสุขใน Legend of Zelda: Ocarina Time จะกลายเป็นที่ตั้งของห้องทรมานสมัยโบราณไปเสียได้ ห้องแห่งการทรมานแห่งนี้ถูกพบในบ่อเก็บน้ำของหมู่บ้าน หากคุณกระโจนลงไปและเดินตามทางไปเรื่อย ๆ เมื่อเข้าประตู คุณจะถูกล็อคให้ติดอยู่ภายในห้องทันที ห้องแรกจะเต็มไปด้วยมือยาว ๆ สีเทาเปื้อนเลือดคอยไล่คว้าคุณ อีกทั้งยังมีสัตว์ประหลาดหน้าตาน่ากลัวรูปร่างคล้ายซอมบี้ไล่กินคุณอีก ซึ่งเจ้าพวกนี้ถือเป็นน้ำจิ้มเท่านั้น เพราะหากคุณเดินไปเรื่อย ๆ คุณก็จะยิ่งเจอกับความน่ากลัวที่คุณน่าจะงงเหมือนกันว่าไอ้ตัวพวกนี้มันมาอยู่ใน Zelda ได้ยังไง

5.บอสตัวสุดท้าย – Earthbound

ถ้าคุณคิดว่า 4 ข้อข้างบนน่ากลัวแล้ว บอกเลยว่าคุณคิดผิด ! เพราะนี่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เกมสำหรับเด็กจะมีได้ Earthbound เป็นเกมที่กล่าวถึงเด็ก 10 ขวบที่รวมกลุ่มกันทำกิจกรรมผจญภัยไปตามระแวกบ้านของพวกเขา เนื้อหาของเกมอาจดูธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ธรรมดา ! ทั้งตัวเนื้อหาของเกม ศัตรูภายในเกมล้วนแล้วแต่สร้างความฉงนให้กับเราได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะบอสตัวสุดท้ายอย่าง Giygas ที่ไม่มีรูปร่าง แต่มีลักษณะเป็นภาพหลอนสีแดงส่งเสียงได้ ผู้พัฒนาบอกว่าตอนที่ออกแบบมัน เขาเอาจินตนาการสมัยเด็กของเขามาใส่ไว้ เขาเล่าว่าวันหนึ่งในวัยเด็ก เขาเดินเข้าไปที่โรงภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่ เมื่อตาเขาเหลือบไปเห็นฟิล์มที่ฉายอยู่ เขาก็ได้เจอกับภาพที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะกลัวได้ และด้วยความที่มันติดอยู่ในใจเขามาก เขาก็เลยเอามาเผยแพร่ใส่ในเกมนี้เสียเลย เป็นไง จากกลัวคนเดียวคราวนี้กลายเป็นกลัวกันทั้งโลกเลยไหมล่ะ

** ใครที่สังเกตุจะเห็นว่าทั้งหมดนี้เป็นเกมของ Nintendo ล้วน ๆ เลย ถ้าคุณสงสัยว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น เหตุผลง่าย ๆ ก็คือ ผู้เขียนเป็นแฟนปู่นินไง อิอิ

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง