BY Rackchart Wong-arthichart
9 Oct 18 4:08 pm

5 ยุคสมัย ที่เราอยากเห็นใน Assassin’s Creed ภาคต่อไป

44 Views

เมื่อพูดถึงซีรี่ย์เกมนักฆ่า Assassin Creed เราอาจจะนึกถึง ลีลาการปีนป่ายแบบฟรีสไตล์ ท่วงท่าลอบเร้น หรือการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยความดุเดือนเลือดพล่าน แต่สิ่งที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Assassin’s Creed นอกจากจะเป็นเรื่องที่กล่าวมาแล้วนั้น ยังเป็นเรื่องของเรื่องราวที่มักผูกโยงกับยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ไม่ว่าช่วงใดก็ช่วงหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะทำให้เราสนุกไปกับเรื่องราวอันน่าตื่นเต้นแล้ว เรายังได้รับความรู้จากเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยทางประวัติศาสตร์ด้วย

ที่ผ่านมาเราได้เห็นนักฆ่าของเราโลดแล่นผ่านยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ เช่น ช่วงปฎิวัติฝรั่งเศส (Assassin’s Creed Unity) ช่วงวิคตอเรียน (Assassin’s Creed Syndicate) อิตาลียุคเรอเนซองส์ (Assassin’s Creed II, Brotherhood, Revelations) ยุคล่าอาณานิคม (Assassin’s Creed III, Black Flag, Freedom Cry, Rogue) ยุคราชอาณาจักรทอเลมีอียิปต์โบราณ (Assassin’s Creed Origins) ฯลฯ 

โดยภาคล่าสุด เราก็ได้เห็นภราดรนักฆ่าเรา เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์โบราณอีกครั้งในยุคสงครามเพโลโพนิเชียน ใน Assassin’s Creed Odyssey แม้ว่าจะครอบคลุมหลายยุคหลายสมัยแล้ว แต่ด้วยความที่เกมนี้ประสบความสำเร็จในทุก ๆ ภาคจริง ๆ จึงมีแฟน ๆ เหนียวแน่นอยู่ทั่วโลก และก็มีหลายคนเรียกร้องให้หยิบเรื่องราวในประวัติศาสตร์ในยุคสมัยโน้นสมัยนี้มาเป็นพล็อต วันนี้เราจึงอยากนำเสนอยุคสมัยที่ผมอยากเห็นภราดรนักฆ่าของเราเข้าไปป่วนบ้าง

ยุคไวกิ้ง (ดินแดนในแถบสแกนดิเนเวีย)

ถ้าพูดถึงนักรบที่เลือดเย็นและแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคเก่าของยุโรปตอนเหนือ คงหนีไม่พ้นชาวไวกิ้ง ไวกิ้งเป็นชนเผ่าแถบสแกนดิเนเวียที่มีใช้เรือเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง (ที่มาของเรือไวกิ้ง) พวกเขารบพุ่งเพื่อแย่งดินแดนอยู่ตลอดเวลา โดยมีขวานและค้อนเป็นอาวุธ (ธอร์ก็เป็นเทพเจ้าของชาวไวกิ้ง) ชาวไวกิ้งเคยแผ่ขยายอาณาจักรไปไกลถึงแคนาดาในฝั่งตะวันตกและทั่วทั้งยุโรปตอนเหนือ ความเป็นนักรบในตำนานของชาวไวกิ้ง ทำให้ Ubisoft จับมันมาเป็นชนเผ่าหลักในเกมต่อสู้อย่าง For Honor มาแล้วด้วย และถ้าภราดรนักรบของเราได้เข้ามาอยู่ในยุคนี้ด้วยล่ะก็ คงเป็นอะไรที่ดุเดือดเลือดพล่านไม่เบาเลยทีเดียว

ยุคเอโดะ (ประเทศญี่ปุ่น)

ซีรี่ย์ Assassin’s Creed มักชอบเล่นกับยุคสมัยที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และสมัยเอโดะนี่เองน่าจะเป็นสมัยที่เหมาะที่สุดในการทำซีรี่ย์ภราดรนักฆ่าที่มีฉากหลังเป็นประเทศญี่ปุ่น ยุคเอโดะเคยป็นยุคที่เจริญรุ่งเรืองมากที่สุดยุคหนึ่ง แต่พอตอนปลายยุคก็เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อญี่ปุ่นตัดสินใจเปิดประเทศจากการรับรู้ถึงวิทยาการตะวันตก ผ่านการปิดอ่าวของเรือรบสมัยใหม่จากประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ประเทศเปลี่ยนไปอย่างมาก และเมื่อพูดถึงญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ คงหนีไม่พ้น นักรบซามูไรที่เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง จงรักภักดี และมีวินัย เหมือนกับนักรบไวกิ้งใน For Honor ก็มีซามูไรเป็นเผ่านักรบหลักเช่นเดียวกัน ได้แต่หวังว่าเราจะได้เห็นนักฆ่าของเรา (ที่ทำตัวเหมือนนินจา) ไปฝึกวิชาซามูไรก็ได้

ยุคทองของอิสลาม (อาณาเคาะลีฟะฮ์อับบาซียะฮ์)

ยุคทองของอิสลาม (Islamic Golden Age) เป็นอีกยุคนึงที่เราน่าจะได้เห็นความสวยงามของสถาปัตยกรรมอันงดงามหรูหรา ช่วงยุคทองของอิสลามเริ่มต้นขึ้นในช่วงปี ค.ศ.780 จนถึงศตวรรษที่ 13 ความรู้ด้านต่าง ๆ ถูกสะสมไว้ที่นี่ไม่ว่าจะเป็นคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วรรณกรรม ปรัชญา ศิลปะ ฯลฯ โดยเฉพาะในกรุงแบกแดด แต่ก็ยังมีความขัดแย้งระหว่างฝ่ายที่ก้าวหน้ากับฝ่ายที่ใฝ่ศาสนาเพียงอย่างเดียวซึ่งเห็นว่าวัฒนธรรมกับคำสั่งสอนของศาสนามีความสำคัญกว่าความรู้และสันติภาพ ฟังดูคล้าย ๆ ความขัดแย้งระหว่างเหล่า Assassins กับ Templar เลย

การปฎิวัติรัสเซีย (สหภาพโซเวียต)

แม้ว่า Assassin’s creed จะเคยทำ Assassin’s Creed Chronicles: Russia มาแล้วซึ่งมีช่วงปฎิวัติรัสเซียเป็นฉากหลัง แต่ก็เป็นเพียงเกมเล็ก ๆ ที่ต่างจากซีรี่ย์ใหญ่ของ Assassin’s Creed และกระแสตอบรับก็ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก สิ่งที่เราอยากเห็นคือภาพของกรุงมอสโกที่มีสงครามกลางเมือง และการปฎิวัติเกิดขึ้น การเปลี่ยนผ่านจากระบอบกษัตริย์ของรัสเซียไปสู่รัฐบาลคอมมิวนิสต์ ที่มีเหล่าภราดรนักฆ่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง คงน่าตื่นเต้นไม่น้อยเลยทีเดียว

สมัยอยุธยา (อาณาจักรอยุธยา)

แม้ว่าจะไม่ได้มีส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์โลกมากนัก แต่อยุธยาก็เคยเป็นเมืองที่ร่ำรวยและเป็นเมืองท่าที่สำคัญที่สุดเมืองหนึ่งในเอเชียตะวันออก อาณาจักรอยุธยาเปิดการค้าขายกับหลากหลายประเทศทั่วโลก และอยุธยาก็เปิดให้ชุมชนจากหลายประเทศก็เข้ามาตั้งรกรากในกำแพงเมือง อาณาจักรอยุธยาแผ่ขยายไปถึงแหลมมาลายู ล้านนา พม่า และเขมร แต่ภายในอาณาจักรอยุธยาเองก็มีความวุ่นวายกันตลอดเวลาเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นจากการรบหรือการแย่งชิงราชบัลลังก์กันเอง คงน่าสนใจไม่น้อยที่เราจะได้ย้อนอดีตไปเล่นเป็นแม่การะเกด เอ้ย! นักฆ่าในสมัยอยุธยา แต่ถ้ามีจริง ๆ เผลอ ๆ จะโดนแบนก่อนจะได้เล่นหรือเปล่าน่ะสิ เรายิ่งเซนซิทีฟกันอยู่ด้วย

แม้ว่าจะยังไม่มีข้อมูลว่าเราจะได้เห็นภราดรนักฆ่าไปป่วนที่ไหนอีก แต่เราก็เชื่อว่า Assassin’s Creed ภาคต่อ ๆ ไป จะทำให้เราได้เห็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมฉากสุดอลังการและเกร็ดประวัติศาสตร์สุดน่าทึ่งเหมือนที่ทุกภาคทำมาอย่างแน่นอน

Rackchart Wong-arthichart

นักเขียน/นักแปลอิสระ ชอบเล่นเกมแนว strategy, simulator, stealth และเกมฟุตบอล เกมที่เล่นประจำคือ FIFA, Batman, XCOM

Back to top