4 ดราม่าเกมเมอร์ออกตัวแรงประจำปี 2018


เมื่อเวลาผ่านไป ยุคสมัยก็เปลี่ยน จากเดิมที่การติดต่อเป็นไปอย่างยากเย็นและไม่สะดวกสบายเอาเสียเลย แต่เดี๋ยวนี้แค่มีอินเตอร์เน็ตก็สามารถติดต่อกับผู้คนทั่วโลกได้อย่างสะดวกสบายแล้ว และนั้นหมายความว่าผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ก็จะมีพื้นที่ที่มากขึ้นในการวิพากย์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาได้ใช้และอุดหนุน กลายเป็น Feedback ชั้นดีให้กับเหล่าผู้ผลิตและเหล่านักพัฒนาในการหยิบข้อแนะนำไปใช้ในการปรับปรุงสินค้าของตนเองต่อไป เรียกได้ว่าเราเข้าสู่ยุคของผู้บริโภคอย่างแท้จริง

แต่อะไรที่มากไปก็ย่อมเป็นผลเสียเสมอ ทุก ๆ อย่างที่ชีวิตเราต้องมีลิมิตและมีสติในการกระทำ โดยเฉพาะการวิพากย์วิจารณ์ที่หากวิจารณ์แรงเกินขอบเขตก็อาจจะเกิดผลเสียได้ และยิ่งกับยุคนี้ข่าวเขามาไว วันเดียวก็มีข่าวให้เสพกันเป็นสิบ ๆ ข่าวแล้ว แต่นั้นก็หมายความว่าเราจะต้องมีวิจารณญาณและมีสติในการเสพข่าวที่มากขึ้น ไม่นั้นคุณอาจจะหลงกับดักข่าวการตลาดที่จงใจให้เกิดดราม่าเพื่อปั๊มกระแสก็เป็นได้ ซึ่งเรื่องราวแบบนี้ก็เกิดบ่อยครั้งในวงการเกมเช่นกัน ยิ่งเฉพาะกับยุคที่เกมเมอร์มีปากมีเสียงก็ยิ่งทวีความรุนแรงเข้าไปอีก

ทุกครั้งที่ดราม่าเกิดขึ้น เกมเมอร์หลาย ๆ คนก็ย่อมออกตัวด่า วิจารณ์ และบ่นกันอย่างรุนแรง โดยที่อาจจะไม่ได้วิเคราะห์ถึงเหตุผลหรือปัจจัยต่าง ๆ และความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น และนั้นทำให้เราได้เห็นกลุ่มเกมเมอร์กลุ่มหนึ่งที่ถูกเรียกว่า “พวกออกตัวแรง” บ้างก็มีเหตุผลที่โอเค แต่บางคนก็ตามกระแสตามน้ำไปโดยที่แทบไม่รู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับดราม่านั้น ๆ เลย จริงอยู่ที่การวิจารณ์และการแสดงความคิดเห็นนั้นคุณสามารถทำได้ แต่ทุก ๆ อย่างต้องมีขอบเขตของมันด้วย โดยที่สำคัญก็คือ “การด่า” ไม่ใช่การวิจารณ์ และเราควรแยกแยะให้ออกด้วย ไม่นั้นการวิจารณ์และการแสดงความคิดเห็นก็จะเป็นไปอย่างเชิงไม่สร้างสรรค์

ในบทความนี้ทาง GamingDose จะพามาดู 4 ดราม่าเกมเมอร์ออกตัวแรงประจำปี 2018 ที่เห็นแล้วต้องถึงกับเตือนให้ใจร่ม ๆ และใจเย็น ๆ กันเสียหน่อย แต่บางเคสที่เรายกมาก็อาจจะไปเตือนอะไรพี่เขาไม่ได้ล่ะนะครับ เพราะน่าจะเดือดเกินไปที่จะไปเตือนจริง ๆ ซึ่งในปี 2018 จะมีดราม่าเกมเมอร์ออกตัวแรงหนัก ๆ อะไรบ้างนั้น เรามาดูกันเลยดีกว่าครับผม

Nintendo Switch Online กับข่าวว่าด้วยจะลบเซฟใน Cloud ทันทีหลังจากหมดอายุ จนกลายเป็นประเด็นร้อนประจำสัปดาห์ในช่วงนั้น

ความเป็นจริง : เป็นการปั่นกระแสจากสื่อใหญ่ให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะจริง ๆ แล้วทาง Nintendo ไม่มีนโยบายที่จะลบเซฟใน Cloud ทันทีถ้าหาก Nintendo Switch Online ของคุณหมดอายุ แุถมยังเก็บไฟล์เซฟให้คุณได้อีก 6 เดือนถึงแม้คุณจะไม่จ่ายเงินเพื่อต่ออายุก็ตาม

สำหรับบ้านเราแล้วดราม่านี้อาจจะไม่ใช่เรื่องอะไรที่ใกล้ตัวเรามากนัก เพราะว่าเราก็ต้องว่ากันตรง ๆ ว่าเกมเมอร์ในบ้านเราไม่ค่อยอินและเสพเกมของฝั่งทาง Nintendo เสียเท่าไหร่ แต่เอาจริง ๆ แล้วดราม่านี้ถือว่าเป็นดราม่าที่ค่อนข้างใหญ่และสามารถหาเสพได้ทั้งจากฝั่งประเทศไทยและฝั่งต่างประเทศ เพราะว่านี่คือเรื่องราวของดราม่าบริการออนไลน์ของ Nintendo Switch อย่าง “Nintendo Switch Online” ที่คราวนี้ทางปู่นินก็จะเก็บค่าบริการแบบคอนโซลเจ้าอื่นบ้างแล้ว หลังจากที่เดิมทีเคยเปิดให้ออนไลน์ฟรีมาโดยตลอด

โดยเจ้า Nintendo Switch Online เมื่อตอนเปิดตัวก็โดนด่าเละจากแฟน ๆ ไปพอสมควร ซึ่งไม่ต้องแปลกใจไปเพราะเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นมาแล้วกับทุกค่ายไม่ว่าจะเป็น Sony และ Microsoft ที่โดนด่าเละในช่วงแรก ๆ ที่ได้เปิดตัวเก็บเงินค่าบริการออนไลน์ แต่สุดท้ายทุกวันนี้เราก็เห็นน้อยคนมากที่จะบ่นกันเรื่องนี้ และเรื่มเข้าใจวัตถุประสงค์ของบริการมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นไปตามประโยคเด็ดจากการ์ตูนของยุคนี้อย่าง “เดี๋ยวก็ชินเองล่ะค่ะ”

เรื่องราวที่เราจะนำมาเสนอในวันนี้ก็คือดราม่าว่าด้วย “Nintendo Switch Online จะทำการลบไฟล์เซฟบน Cloud ทันทีหลังจากที่ Nintendo Switch Online หมดอายุ เรียกได้ว่าหากคุณเผลอลืมต่ออายุเจ้าบริการออนไลน์ของ Nintendo Switch ตัวนี้ล่ะก็ ไฟล์เซฟที่คุณเก็บไว้ใน Cloud จะหายไปทันทีและไม่สามารถกู้กลับมาได้อีก ซึ่งหลาย ๆ สื่อก็ประโคมข่าวเรื่องนี้กันจ้าระหวั่น หรือแม้แต่ทาง GamingDose เองก็เคยเล่นข่าวนี้เช่นเดียวกัน แน่นอนว่าเมื่อได้ข่าวแบบนี้แล้วเหล่าเกมเมอร์ก็ตื่นตูมกันอย่างช่วยไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ Nintendo จะลบเซฟแบบทันทีทันใดแบบนี้ และพวกเขาคิดว่า Nintendo ควรเก็บไฟล์เซฟบน Cloud นี้เอาไว้สักพักก่อนที่จะลบไป ซึ่งข่าวนี้ก็ได้สะกิดติ่งเหล่าเกมเมอร์ที่ Bias ค่ายเกม Nintendo เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และทำให้ไฟของดราม่านี้ยิ่งรุนแรงขึ้นเข้าไปอีก โดยเฉพาะกับในประเทศไทยที่เหล่าเกมเมอร์ให้ความสนใจเกี่ยวกับดราม่านี้เป็นอย่างมาก

ส่วนตัวแล้วผู้เขียนไม่ได้ตามดราม่านี้ของฝั่งต่างประเทศเสียเท่าไหร่ เพราะเนื่องจากว่าในประเทศไทยเองก็มีการพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างดุเดือดอยู่แล้ว โดยที่เหล่าเกมเมอร์ก็ได้มีการออกตัวแรงด่าและกันอย่างหนัก เรียกได้ว่าครบสูตรในสิ่งที่ดราม่าควรมี แต่ดราม่านี้ในประเทศไทยก็ถูกดับไฟและคลี่คลายลงไปได้ เมื่อทางแฟนเพจของกลุ่มคนรักนินเทนโดแห่งประเทศไทยอย่าง LOVENIN เลือกที่จะไม่ตามกระแสน้ำนี้ไปด้วย และพยายามหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับดราม่าตัวนี้ ซึ่งทางเพจก็พบว่า “ทาง Nintendo ไม่ได้บอกสักคำว่าจะพวกเขาจะลบเซฟทันทีหลังจากที่ Nintendo Switch Online หมดอายุ” โดยทางเพจก็เตือนให้เหล่าเกมเมอร์ใจเย็น ๆ กันไว้ก่อน และรอฟังข้อมูลเพื่มเติมจากทาง Nintendo อีกที

โดยไม่กี่วันถัดมาก็ได้มีแฟนเกม Nintendo ต่างประเทศลองโทรไปสอบถามทาง Nintendo และทางปู่ก็ให้คำตอบอย่างไม่กั๊กว่า “หลังจากที่ Nintendo Switch Online หมดอายุ ไฟล์เซฟของคุณบน Cloud จะอยู่ต่อได้อีก 6 เดือน” เรียกได้ว่าหงายเงิบกันเป็นแถบ ๆ เพราะว่านอกจากที่ทางปู่นินจะไม่ลบเซฟแล้ว พวกเขายังเก็บไว้ให้อีกถึง 6 เดือน ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่เทียบเท่า Playstation Plus ที่จะเก็บไฟล์เซฟไว้ให้อีกต่างหาก โดยเหล่าเกมเมอร์และแฟน ๆ Nintendo ก็ได้นำข่าวใหม่นี้ไปบอกกันแบบปากต่อปาก เพื่อให้มีการเข้าใจถึงจุดนี้กันเสียใหม่

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าเศร้าใจ เพราะถึงแม้จะมีการแก้ข่าวไปแล้วก็ตาม แต่เหล่าเกมเมอร์ก็กลับไม่ได้รับรู้เกี่ยวกับการแก้ข่าวเท่ากับข่าวแรก ทำให้เหล่าเกมเมอร์ยังคงเชื่ออยู่ว่าทาง Nintendo จะลบเซฟทันที และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือถึงแม้จะรับรู้แล้วว่ามีการแก้ข่าวเกิดขึ้น แต่สุดท้ายเหล่าเกมเมอร์บางกลุ่มก็ยังคงด่าทาง Nintendo อยู่ ไม่ว่าจะเป็น “ต่อให้ต่ออายุแต่มันก็หมดอยู่ดี” หรือ “ถ้าหากติดถ้ำแล้ว Nintendo Switch Online หมดอายุ ไฟล์เซฟใกล้จะหายแล้วจะต่ออายุยังไง” ซึ่งเรื่องแบบนี้เราก็คงไปบังคับใครให้คิดตามเราไม่ได้ เพราะทุกคนก็ไม่ได้ชอบและไม่ได้มีรสนิยมแบบเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องของการ Bias หรือการอคติ ที่ต่อให้คุณจะเป็นกลางเสียแค่ไหนแต่สุดท้่ายก็ต้องมีสักเรื่องที่คุณอคติกันบ้างล่ะ เพียงแต่จะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวไหมก็อีกเรื่องครับ

Anthem กับตัวเลขบอกค่าความเสียหายจากการโจมตี ที่เกมเมอร์ด่ากระหน่ำเพราะกังวลอาจจะทำลายอรรถรส

ความเป็นจริง : ทาง BioWare ได้ทำการอธิบายให้เหล่าเกมเมอร์เข้าใจหลังจากเกิดประเด็นร้อนนี้ พร้อมโชว์ให้เห็นถึงการตั้งค่าที่คุณสามารถเปิดปิดการแสดงผลของตัวเลขบอกค่าความเสียหายได้

เขาว่ากันว่าค่ายเกมสุดเทพขวัญใจเกมเมอร์ทั่วโลก (จริง ๆ) อย่าง EA กับคำว่าดราม่านั้นอยู่ควบคู่กัน และคำกล่าวนี้ก็ยังมีผลแทบจะทุกเกม จนกระทั่งมาถึงคิวของ “Anthem” เกม Sci-Fi Multiplayer จากฝีมือค่ายเกมอย่าง BioWare ก็ยังคงหนีไม่พ้นและดราม่าเกิดขึ้น โดยดราม่าที่ว่าก็คือเรื่องของ “ตัวเลขบอกค่าความเสียหายจากการโจมตี” ที่ปรากฏขึ้นมาในตัวอย่างเกมเพลย์ของ Anthem

ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไร แต่อาจจะเป็นเรื่องของอรรถรสในการเล่นที่การปรากฏขึ้นมาของตัวเลขดาเมจอาจจะทำลายบรรยากาศก็เป็นได้ ซึ่งเหล่าเกมเมอร์ก็ด่าสาดเสียเกี่ยวกับประเด็นนี้ราวกับเป็นระบบที่ร้ายแรงเป็นอย่างมาก และนั้นทำให้เกมเมอร์ภายนอกที่มาเสพดราม่านี้ถึงกับรู้สึก “ขำขัน” และค่อนข้างที่จะรู้สึกแปลก ๆ กับเหล่าเกมเมอร์ที่ไปด่าเรื่องนี้พอสมควร

แต่ในดราม่าครั้งนี้เราก็ต้องยกเครดิตให้ทาง BioWare ที่เลือกที่จะไม่ตอบโต้และสวนกลับอะไรกับเกมเมอร์ พร้อมทั้งชี้แจงอย่างจริงใจว่า “คุณสามารถเปิดปิดตัวเลขดาเมจได้ที่การตั้งค่า” เป็นอันจบดราม่าของเกม Anthem อย่างแฮปปี้เอนดิ้ง และเป็นบทเรียนสำคัญให้เหล่าเกมเมอร์ว่า “อย่าออกตัวแรง” และให้ใจเย็น ๆ กันก่อนเสียนิดก่อนที่จะหัวร้อนหรือจะเกรี้ยวกราดอะไรก็ตาม รอให้ข้อมูลออกมาให้เพียงพอก่อนและค่อยด่าก็ได้ อย่างเพิ่งรีบออกตัวแรงขนาดนี้

ซึ่งเอาจริง ๆ การที่เกมเมอร์มาดราม่าเรื่องแบบนี้ที่ดูเป็นเรื่องเล็กน้อยนั้น ก็คงเป็นพลังสะสมที่ EA เคยทำอะไรแย่ ๆ ก่อนหน้านี้ค่อนข้างเยอะด้วย และนั้นก็ทำให้ผลงานทุกผลงานของค่ายเกมนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดโดยเหล่าเกมเมอร์ พร้อมทั้งเปิดประเด็นระเบิดได้ทุกเรื่องถ้าหากทาง EA ทำอะไรที่ดูไม่เข้าท่า ถึงแม้บางเรื่องจะทำดีแค่ไหนแต่ก็ทำดีไม่ขึ้น เรียกได้ว่า EA อาจจะต้องใช้เวลาล้างบาปกันอีกนาน เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่พอทำความเข้าใจได้อยู่บ้าง แต่ก็นะใจเย็นกันหน่อยพ่อหนุ่ม

การมาของ Diablo : Immortal ที่ทำให้เหล่าเกมเมอร์และแฟนเกมเดือดดาลจนด่ากระหน่ำว่า “เกมไร้คุณภาพ” และ “ไม่มีความเป็น Diablo”

ความเป็นจริง : ในแง่ของคุณภาพเกมแล้วนั้น อ้างอิงจากที่ได้มีผู้เล่นบางกลุ่มไปทดสอบมาก็พบว่าคุณภาพของตัวเกม Diablo : Immortal จัดได้ว่าไม่ได้แย่อะไรมากมายขนาดนััน แถมตัวเกมก็ยังคงนำเสนอในรูปแบบของ Hack n Slash เฉดเช่นเดียวกับภาคหลักทัังสามภาคอีกต่างหาก และมีการเชื่อมเนื้อเรื่องระหว่างภาค 2 และภาค 3 อีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังคงสามารถทำความเข้าใจได้ว่าทำไมเหล่าเกมเมอร์ถึงเดือดขนาดนี้

เรียกได้ว่าสะเทือนวงการเกมกันเลยทีเดียว สำหรับงาน BlizzCon 2018 ที่ในที่สุดทาง Blizzard ก็ได้ทำการเปิดตัวเกม Diablo ภาคใหม่ที่แฟน ๆ รอคอยเสียทีอย่าง “Diablo : Immortal” ที่จะลงให้กับอุปกรณ์สมาร์ทโฟน แต่เดี๋ยวนะ Blizzard นี่นะจะทำเกมลงมือถือ !!?? ก็ใช่อยู่ถึงแม้ Hearthstone จะเคยลงก็ตามแต่กับการนำเฟรนไชส์ที่มีประวัติศาสตร์อย่างยาวนานอย่าง Diablo มาทำเป็นเกมลงมือถือก็ดูเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายพอสมควรจนเหล่าแฟนเกมถึงกับต้องยกนิ้วให้เลยทีเดียวกับความกล้าของ Blizzard ในครั้งนี้

แต่เสียใจด้วย นิ้วที่ว่านั้นไม่ใช่นิ้วโป้งแต่อย่างใด แต่กลับเป็นนิ้วที่อยู่ตรงกลางระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วทางต่างหาก แน่นอนว่าเหล่าแฟนเกม Blizzard และ Diablo ต่างกันพาด่าสาปส่งเกมนี้กันยกใหญ่ บ้างก็บอกว่า “โอ้ยยย ตรูรอเป็นสิบปี กลับมาทีเอ็งเอาลงมือถือเนี่ยนะ !!” บ้างก็ว่า “อ้าว Blizzard เอ็งจะตามรอยเหล่าค่ายเกมอื่น ๆ ของปีนี้เหรอ” ซึ่งไม่ว่าจะด่ายังไงก็ตาม ก็ดูเหมือนว่าแฟน ๆ จะดุเดือดกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยเหล่าเกมเมอร์บางกลุ่มก็พยายามเตือนให้เหล่าแฟนเกมใจเย็น ๆ ไม่ว่าจะเป็น “เอ้ยคุณ คุณต้องเข้าใจนะ นักพัฒนาต้องกินข้าวปะ ไม่ให้เขาทำเงินเลยเหรอ” หรือจะเป็น “อะไรเนี่ย แฟนเดนตายมีสักกี่คนกัน ทำลงมือถือแหละดีแล้วได้เงินเยอะด้วย” ซึ่งคอมเมนต์เหล่านี้แทนที่จะทำให้สถานการณ์เบาลง แต่มันกลับทำให้่รุนแรงขึ้นไปอีก โดยความรู้สึกของแฟน ๆ ต่อความคิดความเห็นก็คงคิดประมาณว่า “เอ็งไม่รู้เรื่องอะไรเลยแต่จะมาพูดเอาหล่อเข้าข้างนักพัฒนาเกมนั้นเหรอ ?? เชิญกลับบ้านไปเลยจ้า” เรียกได้ว่า ณ เวลานี้อย่าไปล้อเล่นกับความรู้สึกแฟน ๆ จะดีกว่า

ซึ่งหากมาพูดถึงคุณภาพตัวเกมแล้ว Diablo : Immortal มันก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น แถมจากเสียงตอบรับของผู้ที่ได้ทดลองเล่นในงาน BlizzCon 2018 ก็ได้เสียงตอบรับออกไปทางที่โอเค อีกอย่างนึงคือตัวเกมก็ยังคงเป็น Hack n Slash เฉดเช่นเดียวกับภาคเก่า ๆ เพียงแต่มันถูกลงบนมือถือเท่านั้น แต่ส่วนตัวผู้เขียนกลับคิดว่าเพราะคำว่า “ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น” นี่แหละ ทำให้เหล่าแฟนเกมค่ายเกม Blizzard ถึงกับโมโหและโกรธกริ้ว เพราะพวกเขาไม่เคยคิดว่าเขาต้องจะต้องมาลุ้นให้เกมของ Blizzard ออกมาดี ทั้ง ๆ ที่่พวกเขาทำเกมออกมาเทพตลอด บวกกับพิษจาก Diablo 3 ที่ทำออกมาไม่ถูกใจเหล่าแฟน ๆ ก่อให้เกิดแรงระเบิดขนาดใหญ่ที่ยากที่จะหยุดลง

ทั้งนี้ทั้งนั้นทาง Blizzard ก็ทำตัวของ Blizzard เองด้วยที่ทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อ Community ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวว่า “คุณไม่มีมือถืออย่างนั้นเหรอ ??” ต่อหน้าแฟนเกมหลักร้อยที่นั่งฟังประกาศที่งาน BlizzCon 2018 หรือจะเป็นการกลบเกลื่อนยอดดิสไลก์โดยการอัพโหลดตัวอย่างเกม Diablo : Immortal ใหม่ที่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ และการไล่ลบคอมเมนต์เชิงลบในตัวอย่างวีดีโอของตนเอง ที่ทำให้เหล่าแฟนเกมอารมณ์เสียและไม่ถูกใจการกระทำของ Blizzard เป็นอย่างมาก และนี่น่าจะเป็นการทำลายความศรัทธาและการทรยศเหล่าแฟนเกมที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่มีวงการเกมนี้มาเลยทีเดียว เรียกได้ว่าถึงแม้เราต้องยอมรับว่าเกมเมอร์และแฟนเกมจะหัวร้อนมากเกินไปก็จริง แต่นั้นก็เป็นสิ่งที่ทาง Blizzard กระทำขึ้นมาให้เกิดขึ้นเอง ไม่ได้เป็นการเสี้ยมหรือเป็นการปั่นจากสำนักข่าวใดเลยครับ

ดราม่าเกี่ยวกับ “อาวุธลึกลับ” ที่ว่ากันว่าทำให้เพจ “เกมถูกบอกด้วย” เพจแรกถูกปิดตัวลง กับการออกตัวแรงของแฟนเพจบางกลุ่มว่า “ก็แค่….ไม่เห็นสำคัญต่อเนื้อเรื่องตรงไหนเลย”

ความเป็นจริง : เจ้า “อาวุธลึกลับ” ชิ้นดังกล่าวมีผลต่อเนื้อเรื่องเป็นอย่างมาก แถมยังจัดได้ว่าเป็นหนึ่งในพาร์ทสำคัญของเกม God of War (2018) เลยทีเดียว ไม่ใช่แค่ของประกอบฉากแบบที่ใครหลาย ๆ คนคิด โดยที่ทาง Santa Monica Studios ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลนี้ด้วยตัวเอง แต่เป็นข้อมูลที่หลุดมาจากผู้ที่ได้ตัวเกมหลุดก่อนวางจำหน่ายต่างหาก

หลังจากที่ได้เห็นดราม่าเกมเมอร์ออกตัวแรงจากฝั่งต่างประเทศมาเยอะแล้ว คราวนี้เราขอย้อนมาที่ดราม่าที่น่าจะใกล้ตัวเรากันบ้าง โดยดราม่านี้ก็เกิดขึ้นที่ไหนไม่ไกลนั้นก็คือประเทศไทยบ้านเรานั้นเอง แถมเชื่อว่าผู้อ่านหลาย ๆ คนน่าจะอยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วย และนี่น่าจะเป็นดราม่าแห่งวงการเกมไทยที่ค่อนข้างใหญ่อันดับต้น ๆ ของปีแล้ว

โดยดราม่านี้จะว่าด้วย ได้มีเพจคุณภาพเพจหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นเพจที่เป็นมิตรแท้ของเหล่าเกมเมอร์สายกระเป๋าบางและประหยัดอย่างเพจ “เกมถูกบอกด้วย” ที่นอกจากทางเพจจะอัพเดทเกมลดราคาแล้ว ทางเพจก็ได้มีการเขียนข่าวและเขียนบทความลงด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือจุดฉนวนของดราม่าในครั้งนี้อย่าง “อาวุธลึกลับ” จากเกม God of War (2018) ที่ได้สร้างดราม่าครั้งใหญ่และก่อให้เกิดการปะทะอย่างรุนแรง จนถึงขั้นที่ตัวเพจเกมถูกบอกด้วยปลิวหายไปจากสายลมกันเลยทีเดียว

ซึ่งในที่นี่เราจะไม่พูดถึงและขยี้เกี่ยวกับดราม่านี้แต่อย่างใด เพราะแต่ละฝั่งก็ล้วนได้บทเรียนราคาแพงกันหมดแล้ว และขอโทษขอโพยกันเป็นที่เรียบร้อย แต่เรื่องนี้มันมีควันหลงแปลก ๆ ที่น่าสนใจอยู่ครับ ซึ่งควันหลงนี้เราเห็นได้ตั้งแต่ดราม่าปะทุแล้ว และทุกวันนี้เราก็ยังเห็นความคิดเห็นเหล่านี้อยู่เมื่อมีคนพยายามขุดเรื่องดราม่านี้ขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์อะไรบางอย่าง โดยความคิดเห็นที่เรากำลังจะพูดถึงชุดนี้็อาจจะเกิดจากความเข้าใจผิดในแง่ของข้อมูลเกม

และชุดความคิดเห็นที่ว่าก็ประกอบไปด้วยความคดเห็นแนว ๆ “แหม่ ก็กับอีแค่อาวุธลึกลับนั้น มันไม่เห็นจะกระทบอะไรเนื้อเรื่องเลย” “ก็แค่ของประกอบฉาก โดนสปอยล์แค่นี้อ่อนแอเหรอไง” ไม่ก็ “เนื้อเรื่องทั้งเกมมางอแงเพราะฉากนี้ฉากเดียวเนี่ยนะ ??” ซึ่งเราเข้าใจดีว่าความโกรธและความโมโหอาจจะทำให้พวกเขาเป็นแบบนั้น เพราะบ้านใครใคร ๆ ก็รัก และมีใครคนไหนไม่รู้มาทำลายบ้านของพวกเขาให้พังทลาย เป็นใครก็ต้องโกรธและโมโหอยู่แล้ว

แต่หากเราลองใจเย็น ๆ และลองเปิดใจกับข้อมูลจริง ๆ เสียนิด เราก็จะพบว่าเจ้า “อาวุธลึกลับ” นั้นไม่ใช่แค่ของประกอบฉากที่เรียกแฟนเซอร์วิสเฉย ๆ แต่นั้นเป็นองค์ประกอบของฉากสำคัญในเกมที่จะบอกถึงเรื่องราวของตัวละครหลักของเราอีกด้วย เรียกได้ว่านี่คือเนื้อเรื่องที่เหล่าแฟนเกมควรไปพบด้วยตนเองอย่างแท้จริง ไม่ใช่เนื้อเรื่องที่ใครจะมาเปิดเผยให้ฟังได้แบบซิ่ง ๆ หน้า โดยเฉพาะยิ่งกับช่วงที่เกมยังไม่วางจำหน่าย นอกจากนี้แล้วเจ้าอาวุธลับลับชิ้นนี้ถือว่าเป็นสปอยล์ที่หลุดออกมาจากผู้เล่นที่ได้แผ่นก่อนวันวางจำหน่าย ไม่ใช่การเปิดเผยแบบเป็นทางการจากทาง Santa Monica Studios ทีมพัฒนาเกม God of War โฉมใหม่นี้แต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี เรื่องราวนี้ก็ผ่านไปเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว โดยทางผู้เขียนก็หวังว่าดราม่าตัวนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญให้กับเหล่าเกมเมอร์ไทยเกือบทุกคน และก็ขอให้ทุก ๆ ฝ่ายเรื่มเพลาความตึงลงบ้าง ไม่ว่าจะเป็นฝั่งที่สปอยล์เนื้อหาถูกสปอยล์ หรือจะเป็นฝ่ายซ้ำเติมผู้ถูกสปอยล์ ผู้เขียนอยากให้เกมเมอร์ทุกคนลองเปิดใจและใจเย็น ๆ กันเสียหน่อย มีอะไรก็ค่อย ๆ คุยและค่อย ๆ พูดกัน อย่าไปรีพอร์ตเพจหรือไปซ้ำเติมเลย เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการกระทำที่ไม่ค่อยเวิร์คและส่งผลต่อภาพลักษณ์ของวงการเกมในบ้านเราครับ

และนี่ก็คือ 4 ดราม่าเกมเมอร์ออกตัวแรงประจำปี 2018 ที่เกิดขึ้นและกลายเป็นทั้งบทเรียนให้ทั้งฝั่งเกมเมอร์และค่ายเกม โดยบทความนี้เขียนขึ้นมาเพื่อที่จะเตือนสติเหล่าเกมเมอร์บางกลุ่มว่าให้มีสติและใจเย็น ๆ ก่อนที่จะเสพสื่อเสมอ เพราะหากไม่มีสติและออกตัวแรงขึ้นมา คุณอาจจะถูกมองว่าเป็นพวกที่บ้าบิ่นและขี้บ่นจนเกินไปก็เป็นได้ นอกจากนี้แล้วเราก็พยายามอย่าไปเยาะเย้ยหรือขำขันกลุ่มคนเหล่านี้มากนัก เพราะว่าคนกลุ่มนี้จริง ๆ แล้วเขาอาจจะเป็นแฟนเดนตายที่อุดหนุนค่ายเกมที่เขารักมาโดยตลอดก็เป็นได้ ซึ่งพอมาเจออะไรน่าผิดหวังก็เดือดดาลได้เป็นธรรมดา แต่หากคุณอดไม่ได้ที่จะไปแซะจริง ๆ ก็ทำกับแค่พวกที่ไม่มีเหตุผลสนับสนุนในการออกตัวแรงก็พอครับ อย่าไปทำอะไรกับพวกออกตัวแรงแบบมีเหตุผลเลย เพราะพวกเขาอาจจะมีเหตุผลที่ดีพอก็ได้ครับ