4 โปรแกรมเด็ด ช่วยจัดการรหัสผ่านเพื่อเข้าเว็บไซต์อย่างไร้กังวล


ทุกวันนี้เราอยู่ในยุคที่ความเร็วของการสื่อสารและอินเทอร์เน็ตมีความเร็วสูงกว่าที่เคยจินตนาการเอาไว้ หลายเว็บไซต์ก็มีการให้สมัครสมาชิกและสร้างบัญชีของผู้ใช้ขึ้นมา แน่นอนว่าการตั้งรหัสผ่านเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้เกิดความสับสนเนื่องจากจำรหัสไม่ได้ วันนี้เราขอแนะนำโปรกรมที่ช่วยให้การจัดการรหัสผ่านทั้งหลายทำให้อย่างสะดวกมากขึ้นครับ

ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่าข้อดีของการใช้โปรแกรมช่วยเหลือในการจัดการรหัสผ่านเหล่านี้คืออะไร อย่างที่ทราบกันดีว่า ในยุคนี้เราจำเป็นต้องสร้างบัญชีหรือสมัครสมาชิกเพื่อใช้งานเว็บไซต์หรือบริการต่าง ๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ตเกือบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Google Account, Steam, Netflix หรืออื่น ๆ ซึ่งจำเป็นต้องมีการสร้างบัญชีและเพิ่มข้อมูลลงไปเพื่อใช้บริการตามที่ได้เกริ่นไว้

และทำไมเราจึงไม่ใช้ Web Browser ในการจัดการรหัสผ่านเหล่านี้? จริงอยู่ที่ตัว Web Browser จะมีฟังก์ชันในการจัดการรหัสผ่านที่ดีพอสมควรอยู่แล้วมาให้ด้วย แต่เราต้องไม่ลืมว่าถ้าหากเครื่องคอมพิวเตอร์ถูกโจมตีด้วย Malware หรือไวรัสต่าง ๆ ซึ่งช่องทางแรกที่มันเข้ามาได้ ก็คือทาง Web Browser หรือกระทั่งจากบุคคลภายในบ้านหรือองค์กรที่เข้ามาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ของเราสามารถล้วงข้อมูลไปได้ง่าย ๆ ยิ่งถ้าหากผู้ใช้งานมีรหัสในการเข้าเว็บเพียงชุดเดียวแล้ว ความเสี่ยงก็จะยิ่งตามมามากเป็นเงาตามตัวเลยทีเดียว

เรามาลองดูกันว่ามีโปรแกรมป้องกันรหัสผ่านอะไรที่น่านำมาใช้จัดการกับรหัสผ่านในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราบ้าง

1 Password

ถ้าหากพูดถึงโปรแกรมที่ดีที่สุด ซึ่งทางเว็บไซต์ wired ยกย่องให้เป็น The Best ของโปรแกรมการจัดการรหัสผ่านในยุคนี้ คือ “1 Password” โดยโปรแกรมนี้มีให้ใช้งานเฉพาะอุปกรณ์ของ Apple เท่านั้น แต่ตอนนี้ตัวโปรแกรมได้พัฒนาออกมาหลายแพลตฟอร์มแล้ว และยังสามารถจัดการรหัสผ่านต่าง ๆ ได้ง่ายเพียงปลายนิ้วเท่านั้น

1 Password เป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่าย พร้อมมี Plug in ที่เชื่อมต่อกับ App หรือ Web Browser ทั้งหลาย สามารถใช้งานให้การเข้ารหัสผ่านเป็นแบบ Authentication App หรือ App ที่สุ่มรหัสตัวเลขสำหรับเข้าใช้งานได้ และยังมีการใส่ Secret Key ลงไปในรหัสผ่าน ทำให้การเจาะรหัสเข้าไปทำได้ยากมาก ซึ่งถ้าหากคุณลืมรหัสผ่าน ก็จะไม่มีใครสามารถเข้าไปในบัญชีนั้นได้เลยแม้แต่ผู้สร้างโปรแกรมก็ตาม

อีกจุดแข็งหนึ่งของ 1 Password คือ Travel Mode ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถลบข้อมูลที่มีความสุ่มเสี่ยงออกจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ 1 Password ก่อนที่ผู้ใช้งานจะออกเดินทาง หรือหากไม่ได้ใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นเวลานาน รวมถึงสามารถดึงข้อมูลกลับมาได้แค่เพียงปลายนิ้วเท่านั้น ก็ต้องบอกว่าช่วยรักษาความลับของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

1 Password คิดค่าบริการเดือนละ $3 (96 บาท) สำหรับผู้ใช้งานหนึ่งคน หรือ $5 ต่อเดือน สำหรับผู้ใช้งานแบบครอบครัว ผู้ที่สนใจอยากลองใช้งาน ก็สามารถลองใช้งานได้ 30 วัน ดาวน์โหลดมาลองกันก่อนได้ ที่นี่

Dashlane

อีกหนึ่งโปรแกรมจัดการรหัสผ่านที่ดี แม้ในช่วงแรกจะดูเหมือนกับโปรแกรมตัวอื่นบนท้องตลาด แต่สำหรับรุ่นที่ 6 ตัวโปรแกรม Dashlane มีการปรับปรุงอย่างก้าวกระโดดจากเวอร์ชันเก่ามาก นั่นคือการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ชื่อว่า Site Breach Alerts ซึ่งช่วยให้เรารับรู้ว่าเว็บไซต์ที่เข้าชม หรือใช้งานอยู่ มีการรั่วไหลของข้อมูลออกมาหรือไม่ และพร้อมแจ้งเตือนให้เราทราบทันทีเพื่อเปลี่ยนแปลงรหัสกับข้อมูลอื่น ๆ

ที่สำคัญอีกอย่างคือตัวโปรแกรมนี้ใช้งานง่าย และยังเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือสะดวก ซึ่งช่วยจัดการป้องกันรหัสผ่านกับข้อมูลส่วนตัวได้ดี ด้วยราคาค่าบริการต่อเดือนที่ไม่สูงนัก (เดือนละ $5 หรือเดือนละ 160 บาท) หรือถ้าอยากใช้งานเวอร์ชันเต็มก็มีแบบ Premium Plus ซึ่งใช้เดือนละ $10 (320 บาท) โดยทีฟีเจอร์การใช้งานเพิ่มขึ้น ด้วยผู้ใช้ยังสามารถทดลองใช้งานฟรีได้ 30 วัน เพื่อประกอบการตัดสินใจ สามารถดาวน์โหลดมาทดลองใช้งานได้ ที่นี่

LastPass

สำหรับคนที่มีรายรับไม่สูง แต่ก็คิดถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตน โปรแกรม LastPass ถือเป็นคำตอบที่น่าสนใจมาก เพราะมันเป็นโปรแกรมการจัดการรหัสผ่านที่ได้รับความนิยมที่มีคนรู้จักมากมาย รองรับการใช้งานเกือบทุกแพลตฟอร์ม แถมยังสามารถใช้ฟังก์ชัน Password Syncing แบบฟรี ๆ อีกด้วย

คุณสมบัติคล้ายกับโปรแกรม 1Password และ Dashlane โปรแกรม LastPass จะเก็บข้อมูลสำคัญเอาไว้ในเซิร์ฟเวอร์ที่มีการเข้ารหัสอย่างแน่นหนา ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเข้าไปสอดส่องข้อมูลส่วนตัวอย่างง่ายดาย ด้วยการเชื่อมต่อของ App หรือโปรแกรมในเครื่องคอมพิวเตอร์ และยังมีฟังก์ชันอย่าง Auto fill form ที่ช่วยให้การใส่รหัสทำได้ง่าย แต่เจาะขโมยยากอีกด้วย

LastPass สามารถใช้งานฟรี แต่ถ้าหากอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน Premium เดือนละ $3 ก็จะได้ฟังก์ชันการใช้งานแบบ Two-factor Authentication เพื่อเพิ่มความปลอดภัยได้มากขึ้น พร้อมเสริมเนื้อที่สำหรับเก็บข้อมูลให้เยอะถึง 1GB สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ ที่นี่

 

KeypassXC

สำหรับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการฐานข้อมูลหรือมีความรู้เรื่องระบบคอมพิวเตอร์อยู่ระดับหนึ่ง KeypassXC น่าจะเป็นคำตอบของคุณ เพราะโปรแกรมฟรีตัวนี้ จะช่วยให้คุณสามารถจัดเก็บรหัสผ่านต่าง ๆ ด้วยการเข้ารหัสอย่างแน่นหนา, เข้าถึงได้จากใช้ระบบ Master Password และยังสามารถจัดเก็บไฟล์ พร้อมเชื่อมต่อกับเว็บฝากไฟล์ยอดนิยมอย่าง Dropbox ได้อีกด้วย ซึ่งเมื่อทำการเข้ารหัสแล้ว ผู้ใช้งานจะสามารถเข้าถึงไฟล์ต่าง ๆ จากอุปกรณ์ทุกชิ้น ขอแค่มีเพียง Master Password อยู่กับตัวไว้เท่านั้น

KeypassXC เป็นโปรแกรม Open Sauce ที่เปิดให้ทุกคนใช้งานได้อย่างอิสระ สามารถดาวน์โหลดได้ ที่นี่

ท้ายนี้แล้ว การจัดการรหัสผ่านนั้นก็ขึ้นอยู่กับที่ตัวบุคคลเป็นหลักว่าจะมีการจัดการอย่างไร ซึ่งสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างมากคือการใช้ Auto Fill Form หรือการใส่รหัสผ่านแบบอัตโนมัติในเครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะต่าง ๆ ซึ่งแม้ต่อให้เรามีรหัสผ่านหลายชุดที่สามารถจดจำไว้ ก็ไม่ควรใช้คุณสมบัตินี้ ถ้าหากไม่มีการลงโปรแกรมจัดการรหัสผ่านที่ป้องกันได้ดีพอ เพราะมันก็เหมือนกับเรื่องอื่น ๆ ที่ต่อให้โลกนี้มีโปรแกรมป้องกันการเจาะเข้ารหัสผ่านที่ดีแค่ไหน แต่ถ้าผู้ใช้งานยังประมาทเลินเล่อ ก็ยังคงตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดีได้เสมอครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง – THE 4 BEST PASSWORD MANAGERS TO SECURE YOUR DIGITAL LIFE