4 ประเภทเกมเมอร์ที่ไม่มีใครอยากเล่นด้วย


มีคนเคยกล่าวไว้ “การเล่นเกมเป็นการคลายความทุกข์ในชีวิตอย่างหนึ่ง” ซึ่งปัจจุบันประโยคนี้เป็นเหมือนกับลมปากไปแล้ว เพราะในทุกวันนี้การเล่นเกมบางครั้งอาจจะสร้างความทุกข์มากกว่าความสุขเสียอีก โดยสาเหตุหลักก็คงจะไม่พ้นเหล่าเกมเมอร์ด้วยกันเองนี่แหละ

เนื่องจากปัจจุบันเกมแบบ Multiplayer มีจำนวนมากกว่าเกม Single Player ส่งผลให้เกมเมอร์ถูกผลักเข้าไปสู่สังคมการเล่นเกมออนไลน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แน่นอนว่ามนุษย์ของเรามีพื้นเพที่แตกต่างกัน จึงไม่แปลกที่เราจะหาคนที่เล่นด้วยตรงใจยากเหลือเกิน

ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างสังคมในเกมออนไลน์ที่ดี เราจึงจะพาไปรู้จักกับ 4 ประเภทของเหล่าเกมเมอร์ที่สังคมออนไลน์ต่างส่ายหน้าหนี เมื่อต้องพบเจอในการเล่นเกมออนไลน์ต่าง ๆ

1.Toxic Player

Toxic Player เป็นคำนิยามให้กับเหล่าผู้เล่นที่เป็นพิษภัยต่อสังคมเกม โดยเฉพาะในหมู่เกมเมอร์ที่ไม่ว่าจะไปเล่นเกมไหน ๆ ต่างก็ต้องเจอกับบรรดาเหล่าผู้เล่นประเภทนี้ จนทำให้ในบางครั้งเกมไม่สนุกหรือเลิกเล่นไปเลยเพราะทนกับสังคมหรือผู้เล่นประเภทนี้ไม่ไหว ซึ่งเกมเมอร์กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีมากที่สุดในเกมต่าง ๆ

gamer

ปัญหาที่ทำให้ Toxic Player กลายเป็นประชากรส่วนใหญ่ในเกมต่าง ๆ  นั้นเราได้เคยทำบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้แล้ว โดยหากกล่าวโดยสรุปคือการเกมปัจจุบันเน้นในการปะทะกันของผู้เล่นสองฝ่าย เมื่อความยากจะเอาชนะสูงกว่าความเป็นมนุษย์ของผู้เล่นแต่ละคนจึงไม่แปลกที่เหล่าเกมเมอร์จะด่าหรือเหยียดกันไปมาเป็นเรื่องปกติ

หนทางในการรับมือ Toxic ที่ดีที่สุดนั้นคงเริ่มต้นที่ตัวของเราเอง การเปลี่ยนทัศนคติบางประการจะทำให้เราสามารถที่จะรับมือกับเรื่องเหล่านี้ได้ดีขึ้น เพราะเราได้รู้แล้วว่าการโต้เถียงกับพวก Toxic เพื่อเอาชนะนั้นเสียเวลาในชีวิตมากแค่ไหนเอาเวลาไปทำอย่างอื่นจะดีกว่า

2. Fanboy ที่ทำตัวไม่น่ารัก

เกมเมอร์หลาย ๆ คนมักจะมีเกมหรือทีมพัฒนาในดวงใจหรือเรียกง่าย ๆ ว่าเหล่า Fanboy ที่พร้อมจะสนับสนุนหรือปกป้องเกมที่เรารักจากเกมเมอร์กลุ่มอื่น ๆ จนในบางครั้งความรักที่มีต่อเกมมากเกินไปอาจจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี

เรื่องนี้หากพูดลอย ๆ อาจจะไม่เห็นภาพเท่าไหร่ แต่หากคุณลองจินตนาการถึงเหล่ากลุ่ม Fanboy ของเครื่อง PlayStation 4 กับ PC จะเห็นได้ว่าสองกลุ่มนี้สามารถถกเถียงกันได้ทุกเรื่อง บางเรื่องเถียงกันมา 10 ปีก็ยังไม่จบ หรือหากยกตัวเกมคงเป็นเรื่องของเกม Battlefield กับ Call of Duty ที่ไม่ว่าจะมีภาคใหม่กี่ภาค การ “แซะ” ก็ยังคงเกิดขึ้นได้เสมอ

การแก้ปัญหาเรื่องนี้คงเริ่มต้นจากการปล่อยวาง “อัตตา” ของตัวเรา ไม่มีสิ่งใดในโลกใบนี้ที่สมบูรณ์ ทุกอย่างล้วนมีข้อเสีย จะเป็นเรื่องที่ดีกว่าไหมหากเราเรียนรู้ที่จะยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อนำมาพัฒนาตัวเอง เอาชนะปัญหาที่มีอยู่ ดีกว่าอวยจนไม่ลืมหูลืมตาจนเรามองข้ามปัญหาต่าง ๆ ไป

3. เกมเมอร์สายโยน(เกม)

Throwers เดิมเป็นคำเรียกของเหล่าผู้เชี่ยวชาญในด้านของการโยนหรือปาเช่น Knife Thrower (คนขว้างมีด) หรือ Boomerang Thrower (คนปาบูมเมอร์แรงเป็นต้น) แต่หากนำมาใช้ในการเล่นเกมจะหมายถึงเหล่าคนที่ทิ้งเกมหรือกลุ่มคนที่ไม่แคร์ในเรื่องการแพ้ชนะในเกม

เรื่องนี้ดูผิวเผินเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวเพราะใคร ๆ ก็โยนได้ แต่การกระทำแบบนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีสปิริตอย่างแรง เพราะการเล่นเป็นทีมมีในเกมต่าง ๆ ล้วนต้องใช้การร่วมมือร่วมใจกันในการเอาชนะฝ่ายตรงข้าม การโยนเกมเป็นการทำลายคุณค่าของตัวคุณเองและเป็นทำลายความพยายามของเพื่อนร่วมทีมที่เหลืออย่างไม่ไยดี

ยิ่งเป็นเกมที่เน้นการแข่ง Esports การโยนเกมเท่ากับโทษตายทั้งเป็น เพราะนอกจากคุณจะหมดเส้นทางในทีมนั้น ๆ แล้ว คุณอาจจะหมดอนาคตสำหรับเส้นทางสายเกมเมอร์ไปเลยด้วยซ้ำ ที่คำขอโทษและคำแก้ตัวหล่อ ๆ ก็ไม่อาจจะช่วยคุณได้ เพราะคุณได้ทำลายสิ่งสมบัติที่สำคัญที่สุดของการแข่งขัน นั่นคือ “น้ำใจนักกีฬา”

การโยนเกมถือว่าเป็นปัญหาที่หาทางแก้ได้ยากที่สุด เพราะว่าโอกาสเกิดนั้นแล้วแต่ดวงมาก มีตั้งแต่การทะเลาะกันเรื่องเล็ก ๆ ไปจนถึงเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ ทำให้เกิดความไม่พอใจและโยนเกมในที่สุด ดังนั้นอะไรที่ยอมกันก็ยอมกันบ้าง เพราะแม้ว่าเราอาจจะไม่ได้เจอกับเขาในรอบหน้า แต่รอบนี้เราต้อง “ช่วยกัน” เพื่อนำพาทีมไปสู่ชัยชนะ

ในขณะเดียวกันหากเราเจอเหล่าคนโยน ในเกมที่เล่นเราจะทำอย่างไรดี ? ผู้เขียนคงให้คำตอบได้สองประการคือ 1. เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเพราะอย่างน้อยเราก็ถือว่าเราได้ทำหน้าที่ของเราแล้ว 2. กดปุ่ม Report ให้ไว

4.เหล่ามนุษย์ผู้มีอัตตาสูง

Video Game Elitist สำหรับบ้านเราอาจจะไม่คุ้นเคยกับคำนี้เท่าไหร่ โดยบ้านเราจะชินกับคำว่า EGO มากกว่าหมายถึงกลุ่มเกมเมอร์ที่ชอบคิดว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่นและไม่ยอมรับในความคิดเห็นหรือคำแนะนำของเกมเมอร์ท่านอื่น

เกมเมอร์ประเภทนี้มีสองแบบ ในแบบแรกคือกลุ่มคนที่ใช้สิ่งนี้เป็นแรงผลักดันในการพัฒนาฝีมือตัวเองให้เก่งยิ่งขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้มีน้อยมากและส่วนใหญ่ก็กลายเป็น Proplayer กันไปแล้ว เมื่อถึงจุดนั้นต่อให้เขาจะมี EGO สูงเสียดฟ้า แต่สโมสรและการเล่นแบบทีมก็ใหญ่กว่าเขาเสมอ

ในแบบที่สองเป็นเหล่าเกมเมอร์ที่ EGO เพราะไม่ยอมรับในความพ่ายแพ้และข้อผิดพลาด เกมเมอร์กลุ่มนี้มักจะโทษทุกสิ่งทุกอย่าง โดยเฉพาะเพื่อนร่วมทีมของพวกเขา ที่มักจะกลายเป็นเหยื่ออารมณ์ของเรื่องนี้เสมอ ซึ่งโชคดีอาจจะจบเพียงในเกมหากโชคร้ายอาจจะจบนอกจอ

การจะเปลี่ยนผู้เล่นที่มองตัวเองว่าเป็นศูนย์กลางของจักรวาลนั้น ยากกว่ากลุ่มเกมเมอร์สามกลุ่มที่ได้กล่าวข้างต้น สิ่งที่เราต้องทำคือการแยกคนที่มีความมุ่งนั่นการเอาชนะกับคนที่อวดเพื่อข่มคนอื่นให้ออก ซึ่งสิ่งนี้ดูได้จากพฤติกรรมในการเล่นของเขา รวมถึงคำพูดต่าง ๆ ที่เขาใช้จะบ่งบอกตัวตนของเกมเมอร์ท่านนั้นอย่างชัดเจน

สรุป

ทุกวันนี้ล้วนใช้เกมเป็นสื่อบันเทิงในการผ่อนคลายความเครียดเป็นหลัก ดังนั้นการเกมจะมีความสุขได้อย่างไร หากต้องเจอกับเกมเมอร์เหล่านี้ ดังนั้นเริ่มที่ตัวเราเองเป็นเกมเมอร์ที่ดี ไม่ว่าจะเล่นเกมไหน ๆ ก็มีความสุข