35 หูฟัง ราคาไม่เกิน 1,000 บาท

ปัจจุบัน หูฟังมีตัวเลือกให้ใช้งานมากมายตั้งแต่หูฟังระดับ High-End ราคาเกิน 2 หมื่นบาทขึ้นไป สำหรับนักฟังเพลง Audiophile, ราคาระดับกลางราว 5,000 บาท สำหรับคนที่ซีเรียสในการฟังเพลงระดับหนึ่ง จนถึง หูฟัง ไม่เกิน 1000 ที่ตั้งเป้าสำหรับคนต้องการใช้หูฟังคุณภาพดี ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง แถมสามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน

ในยุคนี้ หูฟังราคาไม่เกิน 1,000 บาทจากแบรนด์ต่าง ๆ เริ่มพบเห็นได้มากขึ้นหลายเท่าจนหลายคนอาจเลือกซื้อไม่ถูก นี่คือบทความแนะนำ 35 หูฟังราคาไม่เกิน 1,000 บาทที่ใช้ได้ใช้ดี สามารถซื้อเก็บไว้ใช้งานเอง สะสมเป็นคอลเล็กชัน หรือเป็นของขวัญสำหรับคนรักใกล้ตัวก็ได้ แล้วจะมีอะไรบ้าง ก็สามารถรับชมได้เลย

*คำแนะนำ: เนื่องจากหูฟังแต่ละตัวให้คุณภาพเสียงและโทนแนวเสียงที่ไม่เหมือนกัน เราจึงแนะนำให้ทดลองใช้งานครั้งแรก ก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้ง (หากมีโอกาสได้แวะร้านโซนขายของอิเล็กทรอนิกส์ หรือร้านขายหูฟังโดยเฉพาะ)

ประเภท In-Ear

Soundmagic ES11S – 290 บาท

Soundmagic ES11S คือหูฟัง In-Ear ระดับ Budget ที่สามารถรองรับการใช้ไมค์ทั้งในระบบมือถือ iOS และ Android กับแจ็กเสียบรูหูฟังเป็นรูปทรง L ช่วยลดการกระชากสาย เป็นหูฟังเหมาะสำหรับคนกำลังหาหูฟังตัวสำรอง หรือทดแทนหูฟังที่เสียแล้ว

ร้านค้า: HolySai

KZ EDX – 299 บาท

Knowledge Zenith หรือ KZ เป็นแบรนด์หูฟังจากประเทศจีนที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตหูฟังราคา Budget แต่มีคุณภาพดีกว่าหูฟังทั่วไป

KZ EDX เป็นหูฟังทรง Custom ราคาถูกที่สุดในแบรนด์ KZ โดยจุดเด่นของรุ่นนี้คือสามารถเปลี่ยนสายหูฟัง 2-Pin ที่หากสายหูฟังขาด ชำรุด หรือต้องการอัปเกรดสายหูฟังที่ดีกว่านี้ ก็สามารถซื้อสายหูฟัง 2-Pin ใหม่มาเปลี่ยนได้ทันที ส่วนคุณภาพเสียงก็ถือว่าไม่เลวเสำหรับการฟังเพลงแนว EDM หรือเพลงอิเล็กทรอนิกส์ในราคาเพียง 300 บาท

ร้านค้า: HolySai, 425Degree, eGadget

JVC HA-FX71M – 390 บาท

หูฟัง JVC HA-FX71M มาพร้อมไมค์สามารถรองรับใช้งานร่วมกับโทรศัพท์มือถือ รวมถึงคุณภาพเสียงเบสที่มีมวลมากจึงใช้ฟังเพลง EDM หรือเพลงป๊อปได้อย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนต้องการมองหาหูฟังตัวสำรอง หรือทดแทนหูฟังที่ชำรุดแล้ว

ร้านค้า: Munkong Gadget, Shopee, Mercular

JVC HA-FR6 – 490 บาท

หากคิดว่าสีของ JVC HA-FX71M มันดู “น่าเบื่อ” เกินไปสำหรับคุณ หูฟังรุ่น HA-FR6 สามารถตอบโจทย์ให้ท่านด้วยสีที่มีให้เลือกมากกว่า 8 สี นอกจากนี้ หูฟังตัวนี้มีไมค์ที่สามารถรองรับใช้งานกับระบบ iOS และ Android อีกด้วย

ร้านค้า: HolySai, Mercular

CCA CA4 – 499 บาท

CCA เป็นหนึ่งในแบรนด์หูฟังจากประเทศจีนที่งัดข้อกับ KZ ได้อย่างสูสี โดย CCA CA4 เป็นหูฟังทรง Custom เชื่อมต่อสายหูฟังประเภท 2-Pin สามารถเปลี่ยนสายได้ ซึ่งจุดเด่นของหูฟังรุ่นนี้ คือใช้ไดรเวอร์ไฮบริดเป็น Balanced Armature 1 ตัว และ Dynamic Driver 1 ตัว ทำให้หูฟังรุ่นนี้สามารถถ่ายทอดรายละเอียดเสียงดนตรีชัดเจนกว่าหูฟังที่ใช้ไดรเวอร์ 1 ตัว

ร้านค้า: Mercular, eGadget

KZ ZST – 489 บาท

จะบอกว่าเป็นหูฟังมหาชนเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าเดินทางไปไหนก็ต้องพบกับบางคนใช้หูฟังตัวนี้เป็นประจำ โดย KZ ZST มีคุณสมบัติเด่นสามารถเปลี่ยนสายหูฟังประเภท 2-Pin ได้ ส่วนคุณภาพเสียงโดยรวมก็จัดว่าไม่เลวเช่นกัน ถ้าหากเป็นคนชอบฟังเพลงเน้นเสียงเบสลึก ๆ เช่น EDM, อิเล็กทรอนิกส์, เทคโน, HIP-HOP เรามั่นใจว่าหูฟังนี้สามารถทำหน้าที่ของมันได้ดีทีเดียว

ร้านค้า: HolySai, Mercular, eGadget

JBL T110 – 490 บาท

JBL เป็นแบรนด์เครื่องเสียงจากสหรัฐฯ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากการผลิตลำโพงไร้สาย และหูฟังรุ่นต่าง ๆ ที่มีราคาระดับ Budget จนถึงราคาระดับกลาง ซึ่ง JBL T110 คือหูฟัง In-Ear รุ่นราคาถูกสุดของแบรนด์ โดยมีจุดเด่นที่สายหูฟังเป็นสายแบนช่วยให้สายพันกันได้ยาก เมื่อเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ ส่วนเสียงของหูฟังตัวนี้ยังคงเน้นเสียงเบส เหมาะสำหรับการฟังเพลงป๊อป, EDM, HIP-HOP และร็อก เหมือนหูฟังหลายตัวที่อยู่ในราคาระดับเดียวกัน

ร้านค้า: Munkong Gadget, Mercular, BaNANA

KZ ZSN Pro X – 580 บาท

เป็นหูฟังรุ่นอัปเกรดจาก KZ ZSN Pro โดยรุ่น X ใช้บอดี้ทำจากวัสดุเรซินและโลหะ ช่วยให้รูปลักษณ์ภายนอกดูพรีเมียมกับมีความทนทาน นอกจากนี้ หูฟังนี้ใช้ไดรเวอร์ไฮบริดเป็น Balanced Armature 1 ตัว และ Dynamic Driver 1 ตัว รวมถึงสามารถเปลี่ยนสายหูฟัง 2-Pin ได้อีกด้วย

ร้านค้า: Mercular, HolySai, 425Degree, eGadget

Auglamour F300 – 690 บาท

อีกหนึ่งแบรนด์หูฟังชื่อดังจากประเทศจีน ที่เน้นผลิตหูฟังตั้งแต่ระดับ Budget จนถึงราคาระดับกลาง โดย Auglamour F300 เป็นหูฟังทรง Custom ใช้ไดรเวอร์แบบ Dynamic 1 ตัว ซึ่งจุดเด่นของหูฟังตัวนี้คือการจูนเสียงแบบ Harman Curve ทำให้คุณภาพเสียงมีความใกล้เคียงกับลำโพงเครื่องเสียง รวมถึงใช้สายหูฟัง 2-Pin ที่สามารถเปลี่ยนสายเมื่อชำรุดหรือหากต้องการอัปเกรดสายได้

ร้านค้า: Sound Proof Bros., HolySai

BGVP DN1S – 690 บาท

BGVP DN1S คือหูฟังจากประเทศจีนในราคาระดับ Budget ที่ใช้สายหูฟังประเภท MMCX สามารถหมุน 360 องศา และถอดเปลี่ยนสายหูฟังได้ง่าย โดยจุดเด่นของหูฟังรุ่นนี้คือใช้ไดรเวอร์ไฮบริดเป็น Balanced Armature 1 ตัว และ Dynamic Driver 1 ตัว ให้เสียงเบสที่กลมกล่อม เหมาะสำหรับการฟังเพลงหลากแนว (ยกเว้นแนวออร์เคสตรา หรือแนวเพลงที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีเยอะ)

ร้านค้า: Mercular, HolySai

FiiO F3 – 710 บาท

FiiO เป็นแบรนด์เครื่องเสียงจากจีนที่ทำทั้งแอมป์ เครื่องเล่นเพลงพกพา หรือแม้กระทั่งตัวหูฟังเอง ซึ่ง FiiO F3 เป็นหูฟังแบบคล้องหู (หรือสวมแบบธรรมดาก็ได้) ที่มีคุณสมบัติพิเศษ สามารถเปลี่ยนสีบอดี้ของหูฟังได้ตามใจชอบ รวมถึงสายหูฟังทำจากวัสดุ polyurethane ที่มีความยืดหยุ่นสูง ไม่พันกันง่าย และจุกหูฟังทำจากวัสดุ Medical Grade ช่วยให้จุกแต่ละขนาดนั้นให้ลักษณะเสียงที่แตกต่างกัน

ร้านค้า: 425Degree, HolySai

Skullcandy Ink’D 2.0 – 890 บาท

หากกำลังมองหาหูฟังดีไซน์เก๋ไก๋ขวัญใจวัยรุ่น อย่างไรก็ไม่มีทางหนีพ้น Skullcandy Ink’D 2.0 หูฟังจากแดนสหรัฐฯ ที่มีจุดเด่นด้านการออกแบบลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงให้เสียงเบสที่หนักแน่นต้องโดนใจขา HIP-HOP และ EDM ไม่ใช่น้อย

ร้านค้า: Munkong Gadget

JVC HA-FX103M – 890 บาท

หูฟังที่สามารถหาซื้อได้ตามโซนขายของอิเล็กทรอนิกส์ ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นน้ำหลายแห่ง JVC HA-FX103M คือหูฟัง In-Ear ดีไซน์จ๊าบที่มาพร้อมตัวอักษร “XX” ขนาดใหญ่ตรงตัวหูฟัง หากท่านกำลังมองหาหูฟังเน้นฟังสนุกให้เสียงเบสที่ลึกและแน่น ๆ HA-FX103M ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ควรจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

ร้านค้า: Munkong Gadget, Shopee, Mercular

radius HP-NEF11 – 890 บาท

radius HP-NEF11 คือหูฟัง In-Ear จากแดนญี่ปุ่นที่มาพร้อมเสียงเบสหนักแน่นฟังสนุก และงานประกอบที่พิถีพิถัน คงทน ใช้งานได้นาน (ตราบใดที่ไม่มีการกระชากสายหูฟังบ่อย) โดยจุดเด่นของหูฟังรุ่นนี้ คือจุกหูฟังที่แถมมาในกล่องเป็นจุก Deep Mount ที่พัฒนาขึ้นโดยทางแบรนด์ radius เอง ซึ่งจุกดังกล่าวช่วยป้องกันเสียงภายนอกได้ดีกับสวมได้กระชับ รวมถึงทำให้เสียงเบสแน่นขึ้นอีกด้วย

ร้านค้า: Sound Proof Bros., Mercular

JBL T210 – 990 บาท

อัปเกรดจากหูฟัง JBL T110 โดยรุ่นนี้ได้เปลี่ยนวัสดุให้ดูพรีเมียมมากขึ้น รวมถึงปรับจูนเสียงใหม่ให้เน้นการฟังเพลงแนวสบาย ๆ และแยกเสียงเครื่องดนตรีให้ชัดเจนมากขึ้น

ร้านค้า: Munkong Gadget, Mercular, BaNANA, Sound Proof Bros.

RHA MA390 – 990 บาท

RHA คือแบรนด์หูฟังจากประเทศอังกฤษที่ผลิตทั้งหูฟังระดับ Hi-End จนถึงหูฟังราคาถูกเป็นมิตรสำหรับทุกคน โดยจุดเด่นสำหรับรุ่น MA390 คืองานประกอบตัวหูฟังมีความพิถีพิถัน ใช้วัสดุอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา สายหูฟังเคลือบด้วยผ้า และมันให้เสียงโทนอุ่นเหมาะสำหรับการฟังเพลงแนวเบา ๆ สบาย ๆ

ร้านค้า: Mercular และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

KZ DQ6 (ไม่มีไมค์) – 990 บาท

หูฟังของ KZ หลายรุ่นมักมีคาแรเตอร์ให้เสียงเบสแน่นเน้นฟังสนุกเป็นหลัก แต่ KZ DQ6 นั้นแตกต่างจากรุ่นอื่นทั่วไป เพราะรุ่นนี้ใช้ไดรเวอร์ขับเสียง Dynamic เป็นจำนวน 3 ตัว พร้อมปรับจูนใหม่ให้มีเสียงโทน “Natural” (เน้นเสียงกลาง) เป็นธรรมชาติและติดเสียงโทนอุ่นเล็กน้อย ทำให้หูฟังนี้เหมาะสำหรับการฟังเพลงแนว Acoustic และป๊อปที่มีเครื่องดนตรีน้อยชิ้น

ร้านค้า: HolySai, Zoundaholic, Mercular

Moondrop Spaceship – 990 บาท

Moondrop คือแบรนด์หูฟังจากจีนที่ช่วงหลัง ๆ เริ่มได้รับการยอมรับจากกลุ่มคนเล่นหูฟังในต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งหูฟังรุ่น Spaceship ก็ถือเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของค่าย ด้วยการจูนเสียงเป็นโทน Diffuse Field Natural ที่ออกแบบสำหรับคนชื่นชอบการฟังเพลงเน้นขับร้องโดยเฉพาะ ใครเป็นคนชอบฟังเพลงเน้นเสียงร้องมาก ๆ แบบเสียงอัดใส่หน้าผู้ฟังสุด ๆ ก็ไม่ควรพลาดหูฟังตัวนี้เป็นอย่างยิ่ง

ร้านค้า: Munkong Gadget

Soundmagic ES19S – 990 บาท

เป็นหูฟังที่อัปเกรดจาก Soundmagic ES11S โดยหูฟังนี้มีการเปลี่ยนวัสดุใหม่ให้มีความแข็งแกร่งทนทาน รวมถึงมีการปรับจูนเสียงเล็กน้อยเพื่อสามารถแยกเครื่องดนตรีได้ชัดเจนมากขึ้น

ร้านค้า: HolySai, Mercular

QKZ VK4 – 999 บาท

QKZ VK4 คือหูฟังที่สามารถถ่ายทอดเสียงเบสได้อย่างมีคุณภาพ โดยไม่มีการกลบเสียงย่านสูงหรือเสียงกลางมากจนเกินไป แน่นอนว่าหูฟังตัวนี้เหมาะสำหรับการฟังเพลงหลากแนวอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าหากกำลังมองหา หูฟัง ไม่เกิน 1000 เน้นเสียงเป็นหลัก โดยไม่สนด้านการจูนอย่างพิถีพิถัน เช่น การจัดวางตำแหน่งเครื่องดนตรีอย่างเหมาะสม หรือความกว้างของเสียง นี่ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย

ร้านค้า: Shopee

ประเภท Earbud

VE Monk Plus – 200-300 บาท

VE Monk คือ Earbud ระดับตำนานที่ชาวนักเล่นหูฟังในเว็บบอร์ด Head-Fi หลายคนต่างต้องยกย่องในความเทพของมัน ซึ่ง VE Monk Plus คือหูฟังที่พัฒนาต่อยอดจากรุ่นแรก โดยเสียงของมันมีโทน “บาลานซ์” สามารถใช้ได้ทั้งการฟังเพลงทั่วไป ดูหนัง เล่นเกม หรือฟังเพลงแบบ Audiophile หากต่อกับแอมป์และเปลี่ยน EQ

แต่อย่างไรก็ตาม VE Monk Plus มีแรงขับความต้านทานถึง 64 โอห์ม ทำให้หูฟังนี้สามารถปลดล็อกประสิทธิภาพเสียงเพิ่มเติมได้จากการเสียบรูหูฟังผ่านอุปกรณ์แอมป์ต่าง ๆ

ร้านค้า: 425Degree, HolySai

FiiO EM3K – 390 บาท

หูฟัง Earbud รูปทรงคลาสสิกที่ให้เสียงเบสนุ่มนวล เหมาะสำหรับการฟังเพลงหลากหลายแนว (ยกเว้นออร์เคสตรา หรือเพลงที่มีเครื่องดนตรีเยอะ) นอกจากนี้ หูฟัง FiiO EM3K มีแรงขับความต้านทานที่ 47 โอห์ม จึงสามารถใช้งานได้ร่วมกันมือถือ โดยไม่จำเป็นต้องต่อแอมป์เพิ่มเหมือน VE Monk Plus

ร้านค้า: Mercular, HolySai, Jaben

Soundmagic EP10 – 390 บาท

หากคิดว่าดีไซน์ของ FiiO EM3K มันดู “จืด” เกินไปละก็… Soundmagic EP10 สามารถตอบโจทย์ให้คุณด้วยสีที่มีให้เลือกถึง 3 สี รวมถึงตัวหูฟังมีแรงขับความต้านทานเพียง 16 โอห์มเท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นหูฟัง Earbud ตัวหนึ่งที่เป็นมิตรต่ออุปกรณ์เครื่องเล่นเพลงและมือถือเกือบทุกเครื่อง

ร้านค้า: Mercular, HolySai

Cat Ear Audio Mimi – 390 บาท

Cat Ear Audio Mimi เป็นหูฟัง Earbud ที่เพิ่งออกวางจำหน่ายไม่นานเมื่อกลาง-ปลายปี 2020 ซึ่งหูฟังดังกล่าวมีกระแสตอบรับจากคนเล่นหูฟังดีเยี่ยมด้วยคุณภาพที่ดีเกินราคา ไม่ว่าจะเป็นงานประกอบสุดพิถีพิถัน สายหูฟังทำจากเงิน LC-OFC หุ้มด้วยฉนวนใส ทำให้เสียงโปร่งใสเป็นธรรมชาติมากขึ้น และคุณภาพเสียงโดยรวมก็ถือว่าทำได้ดีเกินคาดอีกด้วย ซึ่งถ้าหากได้ลองฟังและเห็นครั้งแรก คุณต้องไม่มีทางเชื่อแน่นอนว่าเจ้าหูฟังตัวนี้ขายราคาเพียง 390 บาทเท่านั้น

ร้านค้า: Mercular, Sound Proof Bros., HolySai

Faaeal Iris 1.0 – 390 บาท

Faaeal Iris 1.0 คืออีกหนึ่ง Earbud ที่มีประสิทธิภาพสมกับราคา 390 บาท โดยโทนเสียงของมันเป็นแนว Natural ให้เสียงเป็นธรรมชาติ โปร่งกว้าง ได้ยินเสียงดนตรีประเภทสายได้ชัดเจน เหมาะสำหรับการฟังเพลงแนวป๊อป ร็อก เมทัล และ Acoustic แต่อาจจะไม่เหมาะสำหรับแนว EDM หรือเทคโนสักเท่าไหร่นัก

ร้านค้า: Sound Proof Bros.

Moondrop Shiro-Yuki – 490 บาท

หูฟัง ไม่เกิน 1000 ราคาถูกที่สุดของค่าย Moondrop จุดเด่นของหูฟังรุ่นนี้คือเสียงมันให้โทนเป็นธรรมชาติ เบสเก็บตัวเร็ว และติดอุ่นเล็กน้อย เหมาะสำหรับการฟังเพลงป๊อป, ขับร้อง หรือแม้กระทั่งร็อกเบา ๆ ก็ทำได้ไม่เลวเช่นกัน

ร้านค้า: Munkong Gadget

ประเภท True Wireless

Eaudio P9 EXP True Wireless – 499 บาท

Eaudio P9 EXP คือหนึ่งในหูฟัง True Wireless ที่มีราคาขายถูกที่สุด ณ ตอนนี้ เพียง 499 บาทเท่านั้น แต่สเปกของหูฟังนี้ก็จัดว่าไม่ธรรมดาเช่นกัน มันสามารถรองรับสัญญาณ Bluetooth 5.0, มีระบบเปิด-ปิดเพลงอัตโนมัติ เมื่อหยิบหรือใส่หูฟังในเคส พร้อมฟังเพลงได้นานต่อเนื่อง 2-3 ชั่วโมง โดยเคสบรรจุแบตเตอรี่ได้ 1,500 mAh เพียงพอต่อการใช้งานชีวิตประจำวัน

แนวเสียงของ Eaudio P9 EXP เน้นเบสลูกโต ฟังสนุกสนาน เหมาะสำหรับการฟังเพลง EDM, HIP-HOP, เทคโน และเพลงป็อป นอกจากนี้ ตัวหูฟังใช้จุก Spitfit CP360 ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มความกระชับในการเสียบหูฟังเข้ารูหู และเพิ่มเสียงย่านเบส

ร้านค้า: Mercular, Sound Proof Bros., eGadget

KZ S1D – 890 บาท

KZ S1D เป็นหูฟังรุ่นเล็กของ KZ S1 โดยรุ่นนี้จะมีเพียง Dynamic Driver เพียงตัวเดียวเท่านั้น และเน้นการใช้งานง่าย ฟังสนุกสนาน ใครชื่นชอบเพลงแนวป็อปหรือร็อกจะต้องชื่นชอบหูฟังนี้อย่างแน่นอน แม้ฟีเจอร์ของตัวนี้ไม่เยอะหรูหราเท่ากับรุ่นพี่อย่าง S1 ก็ตาม นอกเหนือจากนั้น สเปกของ S1D ก็ยังคงจัดว่าน่าประทับใจด้วยความสามารถฟังเพลงได้นานสุดราว 2-3 ชั่วโมง ซึ่งเคสสามารถชาร์จแบตเตอรี่สูงสุด 3 รอบ โดยรวมแล้วสามารถฟังเพลงได้ต่อเนื่องราว 16 ชั่วโมง

ร้านค้า: Mercular, 425 Degree, HolySai

Eaudio P10 Pro True Wireless – 990 บาท

Eaudio P10 เป็นตัวอัปเกรดจาก P9 หากอ้างอิงเปเปอร์ หูฟังรุ่นนี้สามารถกันน้ำระดับ IPX7, เคสบรรจุแบตเตอรี่ได้ 3,500 mAh, รองรับ Bluetooth 5 เวอร์ชัน 2, ฟังเพลงได้นานสุดราว 2-3 ชั่วโมง ซึ่งเคสสามารถชาร์จแบตเตอรี่สูงสุด 40 รอบ โดยรวมแล้วสามารถฟังเพลงได้ต่อเนื่องราว 280 ชั่วโมง และเคสสามารถใช้เป็น Powerbank ฉุกเฉินในการชาร์จแบตเตอรี่อุปกรณ์เครื่องอื่น เช่น โทรศัพท์มือถือได้

ส่วนแนวเสียงแม้จะยังคงเน้นเบสเหมือนเดิม แต่มีการปรับจูนเสียงใหม่ให้ได้ยินรายละเอียดเสียงเครื่องดนตรีชัดเจนและแม่นยำมากยิ่งขึ้น หากใครมีงบ 1,000 บาท เราแนะนำให้ใช้รุ่น P10 มากกว่า P9 เพราะมีการอัปเกรดอย่างชัดเจน

ร้านค้า: Mercular, Sound Proof Bros.

Auglamour AT200 – 990 บาท

Auglamour AT200 คือ หูฟัง ไม่เกิน 1000 แบบ True Wireless ราคาไม่ถึง 1,000 บาทที่หลายคนต่างแนะนำ เพราะฟีเจอร์ต่าง ๆ ค่อนข้างครบครัน รวมถึงเสียงดีอีกด้วย โดยหูฟังตัวนี้รองรับสัญญาณ Bluetooth 5.0, ป้องกันน้ำระดับ IPX5, ใช้งานได้นานสุดราว 3 ชั่วโมงต่อหนึ่งครั้ง (รวมระยะการใช้งานทั้งหมด 16 ชั่วโมงจากการชาร์จแบตเตอรี่ในเคสด้วย)

เสียงโดยรวมของ Auglamour AT200 เป็นโทน Natural ที่เน้นเสียงย่านกลาง แต่ไม่กลบเสียงย่านสูงและย่านต่ำจนเกินไป เหมาะสำหรับการฟังเพลงหลากแนว ตั้งแต่ Acoustic ก็ได้ ป๊อปก็ดี ร็อกก็แจ๋ว EDM ก็ไม่เลว

ร้านค้า: Mercular, 425 Degree, Jaben, Zoundaholic, eGadget

KZ S1 – 990 บาท

KZ S1 อาจจะแตกต่างจากหูฟัง True Wireless รุ่นอื่น ๆ เพราะตัวนี้ใช้ไดรเวอร์ขับเสียง 2 ตัว (ไฮบริด) ที่มี Dynamic Driver 1 ตัว และ Balanced Armature 1 ตัว เพราะฉะนั้นเรื่องการขับเสียงรายละเอียดดนตรีต่าง ๆ สามารถทำได้ดีกว่าไดรเวอร์เดียวอย่างแน่นอน

ความสามารถของ KZ S1 โดยรวม มีระบบรองรับสัญญาณ Bluetooth 5.0, ใช้ฟังเพลงนานสุดราว 3 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งเคสสามารถชาร์จแบตเตอรี่สูงสุด 3 รอบ โดยรวมแล้วสามารถฟังเพลงได้ต่อเนื่องราว 100 ชั่วโมง นอกจากนี้ KZ S1 มี Gaming Mode ช่วยลดการดีเลย์ของเสียง ซึ่งช่วยให้การเล่นเกมมือถือต่าง ๆ ได้เปรียบมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ร้านค้า: Mercular, 425 Degree, Zoundaholic, eGadget

ประเภทหูฟังครอบหู

Plextone G800 – 459 บาท

หูฟังเกมมิ่งราคาไม่ถึง 500 บาท แต่ประสิทธิภาพที่ได้กลับมาดันไม่ธรรมดา เพราะเจ้าตัวนี้ให้เสียงเบสหนักแน่นชัดเจน แต่ไม่กลบเสียงย่านอื่น ๆ จนเกินไป เรียกได้ว่ามีความใสฟังชัด แตกต่างจากหูฟังเกมมิ่งราคาถูกตัวอื่น ๆ ที่เน้นแต่เสียงเบสอย่างเดียว ซึ่งถ้าหากมองข้ามเรื่องวัสดุที่ทำจากพลาสติกทั้งตัว (ยกเว้นฟองน้ำ) และตัวหูฟังค่อนข้างบีบหูพอสมควร ก็ถือว่าเป็นหูฟังเกมมิ่งตัวหนึ่งที่สามารถใช้ได้ทั้งการเล่นเกมหรือฟังเพลงที่บ้าน

ร้านค้า: eGadget

Soundmagic P10S – 690 บาท

Soundmagic P10S คือหูฟังแบบครอบหู (Over-Ear) ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ฟองน้ำมีความนุ่ม นอกจากนี้ แนวเสียงของหูฟังตัวนี้เน้นเสียงย่านเบสเป็นหลัก มี Soundstage ที่ค่อนข้างกว้างพอสมควร รวมถึงมีไมค์สำหรับใช้งานผ่านโทรศัพท์อีกด้วย จึงเป็นหูฟังที่เหมาะสำหรับการฟังเพลงนาน ๆ ไม่ล้าหูอย่างแน่นอน

ร้านค้า: HolySai, Mercular

Sony MDR-ZX310 – 990 บาท

Sony เป็นหนึ่งในบริษัทผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีชื่อเสียงจากการผลิตหูฟังและเครื่องเสียงมาอย่างช้านาน เพราะฉะนั้นเรื่องคุณภาพสามารถไว้วางใจ Sony ได้เลย

สำหรับ Sony MDR-ZX310 มันคือหูฟังแบบแนบหู (On-Ear) ที่มีราคาขายถูกที่สุดของแบรนด์ แม้วัสดุส่วนใหญ่ทำจากพลาสติก แต่ก็จัดว่ามีความทนทานพอสมควร นอกจากนี้ ตัวหูฟังยังสามารถพับเก็บได้ ซึ่งช่วยให้พกพาเก็บใส่กระเป๋าง่ายยิ่งขึ้น ส่วนแนวเสียงได้เน้นเสียงย่านเบส แต่ไม่กลบเสียงย่านกลางจนเกินไป จึงเหมาะสำหรับการฟังเพลงแนวทั่วไป ตั้งแต่ Acoustic, ร็อก, ป๊อป จนถึง EDM

ร้านค้า: Mercular, BaNANA

Soundmagic P11S – 990 บาท

พัฒนาต่อยอดจาก Soundmagic P10S โดยหูฟังตัวนี้มีการอัปเกรดวัสดุให้ดูพรีเมียม ทนทานมากขึ้น สามารถพับเก็บได้ง่าย ส่วนแนวเสียงจะยังคงเน้นเสียงย่านเบสเหมือน P10S แต่มีการปรับจูนเสียงใหม่ให้ได้ยินรายละเอียดเครื่องดนตรีต่าง ๆ ชัดเจนมากขึ้น

ร้านค้า: HolySai

อ่านเพิ่มเติม: ไกด์วิธีเลือกซื้อหูฟัง Gaming, 15 เพลงประกอบเกมชั้นยอด ที่ไม่ต้องเล่นเกมก็ฟังแล้วชอบได้, 8 เพลงวิดีโอเกมที่ฟังแล้วอะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close