BY Zreast
24 May 21 6:40 pm

10 เกมสำหรับชาว Metal กับดนตรีจังหวะดุดัน เล่นไป โยกหัวไป

88 Views

สำหรับชาวเฮฟวี่เมทัล คงปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าไม่มีช่วงไหนจะน่าเบื่อเท่ากับ 1-2 ปีให้หลังนี้อีกแล้วที่ต้องห่างหายไปจากคอนเสิร์ต ซึ่งการชมผ่านช่องทางออนไลน์ ก็คงไม่พอจะเติมเต็มร่างกายที่อยากออกท่วงท่าอย่างเมามันหน้าเวทีจริงเป็นแน่

เพราะเหตุนี้ วิดีโอเกมจึงกลายเป็นอีกสื่อทางเลือก ที่จะช่วยบรรเทาความอัดอั้นได้อย่างดีเหมือนกัน โดยเฉพาะกับวันสบาย ๆ ที่รู้สึกว่าร่างกายอยากได้ “ของหนัก” ใส่หัวเข้ามาบ้าง

วันนี้ เราคัดมาให้ 10 เกมเข้ม ๆ ที่ชาวเมทัลก็ถูกใจ เกมเมอร์ทั่วไปก็ชมชอบ เพราะ Gameplay มัน ๆ ควบคู่กับซาวด์แทร็คเดือด ๆ ก็สามารถทำให้คุณเผลอโยกตามได้ไม่รู้ตัว

1. DOOM / DOOM Eternal

โปรยหัวข้อมาขนาดนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะพลาดไปได้อย่างไร สำหรับหนึ่งในเกม FPS ที่เดือดที่สุดของยุคปัจจุบันอย่าง DOOM

DOOM ในปี 2016 คือตำนานที่ถูกนำมาตีความใหม่ ให้เป็นเกมเดินหน้ายิงที่มีรูปแบบการเล่นเร้าใจ ยิงยับไม่มีพัก และให้ความรู้สึกของการเป็น “ยอดมนุษย์” ที่ปิศาจหน้าไหนก็เอาไม่ลงอย่างแท้จริง ขณะที่ DOOM Eternal ก็ยังต่อยอดระบบการเล่นและเนื้อหาให้กว้างขวางขึ้นกว่าเดิมไปอีกหลายเท่าตัว

การกลับมาครั้งนี้ ยังมีอีกองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งถูกเพิ่มเข้ามา นั่นก็คือพาร์ทดนตรี ผลงานการประพันธ์โดย Mick Gordon ที่รังสรรค์สไตล์ออกมาเป็น Industrial Metal อย่างมีเอกลักษณ์ และมักจะเริ่มเพลงด้วยซาวด์อิเล็คทรอนิคส์ก่อน จากนั้นค่อยระเบิดออกมาในช่วงที่เด่นที่สุดของเพลง ชนิดที่ฟังครั้งแรกก็ชวนให้หน้าสั่นไปตาม ๆ กัน

2. Brutal Legend

เมื่อนึกถึงเกมที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับดนตรีเมทัลโดยตรง ก็คงจะขาด Brutal Legend ไปไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง เพราะเกมนี้ไม่เพียงแต่จะนำเสนอเฮฟวี่เมทัลออกมาในแง่มุมของดนตรีเท่านั้น แต่ยังนำเสนอ “ไลฟ์สไตล์” ผสานทุกอณูในเกมให้กลืนกันได้อย่างลงตัว

ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Eddie Riggs ที่ให้เสียงพากย์โดย Jack Black (และคงไม่มีใครจะเหมาะไปกว่านี้) ใช้กีตาร์ไฟฟ้าของเขาออกต่อสู้กับศัตรูด้วยพลังสุดแฟนตาซี และพานพบกับศิลปินระดับตำนานมากมาย ที่มาร่วมเป็น Cameo ในเกม ไม่ว่าจะเป็น Lemmy แห่งวง Motorhead, Rob Halford แห่ง Judas Priest, Lita Ford รวมถึง Ozzy Osbourne อีกหนึ่งรุ่นใหญ่ที่ยังคงขับเคลื่อนวงการอยู่ในทุกวันนี้

3. Iron Maiden: Legacy of the Beast

แม้จะเป็นเกมที่ว่าด้วยเนื้อหาของวง Iron Maiden อย่างเดียว แต่ก็ต้องบอกว่า Legacy of the Beast คือเกมที่นำเอา “ปกอัลบั้ม” ของวง มาขยายจินตนาการต่อยอดได้ดีที่สุดแล้ว

Iron Maiden เป็นวงที่มีมาสค็อต “Eddie” ร่วมเดินทางมาด้วยกันกว่า 40 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้ง จนจะบอกว่าเป็นสมาชิกคนที่ 7 ของวงก็คงไม่ผิดนัก เพราะ Eddie ไม่เพียงแต่จะอยู่ในทุก ๆ ปกอัลบั้มของวงด้วยรูปลักษณ์ต่าง ๆ หากแต่ยังมาร่วมในโชว์จริง ๆ ของวงด้วยเช่นกัน ซึ่งสามารถปรากฏตัวออกมาได้ตั้งแต่ไซส์คนปกติ ไปจนถึงไซส์ยักษ์ กินพื้นที่ไปกว่าครึ่งเวทีเลยก็ยังมี

และด้วยเหตุนี้ การทำ Eddie มาทำเป็นเกมกาชาบนมือถือจริงจัง ก็ดูลงตัวสุด ๆ เพราะเนื้อหานั้นมีเยอะจัดเต็ม ทั้งในด้านตัว Eddie ที่เป็นมันได้ทุกอย่าง ดูกาว ๆ พิลึก รวมถึง “โลก” ในธีมของแต่ละอัลบั้มเอง ก็ยังมีหลากหลาย ให้ได้นำมาใช้เป็น Stage ในเกมได้แบบเหลือ ๆ เลยเช่นกัน

เกมนี้จึงเป็นแฟนเซอร์วิสระดับเทพ ที่ไม่ได้ทำแค่ให้พอมีไปส่ง ๆ แต่ได้ประมวลรวบรวมทุกบทเพลงของ Iron Maiden อัดแน่นไว้ในนี้ ให้ได้โยกกันแบบไม่พัก และไม่มีเกรงใจว่าเกมเป็น Turn-Based เลยด้วยเหมือนกัน

4. Coffee Crisis

อะไรเล่าจะเพลิดเพลินไปกว่ากาแฟ, เฮฟวีเมทัล และการกวาดล้างเหล่าเอเลี่ยนให้สิ้นสปีชีส์ไป

Coffee Crisis คือเกมอินดี้โดย Mega Cat Studios ที่มาแบบเหนือความคาดหมายสุด ๆ ให้ผู้เล่นรับบทเป็นบาริสต้าร้านกาแฟผู้เหลือรอดอยู่เพียงไม่กี่คนในโลกนี้ ออกต่อสู้กับเหล่าเอเลี่ยนด้วยรูปแบบการเล่นที่ทีมงานเรียกว่า Neo-rogue Brawler อันสนุกมันมือ ชวนให้ยิงยาวได้เป็นชั่วโมง ๆ

ถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย และควรค่าแก่การเล่นมาก ๆ อีกเกมหนึ่ง โดยยังรองรับการ Co-op พร้อมกับเพื่อนอีกด้วย เรียกได้ว่าชวนมาสะบัดหัวกันได้แบบคูณสองไปเลย

5. Killing Floor 2

เกมยิงซอมบี้ Co-op ที่อัดแน่นไปด้วยประสบการณ์สุดเร้าใจ ส่วนเสริมที่หลากหลาย และชวนให้หยิบมาเล่นได้อยู่เรื่อย ๆ แม้ในยามปัจจุบัน

ซาวด์แทร็กของเกมนี้ รับรองว่าจะทำให้ชาวเดธคอร์ / พาวเวอร์เมทัลต้องลงไปโยกแบบถวายหัวแน่นอน ด้วยผลงานจากหลากหลายศิลปิน ไม่ว่าจะเป็น Impending Doom, Living Sacrifice, Demon Hunter หรือแม้กระทั่ง zYnthetic ผู้ประพันธ์เพลง ก็ยังมาลงมือลงแรงเองให้กับหลายแทร็คในเกมอีกด้วย

6. Post Void

อีกหนึ่งเกมฟอร์มเล็ก ที่ดนตรีไม่เล็กตาม พาผู้เล่นไปสัมผัสกับกราฟิกและระบบการเล่นแบบ Old School ที่ให้กลิ่นอายของเกม FPS ยุคคลาสสิค ผสานกับสีสันอันฉูดฉาดได้น่าสนใจมาก ๆ เกมหนึ่ง

Post Void จะบีบให้ผู้เล่นต้องคิดไวทำไว และตอบสนองต่อสิ่งตรงหน้าอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจังหวะเกมที่รวดเร็วเช่นนี้ เมื่อรวมเข้ากับดนตรีประกอบแนวเฮฟวีเมทัลแล้วก็ยิ่งเตลิดไปกันใหญ่

ทั้งนี้ ด้วยความจัดจ้านแสบร้อนของงานศิลป์ ก็ทำให้มีข้อควรระวังว่าจะมีฉากแสงวูบวาบอยู่แทบจะทั้งเกม จึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการลมชักด้วยประการทั้งปวง

7. Mosh Pit Simulator

เพราะคอนเสิร์ตยังจัดไม่ได้, ไม่รู้จะไปมอชกันที่ไหน, Mosh Pit Simulator จึงเป็นคำตอบที่เหล่าชาวร็อคกำลังตามหา ?

เกมนี้ไม่ได้มอบความสะใจในแง่แอ็กชันบู๊ล้างผลาญ และหากชาวร็อคได้เข้ามาทำความรู้จักกับระบบการเล่นเป็นครั้งแรก ก็คงอุทานไปในทำนองเดียวกันว่า “ที่คิดไว้มันไม่ใช่แบบนี้”

อย่างไรก็ตาม Mosh Pit Simulator มันเป็นได้ทุกอย่าง ผู้เล่นอยากจะมอชท่ายากแค่ไหนก็ทำได้ทั้งนั้น และถึงมันจะนำเสนอออกมากาวไปไกลหลายขุม ทว่าแต่ละมุกที่เล่นนี่ก็ถูก Target ดีเหลือเกิน เช่นในวิดีโอตัวอย่างด้านบน ที่ร้องล้อเลียนถึงเนื้อหาของหลายเพลงแนวนี้ได้จักจี้สุด ๆ รวมไปถึงความพังก์พังทำลายข้าวของ, Stage Dive เมา ๆ และอื่น ๆ อีกมากมายสุดแล้วแต่ผู้เล่นจะจินตนาการ

เอาเป็นว่าถ้าเปิดเพลงของวงที่คุณชื่นชอบควบคู่กันไปด้วย ก็สามารถที่จะ Mosh Pit ให้เละเทะกันไปข้างกับเกมนี้ได้แบบตอบโจทย์ (จนเกินไป) อยู่เหมือนกัน

8. Splatterhouse

ถ้ารู้สึกว่า Shooting ยังไม่ใช่แนว เกมนี้ก็คืออีกหนึ่งทางเลือกที่เปิดโอกาสให้คุณได้บังคับตัวละครสุดแกร่ง ออกบู๊ด้วยมือเปล่าอย่างเดือดดาล และเฮฟวี่กันสุด ๆ ในทุกฉากทุกตอน

Splatterhouse เป็นเกมแนว Beat ’em up ที่ถูกนำข้ามยุคข้ามสมัยกลับมาทำใหม่เมื่อปี 2010 ยกระดับประสบการณ์ Single Player ให้เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม ด้วยจังหวะที่เร่งเร้าของ Thrash Metal และยังอัดแน่นไปด้วย Soundtrack จากศิลปินชั้นนำมากมาย อาทิ Lamb of God, Mastodon, The Accüsed และ Five Finger Death Punch เป็นต้น

9. Twisted Metal

ในบรรดาเกมที่มีคำว่า Metal อยู่ในชื่อ คงไม่มีเกมไหนที่จะโด่งดังและตราตรึงเหล่าเกมเมอร์ไปได้มากกว่า Twisted Metal อีกแล้ว ในฐานะของตำนานเกมซิ่งรถบดขยี้คู่แข่ง ที่ชาว PlayStation ต่างคุ้นเคยกันดี

เกมนี้อุดมไปด้วยอาวุธที่ใช้ทำลายล้างคู่แข่งมากมาย จากหลายตัวละครที่มีให้เลือก และทุก ๆ ช็อตที่ได้ปะทะกับยานพาหนะของศัตรู มันดูสะใจและให้ความรู้สึก “Twisted” สมชื่อมาก ๆ ทีเดียว สำหรับสมัยนั้น

จนถึงทุกวันนี้ Twisted Metal ก็ยังคงเป็นที่กล่าวขาน และแม้จะมีเกมผู้สืบทอดอย่าง Destruction All Stars ออกวางจำหน่ายไปแล้วเมื่อช่วงต้นปี แต่กลิ่นอายความดิบเถื่อน, ตัวละครที่น่าจดจำ และความ “คัลท์” เหล่านี้ ก็เป็นเอกลักษณ์เพียงหนึ่งเดียวที่ไม่สามารถจะหาจากเกมไหนได้อีกเลย ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีของซีรีส์

10. Metal: Hellsinger

พิเศษสักหน่อยสำหรับเกมนี้ ตรงที่ว่ามันยังไม่ได้วางจำหน่าย แต่เพียงแค่ได้เห็นตัวอย่าง กับ Gameplay ที่ทีมงานปล่อยออกมาเป็นน้ำจิ้มแล้ว ก็ชัดเจน 100% มาก ๆ ว่านี่จะเป็นเกมที่สนองชาว Metalhead ชนิดเต็มรูปแบบอย่างแน่นอน

Metal: Hellsinger มีรูปแบบการเล่นที่คล้ายคลึงกับเกม BPM: Bullet Per Minute คือผู้เล่นจะต้องกดยิงปืน หรือโจมตีศัตรูตามจังหวะของเสียงดนตรี ท่ามกลางฉากหลังที่เป็นนรก ซึ่งผู้เล่นจะได้เข้าต่อสู้ล้างบางปิศาจแบบไม่มีหยุดพัก ในกลิ่นอายเดียวกันกับ DOOM เลยก็ว่าได้

ทางทีมงานได้มีการเปิดเผยถึงศิลปินมากมาย ที่จะมาร่วมสำรอกบทเพลงเดือด ๆ ให้กับเกมนี้แล้ว ซึ่งก็มีตั้งแต่ Matt Heafy คนดีคนดังจาก Trivium, Mikael Stanne แห่ง Dark Tranquillity, Björn Strid แห่ง Soilwork, Alissa White-Gluz แห่ง Arch Enemy, James Dorton แห่ง Black Crown Initiate (มี Gameplay Music Video เผยออกมาแล้ว) และอีกมากมาย

หากไม่มีอะไรผิดพลาดให้ต้องเลื่อนวางจำหน่าย เกมเมอร์ก็จะได้เล่น Metal: Hellsinger กันแน่นอนในปีนี้ โดยจะลงให้กับ PC, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One และ Xbox Series X/S และหากมีข่าวคราวอัปเดต รวมถึงกำหนดวันจำหน่ายเผยออกมาแล้ว เราก็จะนำมาแจ้งให้ทราบแบบไม่มีพลาดกันอย่างแน่นอน

Satthathan Chanchartree

ฟ่าง - Content Writer

Back to top