10 วิธีสุดฉลาดของเกมที่ทำให้การโหลดฉาก

Loading…. คำนี้คือสิ่งที่เราต้องเจอในทุก ๆ อย่าง โดยเฉพาะในการเล่นเกม แม้ว่าปัจจุบัน เทคโนโลยี สเปคคอมพิวเตอร์ อาจทำให้เราไม่ต้องจมอยู่กับฉากโหลดนี้นานมากเท่าแต่ก่อน แต่การต้องนั่งอยู่เฉย ๆ ระหว่างรอเกมโหลดโดยไม่ได้ทำอะไรเลย มันก็ดูจะน่าเบื่อไม่ใช่เล่น นอกจากวิธีการ Alt+Tab ไปทำอย่างอื่นแล้ว เกมบางเกมเลยอาศัยช่วงเวลานี้ ใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปจนฉากโหลดของเกมบางเกมถือว่าน่าจดจำเลยทีเดียว วันนี้มาดูกันกับ 10 วิธีสุดฉลาดที่เกมใช้ในการซ่อนฉากโหลดกัน

1.มินิเกมที่มี Squid เป็นตัวเอก – Splatoon (2015)

Splatoon ที่วางจำหน่ายบน Wii U ได้ใช้ความฉลาดในการที่เครื่องมีสองหน้าจอ ในขณะที่คุณรอเกมโหลดอยู่ที่หน้าจอหลัก เพื่อหาห้อง หรือจับคู่ระหว่าง Matchmaking อีกหน้าจอหนึ่ง จะมีมินิเกมขึ้นมาให้เล่น โดยมีตัวเอกเป็นเจ้าหมึก Squid และมีเกมเพลย์การเล่นสุดหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Squid Jump เกมกระโดดขึ้นที่สูงแบบแพลตฟอร์ม แถมถ้าต่อเข้ากับ Amiibo ยังปลดล็อคให้อีกสามมินิเกม ไม่ว่าจะเป็น Squid Racer, Squid Ball, Squid Beatz เล่นเพลินจนลืมไปเลยว่าเกมหลักเราคือ Splatoon

2.Comms Crawl – Gear of War Series

เกมแอ็คชั่นยิงแหลกจนแทบไม่มีเวลาให้เราได้พักหายใจ ก็เลือกวิธีการที่ชาญฉลาดในการซ่อนหน้าดาวน์โหลด โดยคุณจะได้รับการติดต่อจากผู้บังคับบัญชาเป็นระยะ ซึ่งในระหว่างนี้คุณจะไม่สามารถเดิน วิ่ง ยิง หรือทำอะไรได้เลย แต่จะเป็นการบรรยายภาพรวมเพื่อรับข้อมูลล่าสุดของเนื้อเรื่องที่คุณเล่นอยู่ว่าฝ่ายไหนทำอะไรไปถึงไหนแล้ว สำหรับวิธีนี้ แม้ว่าจะทำให้การบู๊ของหลายคนสะดุดลง แต่มันก็ถือว่าเป็นการเบรคที่ดี เพื่อให้ตัวเกมมีเวลาโหลดฉากต่อไป และให้ผู้เล่นได้ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายบ้าง จะได้ไม่นั่งติดอยู่กับเกมนานจนเกินไป

3.ภาพยนตร์ซีจีเปิดตัว – Tony Hawk’s Project 8

ซีรีส์เกมสเกตบอร์ดที่ใช้ชื่อของนักกีฬาชื่อดังเป็นชื่อเกมนี้ แก้ปัญหาการรอโหลดด้วยวิดีโอไลฟ์แอ็คชั่นมากมาย ซึ่งภาคนี้ไม่ใช่ภาคแรกที่ทำ แต่ภาค Project 8 มีการเปิดตัวที่น่าสนใจมากยิ่งกว่าภาคไหน ๆ เพราะมันเป็นวิดีโอที่สร้างด้วย CG โดยมี Tony Hawk และโปรสเกตบอร์ดคนอื่น ๆ มาร่วมแสดงในแบบคอมพิวเตอร์กราฟิก โดยในเวอร์ชั่น Playstation 3 ครั้งแรกที่คุณใส่แผ่นลงไปในเครื่อง จะเป็น Intro Movie ที่คุณได้เห็นภาพรวมของเกมก่อนจะได้เล่นมัน ในขณะเดียวกัน มันก็คือการซ่อนฉากโหลดเอาไว้ ทันทีที่วิดีโอจบลง ก็คือพร้อมเล่น และเสร็จสิ้นกระบวนการติดตั้งนั่นเอง

4.ย้อนเวลารีสตาร์ทฉากใหม่ – The Talos Principle

เกมไขปริศนา The Talos Principle มีความชาญฉลาดในการใช้เมนู Restart Level หรือเริ่มฉากนั้นใหม่อีกรอบ ตามปกติแล้ว การ Restart Level ของเกมอื่น ๆ จะต้องเป็นการโหลดฉากนั้นซ้ำใหม่อีกครั้ง และมักจะตัดเข้าสู่หน้าจอโหลดเพื่อเริ่มต้นเล่นใหม่ แต่ความครีเอทของ The Talos Principle คือการใช้วิธี Rewind หรือย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นเลย โดยใช้เวลาประมาณ 2 วินาทีเท่านั้น ไม่ต้องโหลดฉากใหม่ ไม่ต้องเข้าไปหน้าเมนูให้วุ่นวาย ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมมาก ๆ

5.เทคนิคมุมกล้องใน God of War

กลยุทธ์หมกเม็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในวิดีโอเกมนั้น God of War ทำได้ดีกว่าใคร ๆ ไม่ว่าจะตั้งแต่ภาคแรก ๆ จนถึงภาคล่าสุดอย่างปี 2018 หลายคนคงชมเรื่องของการตัดต่อภาพหรือมุมกล้องที่ลื่นไหลมาก จากเกมเพลย์สู่คัทซีน และจากคัทซีนตัดสู่เกมเพลย์ให้เราได้เล่นเองอีกครั้ง หรือบางครั้ง เมื่อคุณเจอทางเดินยาวก หรือการปีนบันได สิ่งกีดขวางต่าง ๆ เกมจะใช้เวลาเหล่านั้นในการโหลดฉากนั่นเอง จริงอยู่ว่า มันอาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการเนียนใส่ฉากโหลดเข้ามา แต่การที่เราได้เล่นเกมที่ใช้วิธีการเล่าผ่านมุมกล้องที่ไร้รอยต่อเช่นนี้ ก็ยังดีกว่าการตัดเข้าฉาก Loading เฉย ๆ เป็นแน่แท้

6.คอยย้ำเตือนการเดินทาง ในซีรีส์เกม Ratchet & Clank

จำนวนดวงดาวใน Ratchet & Clank ที่เราสามารถออกสำรวจนั้นถือว่ามีเยอะมาก และการจะย้ายจากดาวหนึ่งไปสู่ดาวอีกดวง ย่อมต้องใช้เวลาในการโหลดแน่นอน ในช่วงแรก ๆ ของเกมนั้น เกมจะใช้วิธีการใช้ภาพอนิเมชั่นของตัวละครเราขับยานไปแทน ซึ่งก็ทำหน้าที่เหมือนกับฉากโหลดทั่วไป แต่ยิ่งคุณเล่นไปเรื่อย ๆ ยานของคุณได้รับการอัปเกรด และได้รับไอเทมใหม่ ๆ มันก็จะถูกใส่เข้าไปในฉากโหลดด้วย คอยย้ำเตือนว่าคุณเล่นเกมนี้มาไกลแค่ไหนแล้ว ก็ถือเป็นอีกสีสันที่เกมใส่เข้ามาในฉากโหลดเกม

7.ประตูในตำนานใน Resident Evil

แฟนเกม Resident Evil ย่อมต้องจำฉษกการเปิดประตูแสนลุ้นระทึกในตัวเกมภาคแรกได้ แม้ว่าเกมจะใช้มุมกล้องแบบล็อค แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยนั้นก็ทำให้เกมกินทรัพยากรพอสมควร แน่นอนว่ารวมถึงฉากโหลดของเกมด้วย ประตูในเกมคือสิ่งที่เมื่อเราไปตอบโต้กับมัน จะเกิดปฏิกิริยาขึ้นตามสคริปท์เพื่อพาเราเข้าไปสู่ห้องใหม่หรือสถานที่ใหม่ ๆ และวิธีนี้แหละที่เกมใช้ในการซ่อนฉากโหลดเอาไว้ด้วย รอโหลดไป ระทึกไปว่าห้องข้างหน้าจะมีอะไรอยู่ และเป็นเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเกม Resident Evil จริง ๆ

8.ลิฟท์ใน Chalice Dungeon ของเกม Bloodborne

เกมของ FromSoftware นับตั้งแต่ Demon’s Souls ไปจนถึง SEKIRO: Shadows Die Twice นั้น มีลูกเล่นที่ทำให้เกมไม่จำเป็นต้องหยุดโหลดฉากใด ๆ แต่ Chalice Dungeon ใน Bloodborne นั้น แตกต่างออกไป หากใครสังเกตจริง ๆ จะพบว่า Chalice Dungeon ที่ลึกถึง 4 ชั้นนี้ ไม่มีฉากการโหลดให้เราเห็นเลยแม้แต่ฉากเดียว ในสุดทางของแต่ละชั้นจะมีลิฟท์หลังจากสู้กับบอส ซึ่งตรงนั้นเกมได้ใช้วิธีการโหลดแบบเรียลไทม์ และเวลาที่ใช้ในการลงลิฟท์นั้นก็มากพอจะทำให้เกมโหลดฉากเสร็จโดยไม่มีปัญหา ถือเป็นการซ่อนฉากโหลดที่แนบเนียนไม่ใช่น้อย

9.ห้องวอร์มอัพก่อนเจอบอสใน Mega Man

ในซีรีส์เกม Mega Man ทุกภาค ใครที่จำได้จะรู้ว่าก่อนการปะทะกับบอสประจำฉากนั้น จะมีห้องเล็ก ๆ ให้เราเตรียมตัวเตรียมใจก่อนจะเปิดประตูไปปะทะบอส ห้องวอร์มอัพเหล่านี้จะมีพื้นผิวแตกต่างกันไปเป็นเอกลักษณ์ของบอสที่เรากำลังจะไปเจอ ห้องเหล่านี้บางทีก็มีไอเทมสนับสนุนมาให้ หรือเป็นห้องเตรียมพร้อมให้เราพักเบรค ลุกไปทำกิจกรรมอื่นสักพักค่อยกลับมาลุย แต่จุดประสงค์หลักที่หลายคนอาจไม่ทราบเลยก็คือ มันเอาโหลดฉากต่อสู้กับบอสให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนนั่นเอง

10.แผนที่ดวงดาวใน No Man’s Sky

คืนฟอร์มมาได้อย่างสมศักดิ์ศรีสำหรับเกมผจญภัยตะลุยอวกาศอย่าง No Man’s Sky แต่ใครจะรู้ว่าเกมนี้มีวิธีการซ่อนฉากโหลดที่สร้างสรรค์ไม่ใช่น้อย ในช่วงเปิดตัวนั้น เกมมีเวลาการโหลดที่ค่อนข้างนานมาก (ผลจากการ Optimize ที่ย่ำแย่ในช่วงต้น) แต่สิ่งที่ทำให้ใครหลายคนเพลิดเพลินก็คือฉากโหลดที่เหมือนกับการตะลุยอวกาศผ่านดวงดาวต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ฟุตเทจจากวิดีโอ แต่เป็นการแสดงผลแบบเรียลไทม์ของดาวเคราะห์ที่มีนับล้าน ที่บ่งบอกได้ถึงความยิ่งใหญ่ของตัวเกมอย่างแท้จริง แม้ว่าเกมจะล้มไม่เป็นท่าในช่วงแรก แต่หลังจากนั้น เกมก็หวนคืนสู่บัลลังก์อย่างเต็มภาคภูมิ และการเนียนโหลดฉากด้วยการเรนเดอร์ดวงดาวเหล่านี้ก็เป็นวิธีที่ไม่เลวเลย

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close