10 ที่สุดของซีรีส์ Assassins Creed ที่คุณอาจจะยังไม่รู้

ซีรีส์ Assassins Creed ได้อยู่กับชาวเกมเมอร์อย่างเรามานานถึง 11 ปีแล้ว นับตั้งแต่ภาคแรกในปี 2007 โดยในตอนนั้น Assassins Creed ถือเป็นเกมที่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวงการเกมหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอโลกของเกมอันกว้างใหญ่ ระบบการปีนหอคอยที่ทำให้การสำรวจในแต่ละครั้งนั้นมีเป้าหมายและระบบ Eagle Vision อันเป็นระบบที่ปฏิวัติวงการเกมจนหลาย ๆ เกมต้องนำไปใช้ วันนี้เราจะมาแนะนำ 10 ที่สุดของซีรีส์ Assassins Creed ที่คุณไม่อาจรู้

1.เนื้อเรื่องดีที่สุด  Assassin’s Creed 2 (2009)

Assassin’s Creed 2  ถือว่าเป็นการยกระดับของเกม Assassin’s Creed จากภาคที่แล้วให้ดีขึ้นเป็นเท่าตัว ไม่ว่าจะเป็นระบบการเล่น กราฟิก หรือโลกของเกม แต่สิ่งที่ทำให้ภาคนี้กลายเป็นภาคในตำนานคือเนื้อเรื่องของเกมที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยม เข้าถึงอารมณ์ได้หลากหลาย ทำให้ภาคนี้กลายเป็นภาคที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเฟรนไชน์นี้่

2.ขายดีที่สุด Assassin’s Creed 3 (2012)

หลังความสำเร็จอันยอดเยี่ยมของไตรภาค Ezio ทำให้ทางทีมงาน Ubisoft ประกาศเข็นภาคใหม่ออกมาทันที ที่คราวนี้ได้เปลี่ยนจากการต่อสู้ในยุโรปสู่การปฏิวัติอเมริกา ด้วยความสำเร็จของภาคที่แล้วประกอบกับงบการตลาดที่มากขึ้น ทำให้ภาคนี้กลายเป็นภาคที่ขายดีที่สุดในซีรีส์โดยสามารถทำยอดขายได้สูงถึง 12.5 ล้านชุดจากการขายในทุกแพลตฟอร์ม

3.โดนตำหนิมากที่สุด Assassin’s Creed Unity (2014)

กลายเป็นเรื่องที่ล้อกันอย่างสนุกปากสำหรับเหล่าสาวก Assassin’s Creed และคนทั่วไปกับภาค Assassin’s Unity ที่เหมือนเป็นหนึ่งในจุดดำของซีรีส์อันแสนยิ่งใหญ่ โดยตัวเกมแม้จะให้ภาพที่สวยระดับ Next Gen พร้อมทั้งโหมดการเล่นที่หลากหลาย แต่ด้วยปริมาณ BUG จำนวนมหาศาล การกินสเปกที่แม้แต่ชาว Console ยังเล่นไม่ถึง 30 FPS และเนื้อเรื่องที่ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ ทำให้ภาคนี้โดนตำหนิอย่างมากมาย หากใครที่อ่านแล้วมองไม่เห็นภาพว่าเป็นอย่างไร ทีมงานของเรา พี่ Xter-Vendetta ได้ทำสรุปไว้แล้วในวีดีโอนี้

ASSASSIN’S CREED UNITY

4.เปลี่ยนแปลงมากที่สุด Assassin’s Creed Origins (2017)

ในช่วงที่ข่าวของเกมนี้ออกมาในช่วงแรก หลาย ๆ คนน่าจะตกใจที่เกม Assassin’s Creed Origins ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบของเกมการเล่นจากมือสังหารผู้มี Hidden Blade เสียบทีเดียวตาย กลายเป็นเกมแนว Action RPG ที่เน้นการเก็บ Level เพราะเราเสียบทีเดียวไม่ตายอีกแล้วหากเลเวลเราน้อย  นอกจากนี้เราไม่ใช่เทพศาสตราเหมือนเดิมที่ชำชองอาวุธทุกชนิด แต่เราจะต้องใช้อาวุธตามเลเวลที่ใกล้เคียงกันจึงจะมีประสิทธิภาพสูงที่สุด อีกทั้งภาคนี้ Eagle eye ของเราต้องใช้ผ่านนกอินทรีแทน รวมทั้งเนื้อเรื่องที่คราวนี้ภารกิจเสริมมีความสำคัญมากขึ้นและเนื้อเรื่องของเควสเสริมก็เข้มข้นขึ้น ดังนั้นภาคนี้จึงเป็นภาคที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด

5.เล่นง่ายที่สุด Assassin’s Creed Syndicate (2016)

เกม Assassin’s Creed ก็เหมือนกับทุก ๆ เกมที่แต่ละภาคจะมีความยากง่ายต่างกัน สำหรับภาคที่หลาย ๆ คนโหวตให้ว่าเล่นง่ายที่สุดคือ ภาค Syndicate ที่แทบจะยกระบบของเกม Batman Arkham มาเลยทีเดียว นอกจากนี้เรายังมีปืนสลิง (grappling hook) ที่ทำให้เราสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระและรวดเร็ว แม้ว่าตัวเกมจะมีระบบเลเวลมาเป็นอุปสรรคในการไม่ให้ผู้เล่นเก่งเร็วเกินไป แต่หากคุณมีฝีมืออยู่บ้างและมีเลเวลพอสมควร เกมก็จะง่ายจนหมดความท้าทาย

6.เล่นยากที่สุด Assassin’s Creed Unity (2014)

หนึ่งในภาคทีได้รับการ Vote จาก Forum ของทาง Ubisoft และหลาย ๆ สำนักว่าภาค Unity ถือเป็นภาคที่เล่นยากที่สุด สาเหตุหลักมาจากการที่ Bug และ Glitches ที่มีอย่างมากมายทำให้ระบบการต่อสู้ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่กลายเป็นเรื่องยาก นอกจากนี้ระบบกล้องของเกมที่ในบางครั้งศัตรูก็อยู่นอกกล้อง ทำให้เราถูกยิงโดยที่ไม่รู้ตัว หากใครอยากลองเล่นภาคที่ยากที่สุดก็สามารถลองเล่นภาคนี้ได้

7.ขายแพงที่สุด Assassin’s Creed Origins Dawn of The Creed Legendary Edition (2017)

เหมือนกับทุก ๆ เกมที่จะมีแพ็คแพงที่สุดของแต่ละเกมและ นี่คือแพ็คของเกมที่แพงที่สุดในซีรีส์คือ Assassin’s Creed Origins Dawn of The Creed Legendary Edition อันประกอบไปด้วย

  • Gold Steelbook Edition
  • ตัวเกมและ Season Pass
  • รูปปั้น Bayek ขนาด 28.7 นิ้ว
  • แผนที่ของเกมภาคนี้
  • Soundtrack
  • Art Book
  • Art Cards
  • สร้อยคอนกอินทรี
  • ภาพพิมพ์

ซึ่งแพ็คมีราคาสุทธิที่ 800 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 26,196.00 บาท แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายสำหรับพี่น้องชาวไทยที่เงินถึง เนื่องจากแพ็คนี้ขายเฉพาะในโซนอเมริกาเหนือเท่านั้น อีกทั้งยังมีจำกัดแค่ 200 ชุด

8.ใช้เวลาเล่นน้อยที่สุด Assassin’s Creed: Rogue (2014)

เว็บ howlongtobeat.com ได้เปิดเผยข้อมูลจากการรวบรวมของสมาชิกว่าเกม Assassin’s Creed: Rogue เป็นเกมที่ใช้เวลาในการจบเนื้อเรื่องน้อยที่สุด โดยหากผู้เล่นดำเนินแต่ภารกิจเนื้อเรื่องหลักจะใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 10 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น

9.ใช้เวลาเล่นมากที่สุด Assassin’s Creed: Odyssey (2018)

จากเว็บข้อที่แล้ว เกม Assassin’s Creed: Odyssey เป็นภาคที่ใช้เวลาในการเล่นนานที่สุด โดยใช้เวลาเฉลี่ยมากถึง 32 ชั่วโมงครึ่งในการจบเกมและหากว่าผู้เล่นอยากจะเก็บ 100% อาจจะต้องใช้เวลามากถึง 101 ชั่วโมง ดังนั้นหากใครชั่งใจว่ากลัวจะซื้อเกมไม่คุ้ม ซื้อเถอะครับเกมดีจริง ๆ

10.ขายได้น้อยที่สุด Assassin’s Creed: Rogue (2014)

แม้ว่าภาคนี้จะได้รับชมมากมาย ทั้งในเรื่องของเนื้อหาและระบบการเล่น แต่ในด้านยอดขายตัวเกมกับทำออกมาได้ไม่ดีนัก Assassin’s Creed: Rogue ทำยอดขายได้เพียง 1.98 ล้านชุด น้อยกว่าภาคก่อนหน้าเกือบ ๆ 10 เท่า ซึ่งสาเหตุมาจากการที่ภาคนี้ได้นำเอารูปแบบจากภาค Black Flag มาปรับปรุงทำให้หลายคนมองว่าซื้อมาก็ไม่ต่างอะไรจากภาคที่แล้ว นอกจากนี้ตัวเกมขายได้ไม่นานก็มีภาค Unity ออกมาขาย ส่งผลให้ภาคนี้กลายเป็นภาคที่ดีแต่ไม่เป็นที่นิยม

10 ที่สุดของซีรีส์ Assassins Creed ที่คุณอาจจะยังไม่รู้ โดยนี่เป็นเพียงข้อมูลจากภาคหลักเท่านั้น หากนับภาครองด้วยคงจะมีเยอะกว่านี้ เพื่อน ๆ ชอบ Feature แบบนี้ไหม แถ้าชอบก็คอมเมนต์กันได้เลย

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close