เล่นมาแล้ว Far Cry 6 First Impression

 เล่นมาแล้ว Far Cry 6 First Impression

จัดเป็นภาคต่อที่หลายคนรอคอย กับการเดินทางมาถึงในภาคหลักภาคที่ 6 กันแล้ว สำหรับเกมยิง FPS แบบ Open World อย่าง Far Cry 

ซึ่งหลังการเปิดตัวในเดือน กรกฎาคม ปี 2020 ที่ผ่านมา Far Cry 6 ก็สร้างกระแสความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ และถูกวางตัวให้เป็นความหวังสำคัญสำหรับแฟน ๆ เกมเดินยิง 

และล่าสุดทีมงาน GamingDose ของเราก็ได้มีโอกาสลองสัมผัสกับเกมนี้แบบเต็ม ๆ กับมือและเราบอกได้เลยว่าสำหรับแฟน ๆ Far Cry แล้วตัวเกมภาคนี้จะถือเป็นพัฒนาการครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว

เริ่มกันที่เนื้อเรื่องกันก่อน เนื้อหาในเกมภาคนี้จะดำเนินอยู่บนหมู่เกาะ Yara ซึ่งเป็นประเทศสมมุติที่ได้มีประเทศ “คิวบา” เป็นแรงบันดาลใจ โดย Yara นั้นเป็นประเทศปิดและกำลังถูกปกครองโดยผู้นำเผด็จการนาม Antón Castillo (แอนตัน คาสติโร่) 

และเราในฐานะตัวเอกนาม Dani Rojas ก็ต้องพาเรากองกำลังต่อต้านหาทางปลดปล่อยคืนเสรีภาพให้กับประชาชนให้สำเร็จ เรียกได้ว่าเป็นเนื้อเรื่องที่เกมเมอร์ชาวไทยน่าจะอินกันได้ไม่ยากในตอนนี้

เราสามารถเลือกเพศให้กับตัวละครหลักอย่าง Dani Rojas ได้ จะเล่นเป็นตัวเอกหญิงหรือชายก็แล้วแต่เราซึ่งเพศของตัวละครก็ไม่ได้ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อเนื้อหาในเกม เป็นรูปแบบเดียวกับที่ใช้ในเกม Assassin’s Creed : Valhalla 

ในฝั่งของระบบการเล่นหลักนั้นตัวเกมก็ยังคงใช้โมเดลการเล่นแบบเดียวกับ Far Cry ในภาคก่อน ๆ นั่นก็คือการออกสำรวจฉาก ทำภารกิจหลัก ภารกิจย่อย ปลดล็อคอาวุธ ปลดล็อคอัพเกรดต่าง ๆ ในเกม ก็เรียกได้ว่ามีแนวทางการเล่นเหมือนกับ Far Cry ภาคที่ผ่าน ๆ มานั่นเอง

หรือในส่วนของระบบการต่อสู้นั้นถ้าเป็นแฟนหรือเคยเล่น Far Cry ภาคก่อน ๆ มาก็จะเข้าใจระบบการเล่นโดยรวมทันที ทั้งการใช้อาวุธยิงต่อสู้หรือการเล่นแบบลอบเร้นเพื่อ Take Down ศัตรู โดยรวมแล้วทุกอย่างยังคงเดิม

แต่ส่วนที่เปลี่ยนแปลงและยกระดับใหม่ในภาคนี้ จะเป็นส่วนของศัตรูและการพัฒนาตัวละครของเรา ศัตรูในภาคนี้จะมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น มีทั้งพวกที่ใส่เกราะหนัก เกราะเบา หรือชุดกันสารพิษ ทำให้เราต้องเลือกใช้กระสุนที่เหมาะสมในการจัดการเหล่าศัตรู 

ซึ่งตัวปืนหรืออาวุธในภาคนี้จะมาพร้อมการปรับแต่งและการอัพเกรดหลายอย่าง  เราสามารถเลือก Craft กระสุนชนิดใหม่ให้กับปืน ไม่ว่าจะเป็นกระสุนเจาะเกราะ กระสุนทำลายเนื้อ กระสุนเพลิง กระสุนระเบิด และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมไปถึง Craft ของแต่งพื้นฐานเช่นกล้องช่วยเล็ง ที่เก็บเสียง หรือใส่ Perk พิเศษ ๆ ให้กับปืน เพื่อปรับแต่งอาวุธให้เข้ากับสไตล์การเล่นของเรามากที่สุด 

อีกส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงในภาคนี้ก็คือเรื่องของระบบ Skill ในภาคนี้ความสามารถพิเศษและ Bonus ต่าง ๆ จะถูกโยนเข้าไปอยู่ใน Item เครื่องแต่งกาย ซึ่งชุดสวมใส่เหล่านี้จะมอบโบนัสพิเศษที่แตกต่างกันไปยกตัวอย่างเช่น เพิ่มความสามารถในการป้องกระสุนเจาะเกราะ เพิ่มจำนวน Item ที่ได้รับเมื่อ Loot ของภายในฉาก ซึ่งโบนัสต่าง ๆ เหล่านี้ก็มีให้เราเลือกปรับแต่งใช้งานหลายรูปแบบตามที่เราต้องการ

ชุดตกแต่งตัวละครของเราในภาคนี้นอกจากจะช่วยเพิ่มโบนัสตามที่บอกไปข้างต้นแล้วก็ยังเป็นเรื่องของความเท่เฉพาะตัว เพราะภาคนี้ Cut Scene ต่าง ๆ ในเกมจะนำเสนอผ่านมุมมองบุคคลที่สามทำให้เรามองเห็นตัวละครของเราได้แบบเต็มที่ 

พูดถึง Cut Scene อีกจุดนึงที่ภาคนี้ทำได้ดียิ่งขึ้นในแง่การนำเสนอก็คือตัวละครเอก Dani นั้นมีการโต้ตอบกับฉากเหตุการณ์ต่าง ๆ แบบเต็มที่ แตกต่างจากในเกมภาคก่อน ๆ ที่ตัวละครเอกของเราเงียบงันตลอดทั้งเรื่องหรืออย่างในภาคที่ตัวเอกมีบทพูดก็พูดน้อยเสียจนทำให้เราไม่ได้ผูกพันกับพระเอกของเรามากเท่าไหร่ ซึ่งครั้งนี้ Far Cry 6 น่าจะเข้ามาปรับปรุงให้ตัวเอกมีเสน่ห์มากขึ้นกว่าเดิม แทนที่ผู้เล่นจะจดจำหรือชื่นชอบแต่ตัวร้ายหลักแบบในภาคก่อน ๆ

ระบบเพื่อนคู่หูจากภาคก่อน ๆ ก็ถูกเอาออกไป ภาคนี้คู่หูประจำตัวของเราจะมีแค่เจ้าสัตว์ร้ายสุดน่ารัก 5 ตัว แต่ 3 ตัวที่เราได้ลองใช้งานและเปิดตัวมาแล้วก็คือ พี่เข้ Guapo  ไอ้ไก่โต้งตัวแสบ Chicharrón (ชิชารอน)  และต้าวหมาดัชชุนด์ติดล้อ Chorizo ซึ่งทั้ง 3 ตัวจะมี Skill ที่แตกต่างกันไปและเราสามารถอัพเกรดความสามารถของพวกมันได้ด้วยการทำ Challenge ที่กำหนดมา 

ในภาคนี้การสำรวจฉากก็จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เพราะนอกจากอาวุธชุดเกราะใหม่ ๆ เราจะได้มาจากการสำรวจแล้วพวก Resource ต่าง ๆ ที่ใช้ในการอัพเกรดอาวุธและอัพเกรดฐานก็จะได้มาจากการสำรวจเก็บเอาตามฉากด้วยเช่นกัน

ด้านกราฟิกในเกมนั้นส่วนที่เราชื่นชอบมากที่สุดก็เป็นในส่วนของสภาพแวดล้อม ต้องขอบคุณที่เกาะ Yara นั้นมีสภาพแวดล้อมที่หลากหลายทำให้การออกสำรวจในฉากรู้สึกสดใหม่และตื่นเต้นตลอดเวลาแถมแผนที่ในภาคนี้ก็มีขนาดใหญ่เอามาก ๆ เรียกได้ว่าแฟน Far Cry มีฉากให้ได้วิ่งชมกันแบบจุใจแน่นอน 

นอกจากการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ๆ ที่เราพูดกันไปแล้วข้างต้น จุดเด่นอีกอย่างที่ฉีกให้ตัวเกมภาคนี้แตกต่างจากภาคอื่น ๆ ก็คือเรื่องของอาวุธพิเศษสองรูปแบบ ชิ้นแรกก็คืออาวุธถือในรูปแบบปืนที่เป็นการหยิบเอาของเหลือต่าง ๆ มาประกอบเป็นอาวุธ โดยในเกมจะใช้ชื่อว่า Resolver Weapon ซึ่งก็มีความสามารถที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นปืนไฟ โล่เหล็กคู่ปืนลูกซองเล็ก ปืนยิงตะปู ปืนยิงฉมวกเหล็กและอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่ง Resolver Weapon ก็สามารถปรับแต่งใส่ Mod เพื่อปรับสไตล์การเล่นได้แบบเดียวกับอาวุธอื่น ๆ ในเกม 

และชิ้นสุดท้ายอาวุธติดหลังในรูปแบบ Ultimate หรือที่ในเกมเรียกว่า Supremo ซึ่งการเรียกใช้งานนั้นจะเป็นการเก็บเกจพลังให้เต็มหลอด ซึ่งเราจะได้เกจหลังมาจากการสังหารศัตรู ยิ่งยิงได้เยอะก็ยิ่งชาร์จเกจพลังเร็วขึ้น 

ซึ่ง Supremo ก็มีให้เลือกใช้หลายรูปแบบทั้งจรวดโจมตี ปล่อยคลื่นไฟฟ้า หรือปล่อยเปลวเพลิงโจมตีศัตรูรอบ ๆ แน่นอนว่า Supermo ถือเป็นท่าไม้ตายที่เอาไว้ใช้ผลิกสถานการณ์นั่นเอง จัดเป็นลูกเล่นใหม่ที่เข้ามาช่วยเพิ่มสีสันในเกมเติมความเป็นแฟนตาซีให้ตัวเกมภาคนี้ไปอีกขั้น

 

สรุป 

สำหรับประสบการณ์โดยรวมจากการที่เราได้ใช้เวลากับตัวเกมประมาณ 4 ชั่วโมงก็ต้องบอกว่า Far Cry 6 ยังคงจุดเด่นทั้งหมดของ Far Cry เอาไว้เหมือนเดิม ทั้งโลก Open World แสนกว้างใหญ่ เนื้อหาและตัวร้ายที่ยอดเยี่ยม กับระบบใหม่ ๆ มากมาย รวมไปถึงระบบการเล่นที่เราคุ้นเคยไม่ว่าจะเป็นการสำรวจฉาก การทำภารกิจ หรือการเข้าตีป้อมปราการตามจุดต่าง ๆ 

ส่วนที่แตกต่างกันก็เป็นเรื่องของระบบที่ได้รับการพัฒนา เช่นกันอัพเกรดฐานที่มีลูกเล่นที่น่าสนใจมากขึ้นจากภาค New Dawn หรืออาวุธและ Skill ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจที่ถูกเพิ่มเข้ามา ยิ่งไปกว่านั้นโดยรวมแล้วตัวเกมมีความท้าทายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน AI ศัตรูและ Damage จากกระสุนมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นมาก เรียกได้ว่าถ้าออกไปยืนโล่ง ๆ ให้โดนยิงแป็บเดียวตัวละครเราก็ลงไปนอนแล้ว

ซึ่งจุดนี้พวกอาวุธและการเลือกใช้กระสุนก็เลยเข้ามามีส่วนสำคัญ การลอบเร้นเข้าไปตัดกำลังศัตรูก่อนหรือการวางแผนโจมตีให้ถูกจุดกลายเป็นเรื่องที่เราต้องคำนึงถึง หรืออาจจะเป็นสายลุยแหลกทีบประตูหน้าเข้าไปลุยก็ต้องมีการเตรียมพร้อมในเรื่องของอาวุธอุปกรณ์ให้ดี 

จากที่เราได้สัมผัส Yala จะเป็นเหมือนสวรรค์สำหรับแฟน Far Cry และผู้เล่นที่ชื่นชอบเกม Open World โดยภาคนี้ปรับปรุงใหม่ในหลายภาคส่วนและเป็นพัฒนาการก้าวสำคัญของซีรีส์นี้

แม้แก่นหลักของ Far Cry 6 จะยังคงเป็น Far Cry ที่เราคุ้นเคยแต่การพัฒนาในหลายภาคส่วนรวมไปถึงเนื้อหาที่น่าสนใจและสภาพแวดล้อมที่สวยงามทั้งหมดนี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้วที่จะทำให้ Far Cry 6 เป็นอีกหนึ่งเกมยิงประจำปีนี้ที่แฟนเกม FPS ต้องจับตาดูกันให้ดี 

Far Cry 6 จะออกวางจำหน่ายในวันที่ 7 ตุลาคม นี้ บนระบบ PS4 PS5 Xbox One และ Xbox Series S/X และ PC 

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง