เรียนรู้ความรักและการมูฟออนจากอดีตผ่านเกม Florence

ไม่บ่อยครั้งที่เราจะเจอเกมที่เล่นจบแล้วประทับใจ รวมไปถึงได้ทบทวนชีวิตของตัวเองไปในคราวเดียวกัน Florence คือเกมที่ออกมานานแล้ว แต่เนื่องด้วยมันเพิ่งถูกพอร์ทมาลง PC และ Nintendo Switch และรองรับภาษาไทยตามต้นฉบับ เกมนี้ถือเป็นเกมที่ทำให้เราได้เรียนรู้ไม่มากก็น้อยถึงสิ่งที่คนเรามักโหยหาเสมออย่างสิ่งที่เรียกว่าความรัก นอกจากนั้นมันยังสอนเบา ๆ ให้เรามูฟออนจากอดีต ลุกขึ้นมาจากความเจ็บปวด และเดินหน้าต่อไป วันนี้ขอพาทุกท่านมารู้จักกับเกมที่ชื่อว่า Florence เกมที่เล่นจบแล้ว คุณอาจจะมองเห็นมุมมองที่สวยงามของความรักได้มากขึ้น

บทความนี้สปอยล์เนื้อหาของ Florence

Florence คือเกมอะไร ? เกมนี้เป็นเกมของสตูดิโอ Mountain แต่จะบอกว่ามันเป็นเกมเลยก็ไม่ได้ เริ่มจากความยาวของมันนั้น เพียงประมาณ 40 นาทีคุณก็สามารถจบเกมได้แล้ว และรูปแบบการเล่น ก็เน้นการโต้ตอบเพียงนิด ๆ หน่อย ๆ ใช้เพียงแค่เมาส์ก็พอ แต่ 40 นาทีนี้คุณจะได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” และ “ความสัมพันธ์” ได้อย่างชัดเจนที่สุด ซึ่งก็ต้องอาศัยการตีความนิดหน่อย เพราะบางฉากผู้เล่นจะต้องทำความเข้าใจเอง แต่ก็ไม่ยากเกินไปแน่นอน

เรื่องราวคร่าว ๆ ของ Florence คือฟลอเรนซ์ โหย่ว สาววัย 25 ปีที่ใช้ชีวิตวนลูป ตื่นเช้าไปทำงาน ตกเย็นกลับมากินและนอน เสพโซเชียลเน็ตเวิร์คไปวัน ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้พบกับนักเชลโลหนุ่มข้างถนนที่ชื่อว่าคริช และชีวิตของเขาและเธอก็เปลี่ยนไป

จุดเริ่มต้นของความรัก มักไม่มีที่มาที่ไปหรือไม่สมเหตุสมผลเสมอ

สิ่งที่เกม Florence นำเสนอให้เราได้เห็นถึงการพบกันของฟลอเรนซ์ และคริชครั้งแรกที่พวกเธอได้มาพบกัน มันก็ดูเป็นการพบกันที่ธรรมดาแต่บังเอิญอยู่ดี ฟลอเรนซ์กำลังเดินไปทำงานตามปกติ แต่เธอก็เจอคริชที่ตอนนั้นเป็นเพียงนักเชลโลข้างถนนเท่านั้น หากลองคิดตามความเป็นจริง มันก็แทบไม่มีเหตุมีผลอะไรเลยจริง ๆ ดังนั้นการที่คนเราจะมาเจอกันได้ จึงมักถูกมองว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์เสมอ

เป็นความธรรมดาที่ชีวิตคนเราก็มักจะเจอกับคนที่ไม่คาดฝัน ในสถานการณ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ แต่ละคนก็อาจจะเจอสถานการณ์พบเจอคนที่ถูกใจแตกต่างกันไป แต่อย่าไปถามหาเลยว่า เพราะอะไรเราจึงมาเจอกันได้ เพราะเมื่อคุณคิดจนหัวจะระเบิด คุณก็หาคำตอบไม่ได้อยู่ดี การพบเจอกันของเรามันก็เป็นเรื่องแบบนี้นั่นแหละ

น้อยกว่าตกลงคบหากันนิดหน่อย มากกว่าแอบกิ๊กกันนิดนึง มีความสุขที่สุด

ในช่วงบทที่ 5 ของตัวเกม หลังจากที่คริชและฟลอเรนซ์ตัดสินใจออกเดตด้วยกัน ทำให้เรามองเห็นว่า ในช่วงต้นของความสัมพันธ์นี่ล่ะที่เรามีความสุขที่สุดแล้ว ในช่วงแรกที่คุณกำลังรู้สึก Fall In Love ใครสักคน รอคอยที่จะได้เจอกัน โทรหากัน เป็นห่วงเป็นใยซึ่งกันและกัน แม้จะยังไม่คบกันแต่ต่างฝ่ายต่างก็รู้แล้วว่ามีใจให้กัน นั่นคือช่วงหลายคนมองว่าอาจจะมีความสุขที่สุดในช่วงของการมีความรักแล้วก็ได้ หากคุณได้ลองเล่นเกมนี้ดู คุณลองนึกภาพย้อนไปถึงเดตแรกของคุณดูว่า มันเป็นยังไงในความทรงจำคุณ ไม่ว่าจะดีหรือร้ายแต่คุณอาจจะจำมันได้ขึ้นใจ

และที่สุดในช่วงความสัมพันธ์ก็ตามที่หัวข้อนี้ได้กล่าวเอาไว้ น้อยกว่าตกลงคบหากันนิดหน่อย มากกว่าแอบกิ๊กกันนิดนึง มีความสุขที่สุดแล้วครับ

ความรักทำให้เราเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น และผลักดันซึ่งกันและกัน

ประโยคกึ่งคำโปรยนี้มาจากภาพยนตร์เรื่อง Warm Zombies ซึ่งในเกมนี้ก็สะท้อนบางอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ออกมาให้เห็ฯ

เมื่อเราตกลงคบหาหรือรักใครสักคน เราก็อยากจะทำตัวให้ดูดีในสายตาของเขาหรือเธอผู้นั้น ในเกมนี้หลังจากที่คริชและฟลอเรนซ์ตกลงคบหากันและมีอยู่ฉากหนึ่งที่ฟลอเรนซ์มาถึงบ้านของคริช และตัวเกมแสดงให้เห็นว่าห้องของคริชนั้น รกขนาดไหน ก่อนที่จะให้เราค่อย ๆ ทำความสะอาด จัดของในบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และทำให้มันกลับมาดูเป็นระเบียบอีกครั้ง ในชีวิตจริงก็คงไม่มีใครอยากดูดีในสายตาคนที่เรารักอยู่แล้ว

การผลักดันซึ่งกันและกันถูกเล่าผ่านฉากที่ฟลอเรนซ์มองเห็นใบสมัครเข้าเรียนสถาบันดนตรีแห่งหนึ่ง ที่คริชไม่เคยกล้าเข้าไปลองดู หลังจากนั้นคริชก็เล่าความใฝ่ฝันของตัวเองให้ฟลอเรนซ์ฟังทั้งหมด จนฟลอเรนซ์นี่แหละที่เป็นคนผลักดันให้คริชกล้าลองทำตามความฝันตัวเอง และขณะเดียวกัน ฟลอเรนซ์เองก็มองเห็นว่าตัวเธอเองก็มีความใฝ่ฝันซึ่งกันและกัน มันเกิดจากการที่เธอเห็นว่าคริชนั้นมีความใฝ่ฝันเหมือนกันนั่นเอง

ในทุกการทะเลาะ อารมณ์คือสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างเลวร้าย

เป็นอีกหนึ่งฉากที่ทางผู้เขียนค่อนข้างชอบ คือในช่วงคบกันแรก ๆ ฟลอเรนซ์และคริช ต่างมีปากเสียงกันจนมีข้อบาดหมางทางใจกัน และสุดท้ายก็เป็นทางคริชที่เป็นฝ่ายหันหน้ามาง้อขอคืนดีก่อน ก่อนที่ฟลอเรนซ์เองก็จะหันกลับมาคืนดีด้วย และพวกเขากลับมารักกันตามปกติ

ตรงส่วนนี้แสดงให้เห็นว่า ในทุกความสัมพันธ์และความรัก การทะเลาะหรือมีปัญหา ยิ่งคุณใช้อารมณ์มากเท่าไร ทุกอย่างยิ่งเลวร้ายลงไปเท่านั้น แม้ในเกมจะไม่ได้เล่าออกมาชัดเจนนัก แต่เชื่อว่าคุณน่าจะเคยมีช่วงที่มีอารมณ์ใส่กัน จนคำพูดและการกระทำไปทำร้ายอีกฝ่ายนึงโดยไม่ตั้งใจ

อย่าลืมควบคุมอารมณ์ตัวเองทุกครั้ง และที่สำคัญ ในความรักนั้น คนที่หันหน้ามาแก้ความสัมพันธ์ก่อน ไม่ใช่ฝ่ายผิด แต่เป็นฝ่ายที่พร้อมที่จะประคับประคองความสัมพันธ์นั้นต่อไปนั่นเอง

ความจำเจคืออุปสรรคอันยิ่งใหญ่ของความสัมพันธ์

สิ่งที่เกมนี้นำเสนอ คือความสัมพันธ์ของฟลอเรนซ์และคริชที่คบกันมานานนับปี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ตรงตามชื่อตอนคือปัญหาเรื่องความจำเจ ที่ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของความสัมพันธ์

จากที่เคยหวาน ก็ไม่หวานเหมือนก่อน จากที่เคยเห็นแล้วมีความสุขก็กลายเป็นขัดใจไม่มีเหตุผล และความจำเจก็คือสิ่งที่จะปูทางไปสู่ปัญหาอื่นคือการทะเลาะและจบลงด้วยการเลิกรากันไป เพราะมันจะทำให้เราเริ่มตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อย ๆ ในความสัมพันธ์ หากใจยังรักอยู่อาจไม่ใช่ปัญหา แต่เมื่อใดที่หมดใจขึ้นมา เมื่อนั้นก็ส่อแววว่าความสัมพันธ์อาจต้องจบลง ตรงส่วนนี้เกมนำเสนอออกมาได้สะเทือนใจพอสมควร โดยเกมนำเสนอภาพที่เป็นหเมือนจิ๊กซอว์ของทั้งคริชและฟลอเรนซ์ ที่ชิ้นส่วนถูกปรับให้ไม่สามารถต่อกันได้ เป็นสัญญาณว่า เรื่องราวของเราอาจะเดินทางมาถึงตอนจบ

เศษซากความทรงจำและการปล่อยมันไป

อีกฉากที่ผู้เขียนชอบมากกับฉากนี้ หลังจากที่ตัวละครฟลอเรนซ์และคริช ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ของตัวเอง ไม่มีใครฟื้นฟูตัวเองจากความเจ็บปวดได้ทันทีอย่างแน่นอน เกมนำเสนอให้เราต้องใช้เมาส์ลากเพื่อลบภาพของคริชออกไป ให้เหลือเพียงเงาสีขาว ๆ ราวกับว่าคริชเป็นแค่ผู้ชายอีกคนที่เข้ามาในชีวิต

และในอีกหนึ่งฉาก ตัวเกมได้จำลองให้เห็นภาพของเราและคริชเดินคู่กันมาเรื่อย ๆ ถ้าผู้เล่นคลิกเมาส์ จะทำให้ฟลอเรนซ์หยุดเดินและคริชก็ยังจะตามมาเป็นเงาตามตัวอีกครั้ง สิ่งที่ผู้เล่นต้องทำคือ ปล่อยไป ปล่อยเมาส์ พักการเล่น และอยู่เฉย ๆ เพื่อให้ฟลอเรนซ์เดินต่อไปเรื่อย ๆ จนคริชตามไม่ทันและหายไปจากชีวิตของเธอ

เหมือนกับสื่อให้รู้ว่า ถ้าเรายังไม่ยอมปล่อยวาง ทุกอย่างก็จะยังคงเหมือนเดิม เราไม่อาจก้าวหน้าต่อไปได้ ถ้ายังยึดติดอยู่กับอดีตที่ผ่านพ้นไปแล้ว และสุดท้ายเราก็ทำได้เพียงแค่ “ปล่อยมันไป”

มูฟออนและไปต่อ มีแต่เรานั้นที่ต้องทำ

หลังความสัมพันธ์ยุติ และเราเสียใจมากพอแล้ว สิ่งที่เราต้องทำ และมีเพียงเราเท่านั้นที่ทำได้ ก็คือการมูฟออนหรือไปต่อ ตัวเกมนำเสนอให้เราตื่นขึ้น ลุกจากเตียง และไปหยิบอุปกรณ์วาดภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฟลอเรนซ์ชอบมาตลอด เธอเริ่มลงมือวาดภาพอีกครั้ง มีความสุขกบมัน ฉากภายในเกมที่เป็นขาว-ดำ ก็เริ่มกลับมามีสีสัน เธอเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ฟลอเรนซ์หันกลับมามีชีวิตด้วยมือของเธอเอง เธอกลับไปหาแม่ เธอเริ่มวาดภาพประกวด อาจไม่ชนะเลิศแต่ก็ได้รางวัล เธอเลี้ยงแมว เธอเริ่มทำเงินจากการวาดภาพ จากสิ่งที่เธอชอบ ทั้งหมดนี้เพราะเธอตัดสินใจลุกขึ้นมากระทำมันเอง แม้ภายในเกมมันจะเหมือนกับการบังคับตัวละครนั้น ให้เป็นไปตามสคริปท์ แต่ในชีวิตจริง ก็คงไม่มีใครมาฉุดเราขึ้นจากความเสียใจได้ดีไปกว่าเราที่ตัดสินใจจะลุกขึ้นมาเองอีกครั้ง

เดินหน้าต่อ เก็บความทรงจำที่สวยงามเอาไว้ นั่นคือ “ความรัก”

ในบทสุดท้ายของเกม ฟลอเรนซ์ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพราะเธอมีรายได้ที่มากพอจากการทำสิ่งที่เธอรัก ในขณะที่เก็บข้าวของออกจากโต๊ะทำงานของเธอ เธอก็ได้พบกับรูปโพลารอยด์ใบหนึ่ง ที่เธอกับคริชถ่ายไว้คู่กัน เธอมองรูปใบนั้นแล้วยิ้ม ก่อนจะเก็บมันลงกล่องเก็บของมาด้วย

ชีวิตเธอต่อจากนั้นก็ประสบความสำเร็จในฐานะศิลปิน มีผลงานต่าง ๆ มากมาย และสุดท้ายชีวิตเธอก็เปลี่ยนไป เพราะการเข้ามาของคริช ฟลอเรนซ์ในตอนต้นเกมที่ใช้ชีวิตซังกะตายไปวัน ๆ กลับกลายเป็นฟลอเรนซ์ผู้เดินตามความฝัน มีความสุข มีสีสันในชีวิตในตอนท้าย

สุดท้ายแล้วเรื่องราวความรักของแต่ละคน อาจไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่เกม Florence ได้นำเสนอ ก็ทำให้เราได้มองเห็นมุมมองต่าง ๆ ของความรัก ได้เรียนรู้ ได้มองเห็นภาพในเกมและภาพชีวิตจริงที่เหมือนกันยิ่งกว่า สุดท้ายแล้ว ความรักไม่ใช่สิ่งที่ตายตัว ไม่มีใครมาบอกได้ว่าแบบไหนถูกหรือผิด เพราะถึงเวลาเราล้วนทำตามหัวใจของตัวเอง แต่สิ่งที่ Florence ได้ถ่ายทอดออกมานั้น เชื่อเถอะครับว่า มันมีประโยชน์แน่นอน และอาจจะทำให้คุณหลงรักเกมนี้ได้อย่างง่าย ๆ ขอให้มีความสุขในการเล่นเกมนี้ หากคุณตัดสินใจไปหามาเล่นครับ

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง