ไม่มีใครปฏิเสธว่า Grand Theft Auto เป็นซีรี่ส์เกมเปิดโลกกว้างระดับตำนาน ไม่ว่าจะทำเกมภาคไหน GTA ก็สามารถสร้างปรากฏการณ์ในวงการเกมทุกครั้งอยู่เสมอ

แน่นอนว่า GTA ทุกภาคเป็นที่รักสำหรับทุกคน แต่ว่าภาคไหนที่ผู้เล่นหลายคนชื่นชอบมากที่สุดล่ะ? นี่คือบทความ เรียงลำดับ Grand Theft Auto ที่เหล่าเกมเมอร์ชื่นชอบจากน้อยไปถึงมากสุด ที่จะรวบรวมเหตุผลว่าทำไมเกมเมอร์ถึงรักภาค GTA ภาคนี้ที่สุดโดยอ้างอิงจาก User Review ใน Metacritic และแสดงความคิดส่วนตัวลงท้ายตามมาด้วย

*เกม GTA ที่ไม่ขอแสดงความคิดเห็นเพราะไม่เคยเล่นมาก่อน: GTA 1, GTA London, GTA Advance และ GTA Chinatown Wars

อันดับ 8: GTA 2

GTA 2

“เกมดีที่ไม่มีใครแยแส เกมอัปเกรดมาจาก GTA 1 มันเล่นยาก แต่คลาสสิก!” – Awczarek

“ผมได้ยินว่าไอเดียของเกม GTA จะมีตำรวจสุดโหดที่พร้อมฆ่าคุณโดยทุกวิธีทาง GTA 2 ได้ปรับปรุงมาจากภาคก่อนเยอะมากภายในเพียงหนึ่งปี ก็ไม่แปลกเท่าไหร่ว่าทำไมผมจึงสนุกกีบเกมนี้” – Wardelson

หากผู้เขียนรู้จักเกมซีรี่ส์ GTA มาตั้งแต่ยุค PlayStation 1 ผมอาจสนุกกับเกมนี้ แต่น่าเสียดายที่ความคลาสสิกของเกมไม่สามารถทำให้ผู้เขียนรู้สึกอินกับมันได้อย่างเต็มที่

GTA 2 มีลักษณะการเล่นคล้ายกับเกมตู้อาร์เคตที่มีมุมกล้องเป็น Bird-Eye View โดยผู้เล่นสามารถทำคะแนน (เสมือนเป็นเงินในเกม) มาจากการก่อวินาศกรรมต่าง ๆ ในเมือง อย่างเช่นการชนรถยนตร์ที่สัญจรผ่านไปผ่านมา สังหารผู้คน และทำภารกิจเพื่อรับเงินค่าจ้างในเกม

แน่นอนว่า GTA 2 เป็นเกมที่เล่นสนุกสามารถฆ่าเวลาได้เพลิดเพลิน แต่เพราะรูปแบบการเล่นเป็นเกมสไตล์อาร์เคต จึงทำให้เวลาเล่นเกม GTA 2 รู้สึกไร้เป้าหมายซึ่งไม่ถูกจริตสำหรับผู้เขียนเท่าไหร่นัก และถ้าหากผมไม่ชอบ GTA 2 นั้นก็หมายความว่าผมอาจไม่ถูกใจเกม GTA 1, GTA London และ GTA Chinatown Wars เช่นกัน

อันดับ 7: GTA Liberty City Stories

GTA Liberty City Stories

“มันไม่ใช่เกม GTA ที่ดีที่สุด แต่ภาค Liberty City Stories ยังสามารถทำให้ผู้เล่นรู้สึกเอนเตอร์เทน มีตัวละครเยี่ยมและเนื้อเรื่องดี รวมไปถึงเป็นเกม GTA ตัวแรกที่ลงใน PSP ซึ่งเป็นก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่” – Jack97

“GTA LCS เป็นเกมที่ทำรู้สึกประทับใจกับประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง PSP โดยฟีเจอร์หลักของเกมนี้คือโลกมีความกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ไม่ว่าจะสถานที่กับคาแรกเตอร์ แต่อย่างไรก็ตามเกมยังคงมีปัญหาในบางส่วน อย่างเช่นการควบคุมทำได้ยากลำบาก เช่นการยิงและการขับรถ แต่โดยรวมแล้วเป็นเกมดีสำหรับ PSP ครับ” – ashketchum

“ไม่ดีเท่ากับ Vice City Stories แต่คุณยังคงอยู่ในเมือง Liberty City คล้ายกับ GTA 3 และมิชชั่นจัดว่าสนุกใช้ได้เลยด้วย ความจริงมันคือเกม GTA 3 ที่ผ่านการอัพเกรดแต่มาลงในเครื่องเล่นเกมพกพา แล้วมันผิดปกติหรือ? ไม่! มันจะเป็นไปได้ยังไง” – sinadoom

เป็น GTA ภาค Spin-Off ลงให้กับแพลตฟอร์ม PSP กับ PS2 เป็นการเล่าเนื้อเรื่องย้อนอดีตกลับในปี 1998 ณ เมือง Liberty City โดยคุณได้รับบทเป็น Toni Cipriani หนึ่งในสมาชิกแก็งมาเฟีย Leone Crime Family ที่หัวหน้าแก๊ง Salvatore Leone ไว้ใจมากที่สุด

สิ่งที่น่าสนใจของเกม GTA Liberty City Stories คือการนำเสนอมุมมองตัวละครที่ผู้เล่นอาตไม่เคยรู้มาก่อน โดยเฉพาะ Salvatore Leone ตัวละครสำคัญที่มีบทบาทมากที่สุดของซีรี่ส์ GTA ในจักรวาล 3D Universe ทั้งมวล ซึ่งอาจมีตัวละครเก่าจาก GTA III เข้ามามีบทบาทเสริมเพื่อเป็นแฟนเซอร์วิสแก่ผู้เล่น

แต่เพราะเกม GTA Liberty City Stories ออกแบบมาเพื่อเล่นในเครื่องเกมพกพา PSP มาตั้งแต่แรก จึงทำให้ประสิทธิภาพกราฟิกภายในเกมตกลงอย่างเห็นชัด ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพคัตซีนดูก๊องแก๊งบางฉาก, FPS ดรอประหว่างการเล่น, เกมค้าง, และ HUD กับแอนิเมชั่นภายในเกมส่วนใหญ่ได้ยืมใช้จากเกม GTA ภาคเก่าเกือบทั้งหมด

อันดับ 6: GTA III

GTA III

“สำหรับคนที่มองว่าเกมนี้เป็นเกมแย่: แน่นอน ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับ GTA III ในตอนนี้คือ “เวลา” ภาพกราฟิกมันแย่มากหากเทียบกับมาตรฐานเกมในปัจจุบัน, AI ก็หง่อยเหมือนกัน แต่ในช่วง GTA III ที่เปิดตัวครั้งแรก เกมนี้เป็นนวัตกรรมและเกมสนุกสนานเพียงแค่วิ่งไปทั่วเมืองแล้วได้หกดาว มันเป็นเกมยอดเยี่ยมสำหรับปี 2001″ – MAINEiac4434

“เป็นสุดยอดมหากาพย์เกม PlayStation 2 ที่คุณสามารถหาความสนุกได้อย่างไม่รู้จบ มิชชั่นสนุกและภาพกราฟิกสวยในช่วงนั้น ถ้าอยากผมบ่นก็คงเป็นเรื่องของโมเดลตัวละครดูตลกไปนิด” – highlifewest

“นี่คือเกมที่ผู้เล่นสามารถกลับมาเล่นตอนไหนก็ได้เท่าที่คุณอยากทำ คุณต้องเป็นบ้าแน่ ๆ หากไม่ชอบเกมนี้ เกมนี้มันสนุกเพราะคุณสามารถทำอะไรก็ได้ในเกมนี้ ไม่ว่าจะเล่น Free Roaming ทั่ว Liberty City หรือเล่นมิชชั่น” – Zilcell

การปรากฏตัวครั้งแรกของเกม GTA III ได้สร้างเสียงฮือฮาเป็นอย่างมากในช่วงยุค ’00 เพราะเกมได้ก้าวกระโดดจากภาพกราฟิก 2D มุมกล้อง Bird-Eye View กลายเป็นรูปแบบ 3D Polygon มุมกล้องติดดิน และเป็นภาคแรกที่ตัวละครมีเสียงพากย์ (ยกเว้นตัวละครเอกชื่อ Claude ที่เป็นใบ้ตลอดทั้งเกม)

ในขณะที่ GTA III เป็นเกมแรกได้เข้ายุค 3D Universe แต่ผู้เขียนรู้สึกอินน้อยสุด เพราะเกมค่อนข้างล้าสมัยเทียบกับเกม GTA ภาคใหม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเกม GTA III จะเป็นเกมธรรมดาทั่วไป เพราะรูปแบบเกมเพลย์ยังคงสนุกในสไตล์ GTA ดั้งเดิมอยู่ครบ ซึ่งผู้เล่นสามารถย้อนกลับมาเล่น GTA III เพื่อแก้เบื่อยามไม่มีเกมให้เล่นหลงเหลือ

อันดับ 5: GTA Vice City Stories

GTA Vice City Stories

“หากมองเฉพาะว่าเป็นเกมใน PSP นี่แหล่ะคือเกมที่ดีที่สุดในเครื่องเกมพกพา เกมนี้เนื้อหาเยอะเกินคาดสำหรับเกมที่สร้างขึ้นเพื่อ PSP โดยเฉพาะ มันอาจจะดูมักง่ายในบางส่วนและไม่ดีเท่าภาค Vice City แต่ VC Stories ยังคงมอบประการณ์ความสนุกในซีรี่ส์ GTA” – sinadoom

“นี่แหล่ะที่เรียกว่าเกมอย่างแท้จริง! ฉันใช้เวลาเป็นเดือน (ฉันสามารถเล่นได้ 1 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น) ในการปราบเกมนี้! มิชชั่นและคาแรกเตอร์เยอะมาก แม้เมืองจะเซตติ้งอยู่ที่ Vice City บน PS2 แต่ตัวละครและภารกิจล้วนแตกต่างกัน เหมือนกับมาสถานที่เก่าที่เราคุ้นเคย แต่พบปะกับเพื่อนใหม่” – GirlGamer

“เกมที่ผมต้องคิดวิเคราะห์ สนุกสนาน และมีเนื้อเรื่องที่เยี่ยมไม่เหมือนกับ GTA ใน PSP ภาคก่อน ไม่ว่าจะคาแรกเตอร์ เนื้อเรื่อง แอคชั่น และเพลงยุค 80 ที่ทำให้เกมนี้โคตรเจ๋ง!” – AlecB.

คล้ายกับเกม GTA Liberty City Stories เพราะภาพกราฟิกกับ HUD ยืมใช้มาจากเกม GTA ภาคเก่า แต่เกมเพลย์มีการเปลี่ยนแปลงพร้อมใส่ฟีเจอร์ใหม่มากมาย โดยเฉพาะระบบการซื้อที่ดินเพื่อทำธุรกิจผิดกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งทำให้การเล่นเกม GTA Vice City Stories สนุกสนานกว่าภาค GTA Liberty City Stories เป็นเท่าตัว

แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือตัวละครเอกมีความน่าจดจำอย่าง Victor Vance ที่จะแสดงให้เห็นผ่านพล็อตเนื้อเรื่องภายในเกมที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดราม่าที่ต่อสู้ชีวิต ซึ่งคุณภาพเนื้อเรื่องของเกม GTA Vice City Stories จัดโอเคใช้ได้เลย

แม้เกม GTA Vice City Stories จะไม่ใช่เกม GTA ยอดเยี่ยมที่สุด แต่ถ้าคุณกำลังมองเกมแพลตฟอร์ม PSP ที่ดีสุด เกมนี้คือคำตอบครับ

อันดับ 4: GTA IV

GTA IV
“นี่อาจเป็นเกมที่ดีที่สุดเท่าที่ทีมงานสามารถนำเสนอได้ เกมเพลย์สนุกอย่างเหลือเชื่อที่เพียงแค่ระบบฟิสิกส์อย่างเดียวก็สามารถทำให้คุณเอนเตอร์เทนได้ การยิงปืนรู้สึกสมจริงและหนักแน่นมาก ส่วนเนื้อเรื่อง เพลงประกอบ บรรยากาศเมืองได้ผ่านคราฟมาอย่างดีจนคิดว่าเมือง Liberty City มีอยู่บนโลกจริง ระบบ Multiplayer ก็สนุกใช้ได้หากคุณไม่มีอะไรให้ทำใน Singleplayer” – Michelmast

“GTA 4 เป็นการก้าวกระโดดของซีรี่ส์ที่ได้เปลี่ยนรูปแบบภาพกราฟิกและเกมเพลย์โดยไม่ต้องบูชายัญความสนุกดั้งเดิมของซีรี่ส์ และโลกภายในเกมน่าค้นหารวมไปถึงตัวละครและเนื้อเรื่อง แม้ว่าเกม GTA 5 จะเฉิดฉายสว่างกว่า แต่ผมยกย่องว่าเป็นเกมที่ทำให้ GTA มาถึงทุกวันนี้” – Jack97

“เนื้อเรื่องของเกมนี้จัดว่าแจ่มมาก ผมคิดว่าไม่มีเกมเมอร์คนไหนที่ไม่รู้จักตัวละครชื่อว่า ‘Niko Bellic’ ตัวเกมสามารถถ่ายทอดอารมณ์ของ Niko ให้ผู้เล่นรู้สึกเชื่อมต่อกับตัวเกม ทำให้ตัวละครเอกของเกมนี้เป็นที่น่าจดจำในบรรดา GTA ทั้งมวล” – TheHumbleGamer

บอกตามตรงเลยว่าสมัยเด็ก ๆ ผู้เขียนไม่ชอบเกม GTA IV เพราะยังติดภาพลักษณ์ว่าภาคนี้จะต้องเหนือกว่า GTA San Andreas (กลับกลายเป็นเกมแนวก่ออาชญากรรมซิมูเลเตอร์ซะอย่างงั้น) แต่เมื่อผู้เขียนโตขึ้น เริ่มเสพเนื้อเรื่องแบบจริงจังมากขึ้น มุมมองที่มีต่อเกม GTA IV ได้เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

GTA IV จะเป็นเกมที่ผู้เล่นสายเนื้อเรื่องต้องหลงรักแบบสุดใจ เพราะเนื้อเรื่องของ GTA IV มีความสมจริงมากที่สุดในซีรี่ส์ ทั้งหมดเป็นเพราะ Niko Bellic เป็นตัวละครเอกที่มีความคิดเป็นมนุษย์ และซับซ้อนกว่าตัวละครเอกของ GTA ทุกภาค

นอกจากนี้ GTA IV เป็นเกมแรกของซีรี่ส์ที่ใช้ขุมพลัง RAGE Engine ซึ่งพัฒนาโดย Rockstar Games ทำให้ภาพกราฟิกในเกมมีฟิสิกส์สมจริงเป็นธรรมชาติและมีความสวยงามที่ยังไม่ตกยุค

แต่ข้อเสียร้ายแรงของเกม GTA IV ต้องหนีไม่พ้นเรื่องของการออกแบบมิชชั่นสุดซ้ำซาก และประสิทธิภาพของเกมใช้งานหนักเกินไป จนทำให้เกมเมอร์หลายคนต้องบ่นเรื่องปัญหาเกมกระตุกและเกมเด้งตลอดเวลาในช่วงที่เกมได้ปล่อยออกจำหน่ายในช่วงสัปดาห์แรก

อันดับ 3: GTA Vice City

GTA-Vice-City

“คุณชอบภาพยนตร์เรื่อง Scarface, Carlito’s Way และทีวีโชว์อย่าง Miami Vice? ถ้างั้นคุณต้องชอบเกมนี้แน่นอน!” – Duke_Nukem

“เกมนี้ดีกว่า GTA 3 ถึง 10 เท่า คุณสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ ซื้อบ้านได้มากกว่านี้ และมีมอร์เตอร์ไซค์ให้ขับอีกด้วย แต่ปัญหาในโลกมีเพียงอย่างเดียวคือคุณว่ายน้ำไม่ได้” – DamianM.

“นี่อาจะเป็นหนึ่งในเกมดีที่สุดและดีกว่า GTA3  ไม่ใช่เพียงแค่เกมใช้เวลาเล่นเกมจบนาน 60 ชั่วโมงอย่างเดียว แต่นับรวมถึงเวลาที่คุณเที่ยวเตร่ไปทั่วเมืองอีก 50 ชั่วโมง ให้ตายสิช่างเป็นเกมดีซะจริง ๆ”- J.Palm

หากใครชื่นชอบหรือเคยผ่านการชมภาพยนตร์มาเฟียในยุค ’80 อย่างเช่น Scarface คุณจะเข้าใจทันทีว่า GTA Vice City ได้นำเนื้อหาอ้างอิงมาจากภาพยนตร์ประเภทอาชญกรรมมาเฟียหลายเรื่องมายำอยู่ในเกมเดียวกัน

จุดเด่นของเกม GTA Vice City คือเป็นเกม GTA ภาคแรกที่ตัวละครเอก Tommy Vercitti สามารถสื่อสารพูดคุยกับ NPC และเพลงประกอบสุดฮิตในยุค ’80 ที่ทีมงานได้ขนมาให้ผู้เล่นได้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นเพลงประเภทดิสโก้ เมทัล หรือเพลงป็อป ที่รุ่นพ่อแม่ยังเป็นหนุ่มสาวเคยชื่นชอบมาก่อน

แม้เนื้อเรื่องเป็นจะเป็นแนวอาชญากรรมมาเฟียค้ายาทั่วไป แต่ด้วยเสียงพากย์ของตัวละครได้ผ่านการคัดสรรอย่างดี จึงทำให้ผู้เล่นสามารถเอนจอยกับโหมดเนื้อเรื่องของเกมตั้งแต่ต้นจนจบเกม

อันดับ 2: GTA V

GTA V

“ผมใช้เวลาเล่นกับเกมนี้เยอะทั้งในโหมด Online และ Offiline ภาคนี้ได้ปรับปรุงเกมจาก GTA IV อย่างได้เห็นชัด ผมเล่นเกม GTA ในจักรวาล 3D มาทั้งหมด นี่เป็นเกม GTA ที่ดีที่สุดในความคิดเห็นของผม โดยเฉพาะเวอร์ชั่น PC ที่ไม่มีแพลตฟอร์มไหนเทียบชั้นได้” – PlayerPlayuhhhh

“พรีออเดอร์เกมใน Steam มาแล้ว เกมไม่พบกับปัญหาต่าง ๆ ในช่วงปล่อยเกม GTA V สำหรับเวอร์ชั่น PC การพอร์ททำได้ดีมาก โชคดีที่ Rockstar ได้เรียนรู้มาจากความผิดพลาดของเกม GTA IV โดยรวมแล้วประสิทธิภาพลื่นไหล เกมภาพสวยแบบไม่น่าเชื่อเมื่อปรับคุณภาพกราฟิกระดับสูงกับปรับความละเอียดหน้าอยู่ 1080 เนื้อเรื่องก็สนุกอีกด้วย เหมาะสมกับที่ผมรอคอยจริง” – whave

“โลกสวยงามและมีอะไรให้ทำในเกมมากมาย ในขณะที่แผนที่ใหญ่กว้างและมีกิจกรรมต่าง ๆ อีเว้นท์สุ่มน่าสนใจเทียบมิชชั่นหลัก แต่เนื้อเรื่องของเกมไม่น่าดูงดึงเท่าไหร่นัก” – mikeycannon

เกมเปิดโลกกว้างยอดนิยมในยุคปัจจุบันด้วยยอดผู้เล่น GTA Online ยังคงรักษาฐานผู้เล่นเป็นจำนวนมาก และมีโมเม้นต์โดดเด่นมากมายสำหรับโหมด Singleplayer

ข้อเสียทั้งหมดของเกม GTA IV ได้รับการปรับปรุงทั้งหมดในเกม GTA V โดยเฉพาะการออกแบบมิชชั่นที่สนุกสนานและน่าจดจำ จำนวนกิจกรรมเสริมที่ยกระดับความเยอะเป็นเท่าตัว และเกมได้ผ่านการขัดเกลา Optimized แบบคมเฉียบทั้งในเวอร์ชั่นคอนโซลหรือ PC ซึ่งทำให้ทุกเวลาในการเล่นเกม GTA V ไม่พบกับปัญหาเกมเด้งหรือเกมค้าง ไม่เหมือนกับภาค IV ที่ประสบปัญหามากมายในเวอร์ชั่น PC

แต่ไม่สามารถปฏิเสธว่าผู้เขียนมีความรู้สึกผสมระหว่างชอบกับไม่ชอบในบางระบบของเกม GTA V อย่างเช่น เนื้อเรื่องภายในเกมกลายเป็นแนวแซะสังคมอเมริกา ทำให้เนื้อเรื่องอารมณ์ซีเรียสกับลึกซึ้งของ GTA IV หายไป, ระบบฟิสิกส์สุดสมจริงโดนลดท่อน, การขับเคลื่อนรถยนต์กลายเป็นสไตล์อาร์เคต

แต่ก็ไม่แฟร์เท่าไหร่ที่จะโทษทีมงาน Rockstar Games เพราะทั้งหมดเป็นฟีดแบคของผู้เล่นส่วนใหญ่ที่ไม่ชื่นชอบระบบต่าง ๆ ในเกม GTA IV ซึ่งผู้เล่นเกมทั่วไปเข้าถึงได้ยาก

อันดับ 1: GTA San Andreas

GTA San Andreas

“หนึ่งในเกมที่ดีที่สุดตลอดกาล เกมนี้สามารถแกะพื้นที่เมือง Los Angeles และแถบ California ที่ผมรู้จัก เกมเพลย์สุดยอดและเนื้อเรื่องดีกว่าเกมอื่น ๆ ในช่วงเวลานั้น 10/10 Grove Street for Life.” – Xerxes

“ฐานะที่เป็นแฟนเกม Grand Theft Auto มาตั้งแต่ภาคแรกหรือ GTA ดั้งเดิมในปี 1997 นี่เป็นเกมหรือแม้กระทั่งทุกวันนี้ ยังคงเป็นเกมที่รู้สึกทะเยอทะยานอยากเล่นมากที่สุด ผมจะให้คะแนนเกมนี้มากกว่า GTA IV เพราะคุณค่าที่จะกลับมาเล่นเกมนี้อีกครั้งสูงมาก” – Cyper

“จะเล่นนานเท่าไหร่ก็พอ เนื้อเรื่องดี คาแรกเตอร์เยี่ยม แอคชั่นบ้าบิ่นที่สามารถสัมผัสได้ การควบคุมง่ายก็แสนง่าย และ Tutorials ครอบคลุมทั่วถึง ซึ่งทำให้ผู้เล่นสามารถเข้าใจวิธีการเกมนี้ไม่ยาก รวมไปถึงมินิเกมสนุกและสูตรโกงต่าง ๆ ในเกมมีความหรรษา” – Garian

มาถึงซะทีสำหรับตำนานเกมเปิดโลกกว้างยอดนิยมตลอดกาลที่ไม่มีเกมไหนสามารถโค่นล้มไปกว่าเกมปี 2004 อย่าง GTA San Andreas อีกแล้ว

แม้ภาพกราฟิกดูตกยุคสำหรับเกมปี 2004 แต่ระบบเกมเพลย์ที่สามารถผสมผสานระหว่างลูกเล่น RPG เล็กน้อยกับเกมแอคชั่น-ผจญภัยได้อย่างลงตัว พร้อมกับปริมาณเนื้อหาเกมที่เยอะเกินราคา ทำให้ GTA San Andreas ได้ก่อประกายแสงสว่างทำให้ผู้เล่นทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย และเกมสนุกสนานมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครด้วยการนำเสนออาชญากรรมแบบแก๊งสเตอร์ผิวสีชอบยิงปืนในรถ Low-Rider

GTA San Andreas ยกเป็นเกมระดับ Masterpiece ของค่าย Rockstar Games และความทรงจำของเกมเมอร์ทั่วมุมโลก รวมไปถึงผู้เขียนอีกด้วย

KKMTC

เค - Content Writer

บทความที่เกี่ยวข้อง