เมื่อเกมจับไต๋คนโกหก ถูกยกระดับให้ดูดีขึ้นใน First Class Trouble

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ในช่วงมหกรรม Steam Game Festival มีเกมอยู่เกมหนึ่งที่ใช้ Concept เดียวกันกับ Among Us ในชื่อ First Class Trouble ได้เปิดตัวช่วงเดโมให้ไปลองเล่นกัน และมันก็สร้างกระแสในแง่ดี พร้อมกับเรียกเสียงฮาได้มากมาย เพราะมันคือเกมประเภท Social Deduction ที่เราต้องจับไต๋หาคนโกหก ว่าใครกันแน่คือฆาตกร แต่ First Class Trouble ได้นำเอา Concept นี้ มาคิดใหม่ทำใหม่ ให้ดูดีมีระดับมากขึ้น แต่จะเป็นยังไง วันนี้มาชมกันได้ในบทความนี้กัน

First Class Trouble คือเกมอะไร

First Class Trouble คือผลงานเกมจากสตูดิโอ Invisible Wall สตูดิโอพัฒนาเกมสัญชาติเดนมาร์ค ที่เคยมีผลงานเกมอินดี้เล็ก ๆ อย่าง Aporia: Beyond the Valley มาก่อน ถือว่า First Class Trouble เป็นผลงานเกมที่สเกลใหญ่ขึ้นมาหน่อยสำหรับพวกเขา และใช้คอร์เกมเพลย์แบบ Social Deduction หรือเกมที่ต้องอาศัยการสื่อสาร การโกหกหลอกลวง เพื่อให้ผู้เล่นอื่นเชื่อใจ หรือเอาตัวรอดเพื่ออยู่ไปจนจบเกม และได้รับชัยชนะในที่สุด

หากคุณเคยเล่น Among Us มาก่อน จะเข้าใจกฎกติกาของ First Class Trouble ได้ไม่ยาก ผู้เล่นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่าย Resident หรือก็คือฝั่งมนุษย์ และอีกฝ่ายคือ Personoid หรือฆาตกร เกมการเล่นของทั้งสองฝ่ายก็จะแตกต่างกัน ฝั่งมนุษย์จะต้องรวบรวมคีย์การ์ด เปิดประตูไปยังห้องถัดไปเรื่อย ๆ จนหาทางออกจากยานอวกาศได้ ส่วนฝั่งฆาตกรก็จะต้องร่วมมือกันฆ่าฝ่ายมนุษย์ให้หมด หรือยับยั้งไม่ให้มนุษย์หลบหนีได้สำเร็จ

โดยเกมจะแบ่งพื้นที่ในยานออกเป็นหลายส่วน เมื่อจบ 1 ส่วนจะเข้าสู่โหมดการประชุม เพื่อหารือว่าใครบริสุทธิ์ หรือใครเป็นฆาตกร ตรงส่วนนี้ก็จะสามารถเปิดไมค์พูดคุย หรือพิมพ์คุยกันได้ด้วย เพื่อให้เกิดการบลัฟกันเอง และนำไปสู่การโหวตเตะใครสักคนออกจากยาน และวัดกันว่าใครจะชนะหรือแพ้

ความแตกต่างและลูกเล่นที่เยอะกว่า Among Us

ทีนี้ความต่างของเกมนี้กับ Among Us คืออะไร ? รูปลักษณ์ภายนอกคือสิ่งที่ชัดเจนแล้วข้อหนึ่ง ใน Among Us นั้น เกมจะเป็นแบบ 2D มุมมองจากด้านบนลงมา แต่ใน First Class Trouble นั้น เกมจะเป็น 3D เต็มรูปแบบ ตัวละครของเราจะเป็นมนุษย์จริง ๆ มีมุมมองการเล่นแบบ Third Person และฉากจะเป็นเรือสำราญบนอวกาศอันหรูหราที่มีขนาดใหญ่ และมีหลากหลายพื้นที่ในการเล่น และในแต่ละฉากจะมีสิ่งของ หรืออุปกรณ์ประกอบฉากที่เอื้อต่อการเล่นของทั้งสองฝ่าย

อย่างแรกเลยคือ ฝั่งมนุษย์จะใช้อ๊อกซิเจนรวมร่วมกัน โดยสังเกตได้จากหลอดอ๊อกซิเจนรวมด้านบน อ๊อกซิเจนรวมนี้จะลดลงไปเรื่อย ๆ และสามารถเติมได้โดยฝ่ายมนุษย์จะต้องใช้ถังอ๊อกซิเจนที่หาได้ตามฉากไปเติมที่ตู้อ๊อกซิเจนที่มีอยู่ 4 จุดในฉากนั้น ส่วนฝั่งฆาตกรนั้น จะสามารถทำลายตู้อ๊อกซิเจนได้ เพื่อให้อ๊อกซิเจนรวมสูงสุดน้อยลง ถ้าอ๊อกซิเจนโดยรวมหมด ฝั่งมนุษย์ก็จะตายกันหมดแบบง่าย ๆ และนี่คือแรงกดดันที่ฝั่งมนุษย์ต้องเจอ เพราะนอกจากจะต้องหาคีย์การ์ดเปิดฉากแล้ว ยังต้องหาอ๊อกซิเจนเติมตลอดเวลา แถมต้องคอยสอดส่องดูด้วยว่าใครทำลายตู้อ๊อกซิเจนหรือไม่

เท่านั้นยังไม่พอ ใน 1 ฉากย่อย เกมนี้ฝั่งมนุษย์จะต้องใช้ความร่วมมือกันที่มากกว่าปกติ เพราะจะมีบางห้อง บางประตู ที่ต้องให้ผู้เล่นสองคนมาช่วยกันเปิด ผ่านการเล่นมินิเกมพร้อมกัน ฟังดูเงื่อนไขฝั่งมนุษย์เหมือนจะยาก แต่ฝั่งฆษตกรเองก็ไม่ใช่จะเล่นกันง่าย ๆ เพราะการจะฆ่าผู้เล่นนั้น ทำได้ด้วยการไปหยิบเข็มฉีดยาตรงกลางห้องโถง แล้วไปลักลอบใช้กับฝั่งมนุษย์ แต่การจะหยิบเข็มฉีดยามาใช้ได้นั้นก็ต้องระวังซะหน่อย เพราะมันอยู่ในที่แจ้ง ผสมกับมุมมองการเล่นแบบ Third Person ถ้าหยิบไม่ดูต้นทาง อาจถูกฝั่งมนุษย์จับเอาได้ง่าย ๆ

ในขณะที่บางฉากก็มีลูกเล่นที่เอื้อให้ฝั่งฆาตกรฆ่าพวกมนุษย์ได้ง่ายขึ้น เช่นการผลักลงไปในสระน้ำ (ที่ไม่รู้ว่าสระแค่นี้ทำไมมนุษย์ขึ้นมาเองไม่ได้..) หรือแม้แต่ล่อไปยังจุดกับดักที่มีไฟฟ้ารั่วเป็นต้น นั่นทำให้ First Class Trouble เป็นเกมที่มี Core Gameplay ที่คล้ายกับ Among Us แต่ถูกนำมาต่อยอด ยกระดับให้มีลูกเล่นมากขึ้น และแม้ว่าเกมจะยังอยู่ในช่วง Early Access แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีมีมาตรฐาน ถึงจะยังคงมี Bug และ Glitch ชวนปวดหัวอยู่บ้างก็ตาม แต่ส่วนมากจะเป็นในส่วนของการแสดงผลและ Animation ตัวละครมากกว่า

เกมที่ไม่เหมาะกับการเล่นคนเดียว

Social Deduction หรือเกมแนว Party แบบนี้ แม้ว่าจะสนุกแค่ไหน แต่ถ้าผู้เล่นไม่มีใครเล่นด้วย ก็น่าจะลำบากหน่อยในการเล่น เพราะคุณจะต้องเข้าไปเจอกับผู้เล่นอื่น ๆ ที่ไม่รู้ว่าจับกลุ่มกันมาหรือไม่ และปัญหาใหญ่สุดเลยคืออุปสรรคทางด้านภาษา ในช่วงการประชุมแอร์ล็อคที่ต้องมีการเปิดไมค์สนทนากัน จากที่ลองเล่นมา ตอนนี้คนเล่นส่วนมากจะเป็นชาวต่างชาติที่เน้นใช้ภาษาอังกฤษกันซะมากกว่า และถ้าหากเราเจรจาสื่อสารไม่ได้ก็จะมีปัญหาในการเล่นไม่น้อย เพราะเกมนี้ไม่ใช้ศัพท์ง่าย ๆ ก็จะเข้าใจกันแบบ Among Us แต่อาจจะต้องใช้คำที่เฉพาะเจาะจงและชัดเจนกว่านั้น แต่ใครที่อยากลองฝึกภาษา ด้นสดไปเลย ก็ทำได้เช่นกัน

และแน่นอนว่าถ้าเราเล่นคนเดียว ก็อาจจะเรียกเสียงหัวเราะหรือเสียงฮาได้ไม่เต็มที่ เพราะเกมจะไปทางจริงจังเลย แต่ถ้าเล่นกับเพื่อนก็จะได้อีกรสชาติหนึ่ง เป็นเกมตลก ๆ ในวงเพื่อนมากกว่าเป็นส่วนมาก ดังนั้นหากใครคิดจะซื้อ First Class Trouble มาเล่น ก็ลองดูก่อนว่า ถ้าเอามาเล่นคนเดียวจะสนุกหรือไม่ หรือถ้ามีเพื่อนเล่นก็จัดกันไป

ภาษาไทยที่ยังแปลไม่สมบูรณ์

First Class Trouble เป็นอีกเกมที่ใส่ภาษาไทยเข้ามาในเกมด้วย แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังไม่สมบูรณ์สักเท่าไร อย่างแรกคือการแปลที่ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ มีการแปลประมาณ 50-60% ของตัวเกมเท่านั้น ตรงส่วนที่มีความสำคัญบางอย่าง หรือ Tips ของเกมก็ยังแปลไม่ครบ และสำนวนการแปลก็ยังมีบางส่วนที่ขาดตกบกพร่องอยู่บ้าง และที่สำคัญ กับเกมที่ใช้การสนทนาเป็นส่วนใหญ๋ ภาษาไทยในเกมก็อาจจะช่วยเราได้ไม่มากขนาดนั้น

First Class Trouble คือเกมแนว Social Deduction ที่หยิบเอาแนวเกมประเภทนี้มาต่อยอดให้มีสเกลใหญ่ขึ้น แต่มันจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับแผนการอัปเดตและการดูแลของทีมผู้พัฒนาเองว่า นับตั้งแต่วางขายในช่วง Early Access นี้ พวกเขาจะทำได้ดีแค่ไหน

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close