เพราะเหมือนเดิมจึงหลงรัก Dragon Ball Z : Kakarot กับการเล่าเรื่องที่เราไม่เคยเบื่อ !

เป็นเวลานานแล้วที่แฟน ๆ ชาวไทยทั้งที่เป็นเกมเมอร์และไม่ได้เป็น สัมผัสกับการ์ตูนระดับตำนานอย่างดราก้อนบอล ผลงานสร้างชื่อของ โทริยามะ อากิระ แน่นอนว่าการ์ตูนดังระดับนี้ย่อมไม่พลาดการถูกนำมาต่อยอดเป็นเกมมากมาย โดยเฉพาะในปี 2020 กับภาคล่าสุดอย่าง Dragon Ball Z: Kakarot ที่ทำเอาหลายคนปลาบปลื้มไปกับการได้เสพความสนุกของดราก้อนบอลอีกครั้ง วันนี้เราจะพาทุกท่านย้อนความหลังเกี่ยวกับดราก้อนบอล และภาคล่าสุดอย่าง Kakarot นี้

การหยิบมานำเสนอใหม่ “อีกครั้ง” ของตำนานลูกแก้วมังกร

Dragon Ball Z (นับเป็นภาคที่ต่อจากภาควัยเด็ก) เป็นการ์ตูนที่ถูกหยิบมาทำเป็นเกมเยอะมาก แต่ไม่ว่าจะหยิบมาทำกี่ครั้ง เนื้อเรื่องของมันก็จะยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ ขึ้นอยู่กับว่า จะหยิบเนื้อเรื่องส่วนไหน ภาคไหนมาทำ ในอดีตนั้น ด้วยงบ และเทคโนโลยีของวงการเกม แทบไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะสร้างเกม Dragon Ball Z ที่มีความยาวนับตั้งแต่เหตุการณ์ชาวไซย่าบุกโลก ไปจนจบศึกจอมมารบูได้

ในยุคก่อน มีเกมที่มีชื่อว่า Dragon Ball Z: The Legacy of Goku บนเครื่อง GBA ที่ทำออกมาได้ใกล้เคียงที่สุดแล้ว แต่ก็ต้องหั่นเนื้อเรื่องออกเป็นสามภาคใหญ่ ตามเนื้อเรื่องสามช่วงของการ์ตูน นั่นคือภาคฟรีซเซอร์ ภาคเซลล์ และภาคจอมมารบู และเชื่อว่า Dragon Ball Z: The Legacy of Goku นี้ เป็นอีกหนึ่งเกมดราก้อนบอลในความทรงจำของใครหลายคน

วันเวลาผ่านเลยไป เทคโนโลยีและขุมพลังยุคปัจจุบันจึงไม่ยากแล้วที่จะนำเสนอเกมขนาดใหญ่ออกมา และในช่วงปี 2019 BANDAI Namco ได้ปล่อยตัวอย่างเกมในชื่อ Dragon Ball Project Z ที่ทำเอาแฟน ๆ หลายคนตื่นเต้น เพราะมีการบอกว่ามันจะเป็นเกมดราก้อนบอลแบบมีเนื้อเรื่องและเป็นแนว Open World แต่ความตื่นเต้นนี้ก็พ่วงมาด้วยความกังวล เพราะผลงานก่อนหน้านี้อย่าง One Piece World Seeker ต้องบอกว่าดีกรีความดังของ One Piece นั้น แทบไม่ช่วยอะไรเลย (แม้ว่าจะไม่ใช่ทีมพัฒนาเดียวกัน)

ความเป็น RPG และการเล่าเรื่องที่แฟน ๆ คุ้นเคย

เมื่อถึงวันจำหน่าย Dragon Ball Z: Kakarot ได้รับกระแสตอบรับจากแฟน ๆ ดราก้อนบอลเป็นอย่างดี ด้วยการเล่าเรื่องแบบต้นฉบับการ์ตูนเป๊ะ ๆ และสอดแทรกเนื้อหาใหม่เข้ามา เพราะเกมนี้มีการนำเสนอในรูปแบบ Open World เราจึงมีโอกาสไปเจอตัวละครอื่น ๆ และภารกิจย่อยต่าง ๆ อีกมากมาย ในขณะเดียวกัน ต้นฉบับเนื้อเรื่องก็ไม่ได้ถูกตัดทอนลงไปแต่อย่างใด และเป็นที่รู้กันดีว่าเกมนี้มีซับภาษาไทยให้ด้วย และคนที่ตามอ่านดราก้อนบอล จะต้องประทับใจ เพราะตัวเกมถอดบทพูดมาแบบเป๊ะ ๆ ไม่มีขาดตกบกพร่องแม้กระทั่งมุกของท่านไคโอชิน

ในส่วนของระบบเกมเพลย์ที่มีการนำเสนอโลกของเกมในรูปแบบ Open World และใส่ความเป็น RPG เข้ามา ก็ทำให้เรามีโอกาสในการออกผจญภัยในโลกกว้าง ช่วยเหลือชาวบ้าน ฟาร์มมอนสเตอร์เก็บเลเวล หรือแม้แต่ไล่หาไอเทมลับที่จะช่วยให้เราอินกับโลกของเกมมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงระบบรวบรวมดราก้อนบอลทีทำออกมาได้ดีไม่ใช่น้อย

แน่นอนว่าเนื้อเรื่องของมันก็เหมือนกับต้นฉบับ เริ่มตั้งแต่ชาวดาวไซย่าอย่างเบจิต้าบุกโลก ลากยาวไปจนถึงศึกจอมมารบู (ปัจจุบันก็มี DLC ที่เราลากยาวไปยันภาค Super) และเพราะมันเป็นดราก้อนบอลนี่แหละ ที่ทำให้แฟน ๆ หลงรัก แม้มันจะเป็นเนื้อหาเดิม ฉากเดิม การต่อสู้เดิม หรือบางช่วง บทสนทนาก็เป็นแบบเดิม แต่เพราะมันเหมือนเดิมนี่ล่ะ เราถึงยังคงหลงรักความเป็นเอกลักษณ์ของมัน

เมื่อระบบ RPG ที่ไมไ่ด้ถึงกับแย่ ผสมผสานกับการเล่าเรื่องที่มีเสน่ห์และเคารพต้นฉบับ ไม่แปลกใจที่ Dragon Ball Z: Kakarot จึงครองใจแฟนเกมไว้ได้อย่างอยู่หมัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แฟนดราก้อนบอล

ซับไทยที่ทำให้เกมเมอร์ชาวไทยประทับใจ

ในแง่ภาพรวมของเกม หลายคนอาจกังขาว่ามันไม่ใช่เกมที่ดีอะไรเลย โลก Open World ก็ดูขาด ๆ เกิน ๆ ระบบต่อสู้ที่ยืมเอาบางอย่างจากเกมเก่า ๆ มาใช้ ทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า มันเป็นเกมที่ดีแน่หรือ สำหรับในต่างประเทศนั้น ก็มีถกเถียงกันเรื่องปัญหาข้อนี้ แต่กับแฟน ๆ ชาวไทยที่รู้จักดราก้อนบอลแน่นอน ต่างลงความเห็นเป้นเสียงเดียวกันว่า “คุ้มค่าถ้าจะเล่น”

ในยุคที่วงการเกมแปลภาษาไทยเริ่มเฟื่องฟู Dragon Ball Z: Kakarot ประกาศว่ามีซับไทย ยิ่งทำให้ใครหลายคนคาดหวัง และโชคดีที่มันแปลออกมาได้ดีมาก ทั้งเนื้อเรื่อง ซับไตเติล เมนู อินเตอร์เฟส และมันแปลได้ดียันภารกิจรอง หรือ Side Quest ข้างทาง ก็ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน

เมื่อผสานเข้ากับความเป็นที่รักของแฟน ๆ ชาวไทย ทำเอาหลายคนมองข้ามข้อเสียทั้งหลายแหล่ของเกมไป (ที่จริง ๆ ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นอยู่แล้ว) และเทใจให้ Dragon Ball Z: Kakarot เป็นเกมเปิดปี 2020 ที่น่าประทับใจสุด ๆ และน่าจะเกมขวัญใจใครหลายคน

แม้ว่า Dragon Ball Z: Kakarot จะไม่ได้เข้าชิงรางวัล Game of the Year เลยแม้แต่สาขาเดียว แต่ในฐานะแฟนดราก้อนบอลและเกมเมอร์ หากให้เลือกสักเกมที่เราประทับใจโดยไม่มีข้อกังขา Dragon Ball Z: Kakarot น่าจะเป็นคำตอบที่ดีของแฟนเกมและแฟนดราก้อนบอล

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close