เดือดสุดในการเล่นเกมของทีมงาน GamingDose


Gamer Rage

เพราะบางครั้งการเล่นเกมก็ไม่ได้ทำให้เราสนุกเพลิดเพลินมันตลอดเวลา และนี่คือประสบการณ์การเล่นเกมสุดเดือดที่ทีมงาน GamingDose ต้องจดจำ

เคยมั้ยครับกับการเล่นเกมโปรดสุดรักแต่ต้องหัวเสียเดือดดาลเพราะความยากที่มากจนเกินไปหรือเพราะเพื่อนร่วมทีมที่ไม่เอาไหนและปากดี  วันนี้ทีมงาน GamingDose แต่ละคนจะมาร่วมแชร์ประสบการณ์”เดือดสุดในการเล่นเกม” ให้ฟังกันว่ามีเกมอะไรที่ทำให้แต่ละคนถึงกับต้องเดือดและเพราะอะไรกันแน่

เดือดสุดของ Jokeboy คือ Lord of The Fallen

Lords of The Fallen
Lords of The Fallen

ในฐานะที่เป็นแฟนเกมตระกูล Dark Souls คนนึงเมื่อ Lords of the Fallen ประกาศตัวว่า “ได้รับแรงบันดาลใจ” มากจากซีรีส์ Dark Souls ดังนั้นเมื่อเกมออกก็เลยรีบไปหามาเล่นแบบเร็วไว

ซึ่งเอาเข้าจริง Lords of the Fallen ก็ยังถือว่าไม่ยากเท่าเกมตระกูล Soul สักเท่าไหร่แต่มันดันเป็นเกมที่ทำให้ผมเกือบกระทืบจอยพังคาตีนมาแล้วทั้งที่การเล่น Dark Souls ก็ยังไม่เคยทำให้ผมหงุดหงิดขนาดนี้

สาเหตุมันมาจากการที่ Lords of the Fallen มีระบบการ Save เกมที่ต้องเรียกได้ว่า “กรุ๊กกรวย” เอามากๆ ตัวเกมจะบันทึกข้อมูลก็ต่อเมื่อคุณวิ่งไปกด Save เกมที่จุด Crystal ที่บังคับไว้เท่านั้น แน่นอนว่ามันอาจดูเป็นระบบที่ท้าทายและวัดใจเกมเมอร์ แต่ความบรรลัยมันมาเกิดขึ้นในตอนที่ผมเล่นเกมไปยาวนานกว่า 3 ชั่วโมงแล้วตัวเกมดันมาค้าง พังไปต่อหน้า และด้วยระบบ Save ดังกล่าวก็ทำให้ 3 ชั่วโมงของผมสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์

ขณะที่ในเกมอย่าง Dark Souls หากระหว่างเล่นคุณเกิดอุบัติเหตุไฟดับ แมวกัดสายไฟ หรือเกมค้าง เมื่อคุณเปิดเกมขึ้นมาใหม่ตัวละครของคุณก็จะยังคงอยู่ที่เดิมและข้อมูลทุกอย่างก็ยังครบถ้วน

ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตครั้งใหม่ในการร่ำร้องว่า “ไอ้ซั๊ซซซซซซซ” กับการเล่น Lords of the Fallen ครับ

Jokeboy

เดือดสุดของ Sett คือ Call of Duty: Modern Warfare 2

Call of Duty: Modern Warfare 2
Call of Duty: Modern Warfare 2

ติดอันดับเกมยอดรักสลักในดวงใจกับเกมเดินหน้ายิงชื่อดังเกมนี้ ในระหว่างการฟัดฟันกันบนโลกออนไลน์ที่ต้องได้เจอคำด่าสารพัดทั้ง Aimbot และ Waller (คือบางคนที่เก่งกว่ามันยังไม่ด่า ก็ไม่รู้ใช้อวัยวะส่วนไหนคิด) ยังมียิ่งไปกว่านั้นคือการที่เอาชื่อที่ผมใช้มาเนิ่นนานอย่าง uRas.GeneGTO ไปสวมรอยพร้อมทั้งเอารูป Profile ไม่ใช้ให้เนียนเต็มคราบ ที่ร้ายกว่าคือการเปิด Aimbot + Wallhack เล่นโดยอาศัยชื่อผมเองด้วย

เอาเว้ย เปลี่ยนชื่อหนีก็ได้ โถ่ ให้ตายเหอะ มันก็ยังเปลี่ยนชื่อตามแบบไม่หยุดหย่อนจนสุดท้ายผมก็ต้องทนยอมโดนด่าจากผู้ถูกกระทำชำเราผ่าน scoreboard โดยตัวปลอมของผมไปจนเลิกเล่นนั่นแหละครับ

หลังจากนั้นมาเล่นเซิฟเถื่อนที่คุณ JimmyZ เป็นคนเปิด เล่นไปตาเดียวก็โดนแบนข้อหาใช้ Wall Hack จนสุดท้ายต้องตามหาตัวเพื่อยืนยันว่าเฮ้ยยยย ไม่ได้โกงจริงๆนาจนเขาก็ให้เป็น Mod คุมเซิฟ สุดท้ายมิวายโดนผู้เล่นทั่วไปหาว่าแฮคพร้อมทั้งแจ้งแบนอีกด้วย

Sett

เดือดสุดของ KirosZ คือ Call of Duty 4: Modern Warfare (XBOX360)

Call of Duty 4: Modern Warfare
Call of Duty 4: Modern Warfare

เป็นยุคสมัยแห่งการไปลองลิ้มชิมรสกับ Console Side ครับ โดยเครื่องที่ผมเลือกเล่น ณ ตอนนั้นคือ Xbox360 ด้วยการที่ชอบซอฟต์เกม + ตัวจอยแพดของมันเลยเลือกไม่ยากเย็นนัก และหนึ่งในเกมที่ผมหยิบมาเล่นอย่างตั้งใจก็คือ CoD4 MW เนี่ยแหละครับ เป็นการเล่นเกม FPS ด้วย จอยแพด ครั้งแรกของผมเลยก็ว่าได้ และด้วยระบบ Xbox Live มันจะมีการเก็บ Achievement จึงทำให้การเล่นเกมในแต่ละระดับมีความหมายมากขึ้นผมจึงเลือกที่จะเก็บเนื้อเรื่องด้วยระดับ ‘VETERAN’… WAT DA FUQ ?!? นี่กรูทำอะไรลงไป…

แน่นอนครับ สิ่งที่เกิดขึ้นสำหรับผมคือ.. ตาย ตาย ตาย แล้วก็ตาย… ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในจุดต่างๆ ซึ่งยังดีที่ตัวเกมมันมี Check Point ในจุดสำคัญค่อนข้างบ่อยครับ จึงทำให้การตายแต่ละครั้งคือต้องจำสคริปตัวเกมเลยว่า อะไรจะมาตอนไหน และต้องยิงมุมไหนถึงจะผ่าน ถือว่าเป็นความพยายามมากที่สุดเกมนึงของผมเลยทีเดียว และถือว่าเป็นการฝึกการใช้จอยเล่น FPS ได้อย่างรวดเร็วแบบฮาร์ดคอร์มากๆ ครับผม จำได้แม่นเลยว่า ด่านที่จะประสาทแดกมากที่สุดคือมิชชั่น TV Station ที่ศัตรูมีทั้งแนวระนาบ และชั้นสอง กว่าจะผ่านมาได้ น่าจะร่วมๆ 20 รอบได้ครับ…. -0-!!

หลังจากนั้นมา ผมก็สามารถเล่นเกม FPS บน Xbox360 ได้อย่างราบลื่นครับ ไม่รู้ว่าจะต้องขอบคุณหรือสมเพชตัวเองดีครับ ฮาาา

KirosZ

เดือดสุดของ XTER-VENDETTA คือ Battlefield Series

Battlefield
Battlefield

ทั้งรัก ทั้งเดือด ไปด้วยกัน พิศวาสขาดใจ แต่ก็เป็นไฟร้อนแรง ไร้ที่สิ้นสุด.. เปรียบเปรยซะอย่างกับละครช่อง 7 แต่ด้วยความเป็นแฟนเกมของซีรีส์ Battlefield มา 10 ปี พอดิบพอดี นี่คือความรู้สึกของผม ที่มีให้กับเกมนี้ นับจากที่ได้ติดตามมันมาอย่างยาวนาน

ทำไมเกมที่ผมรัก มันทำให้ผมเดือดดาล โมโห โทโส ได้หนักกว่าทุกเกม ? นั่นก็เพราะว่า Battlefield จะทำให้คุณได้รู้ซึ้ง ถึงความหมาย ของคำว่า ‘แพ้’ อย่างแท้จริง ด้วยความที่ Battlefield เป็นเกมที่มีจำนวนผู้เล่นสูงมาก โดยสูงสุด จะอยู่ที่ 64 คน แบ่งฝั่งละ 32 และถ้าหากว่า ฝ่ายหนึ่ง มีผู้เล่นที่รวมตัวกันมาเล่นด้วยกัน หรือที่เราเรียกกันว่า มากันเป็นแคลน แน่นอนเลยว่า รูปแบบการเล่น, การสื่อสาร และ ฝีมือ ของทีมนั้น จะเหนือกว่าอีกฝ่าย ที่เป็นผู้เล่น ร้อยพ่อ พันแม่ มาเจอกันอย่างแน่นอน และพวกเขาเหล่านั้น ก็จะถูกผู้เล่นที่ทำงานกันเป็นทีม ไล่ถล่มเอาจนราบคาบ เละเทะ ไม่เหลือชิ้นดี และยิ่งแย่ไปกว่านั้น ผู้เล่นบางคน ก็จะขาดน้ำใจนักกีฬา ไม่อยากอยู่ร่วมหัวจมท้ายกับฝ่ายแพ้ และทำการย้ายฝั่งตัวเองไปหาทีมที่เหนือกว่าอย่างไร้เยื้อใย ยิ่งทำให้ฝ่ายทีมรองบ่อน ต้องถูกถล่มยับจากทุกทิศทุกทาง พ่ายแพ้ทั้ง ฝีมือ, จำนวนคน, ทีมเวิร์ค ไร้หนทางโต้กลับใดๆ ทั้งสิ้น เพราะแม้แต่การจะหาทางออกจากจุดเกิดของฝั่งตัวเอง ก็ยังทำไม่ได้เลย… โดยเหตุการณ์นี้ ชาว BF ก็คงรู้จักกันดี ในชื่อของการ ‘Rape’ นั่นเอง

แล้วทำไมผมถึงยังเล่นมันอยู่เรื่อยๆ ไม่เลิกรามันไปซักที ? นั่นก็เพราะว่า Battlefield เป็นเกมที่มีฉากสงคราม Multiplayer ที่ตื่นตาตื่นใจที่สุดสำหรับผม ภาพของผู้เล่นทั้ง 64 คน ออกยาตราทัพ เข้าประจัญบานกันในสมรภูมิขนาดใหญ่ โดยที่มีเรา และผู้เล่นคนอื่นๆ เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนให้สมรภูมิดำเนินต่อไป ทำให้มันเป็นเกมที่ผมวางไม่ลงจริงๆ และถ้าหากว่าในแมทช์หนึ่ง ผู้เล่นแต่ละฝ่าย มีฝีมือในการเล่น และทีมเวิร์คไล่เลี้ยกัน ระดับแต้มเกิดและจุดยุทธศาสตร์ ถูกยึด ถูกตี พลัดกันนำ พลัดกันตาม จนเกมจบลงอย่างสูสี นั่นคือประสบการณ์การเล่น ที่สุดยอดที่สุด เท่าที่ Battlefield จะมอบให้ได้ และไม่ว่าทีมที่ผมเล่น จะเป็นฝ่ายแพ้ หรือ ชนะ แต่ในเกมแบบนั้น ผมก็เรียกได้อย่างเต็มปากว่า ‘GG’ ครับท่าน.. ( อาจจะฟังดูคนดี พระเอกโลกสวย แต่ผมก็ไม่ชอบ การ Rape อีกฝ่าย จนหมดท่าครับ มันดูไม่มีน้ำใจนักกีฬา แล้วก็ไม่สนุกเลย… แต่มันก็ไม่สร้างความเดือดเท่ากับ ผมเป็นคนโดน Rape อ่ะนะ)

แต่ความจริง มันช่างโหดร้ายนัก เพราะการที่จะได้เจอเกมแบบนั้น มันมีโอกาสน้อยซะเหลือเกิน ยิ่งเฉพาะกับผู้เล่นฉายเดี่ยว Lone Wolf อย่างผม ที่ไม่มีเพื่อนร่วมลง สมรภูมิ แม้แต่คนเดียว ( ทีมงาน GamingDose หนีเก๊าไปเล่น CS:GO หมดเลยอ่ะ..) และนี่ก็คือวัฏจักร ของตัวผม กับ ซีรีส์ Battlefield โดยผมจะเข้าไปถูกรุมสกัมยำตรีนอย่างหนัก จนไม่อยากเล่นต่อ และปิดเกมออกมาด้วยอารมณ์ที่โคตรรร…เดือด แต่เมื่อผมได้กลับไปเจอกับแมทช์เกม ที่สนุกสูสีอย่างใจหวัง มันก็ทำให้ผมมีแรงใจที่จะกลับมาเล่นมันอีกเรื่อยๆ… และใช่ครับ แม้ว่าการกลับมาเล่นในครั้งต่อไป อาจจะทำให้ผมโดนยำตรีนอย่างเคยก็ตาม… อ๊าาาาาาากกกกก!! //ปาคีย์บอร์ดตัวที่ 57 เข้ากำแพง

XTER-VENDETTA

เดือดสุดของ SEPTH คือ Transformers: Fall of Cybertron

Transformers: Fall of Cybertron
Transformers: Fall of Cybertron

ด้วยความที่ชื่นชอบในองค์ประกอบหลายอย่างในเกมมาก ทั้งเนื้อเรื่อง ระบบการเล่น และงานศิลป์ในจักรวาลของเหล่าหุ่นแปลงร่าง ทำให้เกิดความตั้งใจแน่วแน่ในการเล่นความยากระดับ hard เพื่อเก็บ achievement ก่อนที่จะลืมไปว่าความยากในเกม multiplatform คือความยากที่ไม่ควรไปหาเหตุผลใดๆ นอกจากการดิ้นรน จนเกิดเป็นการตายแล้วตายเล่า ตายซ้ำตายซาก จนไม่แน่ใจว่าเล่นเกมหรือดูหนัง Edge of Tomorrow อยู่กันแน่ ยังไม่รวมถึงอุบัติบั้กบางอย่างที่ทำให้ตายบ่อยจนต้องเริ่ม chapter ใหม่ ทำให้ทุกฉากเป็นไปอย่างยากลำบาก จนถึงกับอินไปกับเนื้อเรื่อง บังเกิดเป็นความเข็ดหลาบ ว่าครั้งต่อไปอย่าไปเปรี้ยวเล่นโหมดยากอีกเล้ย

SEPTH

เดือดสุดของ Manman02 คือ GRID 2

GRID 2
GRID 2

ด้วยความที่ AI ของภาคนี้มันโกงชิปหายวายป่วงอยู่แล้ว แล้วผมเป็นคนที่ไม่ค่อยถนัดเกมแข่งรถ (แต่ก็เสือกเงี่ยนอยากเล่นอยู่เนืองๆ) ผมก็เล่นแบบกระเถือกกระแถไปเรื่อยๆจนไปถึงซีซั่น 5 ซึ่งถือเป็น Stage สุดท้ายของเกมได้ ตรงจุดนั้นแหละที่ผมรู้สึกทนไม่ไหวแล้วจริงๆ คือรถแม่งคุมยากมากเพราะมันเป็นซูเปอร์คาร์ แล้วทางแม่งคดเคี้ยวชิปหาย AI ก็โกงเหี้ยๆ ขนาดปรับเป็น Easy ก็ยังไม่ไหว มีอยู่หนนึงผมเกือบปาคีย์บอร์ดใส่จอแล้วด้วยซ้ำ ผมเดือดมาก เดือดจน Uninstall เกมทิ้งแม่งเลย

Manman02

และทั้งหมดนั่นก็คือประสบการณ์การเล่นเกมสุดเดือดของทีมงาน GamingDose แต่ละคนครับ ลองมาแชร์กันครับว่าเหตุการณ์ใดหรือเกมอะไรในการเล่นเกมที่ทำให้คุณต้องเดือดสุดขีดชนิดที่ว่ากระทืบยันชาติหน้าก็ไม่ต้องเกิดกันบ้าง