เจาะลึกเทคนิคการเล่นอาวุธทุกชิ้นใน Apex Legends

กลับมาเป็นกระแสจนคนสนใจเข้ามาเล่นกันเพียบ สำหรับเกม Battle Royale สุดมันจากทาง Respawn Entertainment อย่าง Apex Legendsd และด้วยความที่เกมนี้มีอาวุธที่หลากหลาย มากมายถึง 25 ประเภท ในปัจจุบัน เหล่ามือใหม่หลายคน หรือมือเก่าที่ยังหาหนทางของตัวเองไม่เจอ อาจจะสงสัยว่ามีอาวุธประเภทไหน กระบอกใดบ้างที่เหมาะกับตัวเอง ดังนั้นวันนี้เราจะมาจัดการแฉหมดเปลือกกับอาวุธทั้ง 25 กระบอก พร้อมกับแนวทางการเล่นด้วย งานนี้จะมือเก่า มือใหม่ รับรองได้ประโยชน์แน่นอน !

หมวดปืน Pistol

1.P2020

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Light Ammo (สีส้ม)
อุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งได้ : Hammerpoint

ปืนสั้นมาตรฐานของเกม จะเรียกว่าเป็นอาวุธธรรมดาที่สุดเลยก็ได้ รูปแบบการยิงคือคลิกยิงทีละนัด ไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นปืนที่แม้จะเล่นง่าย แต่ความสามารถก็ต่ำมาก เมื่อเทียบกับปืนอื่น แต่ถ้ามันติดอุปกรณ์เสริมอย่าง Hammerpoint Rounds นั่นจะเป็นอีกเรื่อง เพราะเมื่อติดตั้งอุปกรณ์เสริมนี้ จะยิงศัตรูที่ไม่ใส่เกราะ หรือเกราะแตกได้แรงขึ้นอีก 20 หน่วย เรียกได้ว่าน่ากลัวกว่าปืนพกปืนอื่นขึ้นมาทันที แต่ด้วยเงื่อนไขการใช้ที่ค่อนข้างยุ่งยากไปหน่อย P2020 มักไม่เป็นที่นิยมสักเท่าไร เว้นแต่คุณจะเล่นแบบท้าทายตัวเองเท่านั้น

2.RE-45

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Light Ammo (สีส้ม)
อุปกรณ์เสริมที่ติดต้ังได้ : Quickdraw Holster

ปืนสั้นที่มีความสามารถในการยิงแบบ Automatic หรือคลิกค้างเพื่อยิงรัวได้ เป็นปืนสั้นเพียงกระบอกเดียวที่ทำแบบนี้ได้ และดาเมจของมันยังสูงกว่าปืนยอดนิยมอย่าง R-99 อยู่ 1 หน่วยด้วย แต่อัตราการยิงจะช้ากว่า เทคนิคการเล่นปืนนี้ก็แล้วแต่ว่าสามารถหา Quickdraw Holster มาใส่ได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ เวลายิงพยายามคลิกขวาเพื่อเข้าศูนย์เล็ง แต่ถ้ามี ให้พยายามหาระยะที่เหมาะสมแล้วยิงแบบ Hipfire เพราะคุณสมบัติของอุปกรณ์เสริมตัวนี้จะทำให้การยิงแบบ Hipfire แม่นยำขึ้นนั่นเอง ดังนั้นแนวทางการเล่นแต่ละรอบจึงขึ้นอยู่กับว่าจะหาอุปกรณ์เสริมมาติดตั้งได้หรือไม่

3.Wingman

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Heavy Ammo (สีเขียว)
อุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งได้ : Skullpiercer Rifling

สุดยอดปืนที่มีดาเมจต่อนัดสูงที่สุดในเกม (ถ้ายิงโดนล่ะก็นะ) แถมยังเป็นปืนสั้นเสียด้วย ด้วยดาเมจมหาศาลถึงนัดละ 45 (ยิงตัวที่ไม่มีสเตตัส Fortified แฝง) ทำให้มันเป็นปืนที่พร้อมจะส่งศัตรูลงไปนอนได้อย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาของมันคือความยากในการยิงนี่แหละ ด้วยอัตราการลั่นกระสุนที่ช้า และการยิงที่ยากมาก ไม่เหมาะสำหรับมือใหม่สักเท่าไร แนะนำว่ามือใหม่ฝึกเล่น ควรหา Quickdraw Holster มาติด และฝึกยิงแบบ Hipfire แล้วพัฒนาไปที่การติด Scope ช่วยยิง ในระดับ HCOG x2 จะช่วยให้ยิงง่ายขึ้นมาหน่อย ส่วนใครโปรแล้ว ก็ใช ้Skullpiercer ไปเลย ด้วยการยิงหัวจะทำดาเมจสูงขึ้น แต่ธรรมดาก็ยิงยากพออยู่แล้ว ต้องยิงหัวอีก อาจจะหนักหนาเอาเรื่องในการฝึก ทริคเล็กน้อยคือ ใครที่ใช้จอรีเฟรชเรทสูง และได้เฟรมเรทเกิน 60 อาจจะจับทางการยิงได้ง่ายขึ้นอีกนิดนึง แต่ถ้าไม่มีงบทำคอมถึงขั้นนั้นก็ไม่เป็นไรนะ อย่าฝืน

หมวดปืน Assault Rifle

1.Havoc

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Energy Ammo (สีเขียวสว่าง รูปสายฟ้า)
อุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งได้ : Turbocharger

ปืนประเภท Energy Weapon กระบอกแรกที่อัปเดตเข้ามาในเกม เวลายิงปืนนี้จะต้องกดเมาส์ค้างก่อน ปืนจะใช้เวลาชารจ์ชั่วครู่ก่อนจะลั่นกระสุนออกไป  ทำให้เราไม่สามารถยิงแบบ Hipfire ได้ ทำได้เพียงกดค้างแล้วปล่อย แต่ก็จะทำให้เสียเวลาในการชาร์จนัดแรก วิธีแก้คือหาอุปกรณ์เสริมอย่าง Turbocharger มาใช้ จะทำให้การลั่นกระสุนนัดแรกไม่ต้องรออีกต่อไป และยิงได้ไวขึ้นด้วย นอกจากนั้นปืนนี้ยังบรรจุกระสุนต่อแม็กได้เยอะ แต่ก็แลกมาด้วยข้อเสียคือแรงถีบปืนที่ค่อนข้างสูงมาก เทคนิคการเล่นคือ พยายามใช้ในระยะใกล้ถึงกลาง ถ้าไกลจนเกินไปจะคุมแรงถีบยาก กลายเป็นปืนที่ไม่ค่อยมีประโยชน์สักเท่าไร พยายามหาระยะการยิงที่เหมาะสมเสมอ

2.Flatline

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Heavy Ammo (สีเขียว)
อุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งได้ : Anvil Receiver

ปืนประเภท Assault Rifle ที่มี Firerate การยิงค่อนข้างต่ำ แถมการกระจายตัวของกระสุนค่อนข้างกว้าง ทำให้การยิงแบบ Hipfire ค่อนข้างยาก แต่ข้อดีของมันคือดาเมจต่อนัดสูงถึงนัดละ 20 ทำให้มันเป็นปืนที่มีดาเมจสูง แต่ยิงช้า เหมาะกับการอยู่แถวสอง เพื่อทำดาเมจเสริมหนัก ๆ ได้ เป้าเล็งที่เหมาะสมกับปืนนี้คือแบบ x1 x2 และ x2 เพราะการยิงแบบ Iron Sight นั้น จะค่อนข้างยาก  และถ้าติดตั้ง Anvil Receiver จะสามารถปรับโหมดยิงทีละนัด หรอยศัตรูจากระยะไกลได้ด้วย เหมาะกับการต่อสู้กับศัตรูในทุกระยะประเภท

3.R-301 Carbine

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Light Ammo (สีส้ม)
อุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งได้ : Anvil Receiver

ปืนที่มือใหม่ทุกคนควรมาจับเพื่อฝึกยิงให้คล่อง และรู้จักกับ Gunplay ของเกม เพราะลำพังปืนเปล่า ๆ ไม่แต่งอะไรเพิ่มก็ถือว่านิ่งมากอยู่แล้ว และยังลั่นกระสุนได้เร็วมากเช่นกัน ข้อเสียคือ Hipfire กระสุนจะค่อนข้างกระจายตัว การเล่นปืนนี้แนะนำให้ยิงผ่านลำกล้องช่วยยิงเท่านั้น ปืนนี้จะกดยิงค้าง หรือยิงทีละนัดก็ทำได้ ไม่มีปัญหา ในกรณียิงค้าง สามารถติดตั้ง Anvil Receiver ได้ด้วย ส่วนตัวผู้เขียนนี่คือปืนที่มีความสมดุลที่สุดในทุก ๆ ด้าน มือใหม่ไม่ควรพลาด และไม่ต้องอาศัยเทคนิคใด ๆ ในการยิงมากนัก

4.G7 Scout

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Light Ammo (สีส้ม)

น่าเสียดายที่ปืนนี้ถูกปรับโดยแต่ก่อน ปืนนี้จัดอยู่ในหมวดปืนประเภทสไนเปอร์ด้วย เพราะสามารถติดตั้งลำกล้อง x4-x8 ได้ แต่ปัจจุบัน ติดตั้งได้มากที่สุด x3 และไม่สามารถติดตั้ง Double Tap Trigger ได้แล้ว ปืนนี้เลยถูกลดความน่าสนใจลงไปพอสมควร ด้วยดาเมจที่สูงถึง 34 หน่วย แต่อัตราการยิงต่อนัดที่ค่อนข้างช้า ปืนนี้จึงเหมาะกับการฝึกยิงระยะไกล ก่อนจะข้ามขั้นไปฝึกเล่นสไนเปอร์ ลำกล้องที่เหมาะสมสำหรับปืนนี้คือ x3 เพราะเป็นระยะการยิงปานกลาง หากน้อยกว่านั้น จะต้องสู้กับศัตรูที่ในระยะใกล้ อาจไม่สามารถต่อสู้กับพวกปืน Assault Rifle อื่น ๆ ได้ ดังนั้นติด x3 แล้วคอยช่วยเพื่อนอยู่แถวสองจะเวิร์คที่สุดถ้าคิดจะเล่น G7 Scout

5.Hemlok

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Heavy Ammo (สีเขียว
โหมดยิง : Burst (ชุดสามนัด) / Single (ทีละนัด)

ปืนสุด OP ที่หลายคนออกมาเรียกร้องให้เนิร์ฟจนโดนเนิร์ฟไปจริง ๆ สำหรับ Hemlok ปืนเบิร์สสามนัดยอดนิยม ที่ทำดาเมจได้สูงมาก ไม่ว่าจะยิงเบิร์สหรือยิงทีละนัด เทคนิคการเล่นปืนนี้ อยู่ที่ลำกล้องปืนที่เราหาได้ โดยสูงสุดที่ติดตั้งได้คือ x3 นั่นทำให้การยิงระยะกลางถึงไกล สามารถปรับโหมดทีละนัดและเคาะรัว ๆ ได้เลย ความแม่นยำยังคงสอบผ่าน แม้จะยิงตอดจากระยะไกล ส่วนในระยะใกล้อาจเลือกเป็น x1-x2 หรือ x2 HCOG ก็ทำหน้าที่ได้ดีไม่แพ้กัน ด้วยความที่มันเป็นปืน Burst ดังนั้นหน้าใหม่อาจจะต้องทำความคุ้นเคยกับทิศทางกระสุนทั้ง 3 นัดซะหน่อย แต่ถ้าใครเชี่ยวชาญแล้ว บอกเลยว่าเบิร์สแค่ 2-3 ชุดก็ทำให้ศัตรูขวัญผวาได้แล้ว

6.30-30 Repeater

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Heavy Ammo (สีเขียว)

ปืนน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในช่วง Season 8 นี้ ด้วยรูปแบบการเล่นที่คล้ายกับปืนอย่าง Wingman หรือ G7 Scout ทำให้เป็นอีกปืนที่ค่อนข้างเล่นยาก และเหมาะกับการยิงโจมตีในระยะกลางไปจนถึงไกลมากกว่า แต่มันสามารถติดลำกล้องได้ถึง x3 เท่านั้น ผู้เขียนแนะนำว่าใช้ x3 แล้วยิงเอาจากระยะไกล จะดีกว่าต้องมาเจอปืนกลในระยะประชิด คุณสมบัติของปืนนี้คือ เมื่อคลิกขวาทิ้งไว้ ตัวปืนจะชาร์จพลังงานตัวเองโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริม และทำให้ยิงได้แรงขึ้นอย่างมาก เล่นปืนนี้ควรเป็นพลซุ่มยิง หรืออยู่ประมาณแถว 2 เพราะถ้าเป็นทัพหน้า เจอพวกปืนกลอย่าง R-99 / R-301 ยังไงก็อัตราการลั่นกระสุนก็สู้ไม่ได้แน่ ๆ

หมวดปืน Shotgun

1.EVA-8 AUTO

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Shotgun Ammo (สีแดง)

กลายเป็นปืนโปรดของใครหลายคนขึ้นมาทันที หลังจากแพทช์ล่าสุดนั้น Mastiff ถูกเนิร์ฟลงไป ด้วยความสามารถในการยิงอย่างต่อเนื่อง และดาเมจมหาศาลสุด ๆ แล้วแต่ว่าเราจะยิงโดนมากน้อยแค่ไหน สำหรับเทคนิคการเล่นของปืนลูกซองทุกประเภทนั้นคือพยายามอยู่ในระยะใกล้ให้มากที่สุด เพราะปืนลูกซองยิงจากระยะกลางก็แทบจะทำดาเมจไม่ได้แล้ว จากระยะไกลยิ่งไม่ต้องพูดถึง EVA-8 AUTO เหมาะสำหรับการบุกเข้าหาศัตรูในพื้นที่แคบ กดรัว ๆ มีจุกจนล้มกันบ้าง ที่สำคัญคือ Shotgun Bolt สีม่วง จะทำให้ EVA-8 ยิงได้รัวขึ้นอย่างมาก จนกลายเป็นฝันร้ายของศัตรูเลยทีเดียว

2.Mastiff

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Shotgun Ammo (สีแดง)

แม้ว่าจะกลายเป็นปืนธรรมดา ความสามารถไม่สู้ตอนอยู่ใน Airdrop แต่ Mastiff ยังคงเป็นปืนยอดนิยมสำหรับขาลูกซองหลายคน แม้จะโดนเนิร์ฟลงมาบ้างแล้ว เทคนิคการเล่นปืนนี้คือ ระยะห่างของเรากับศัตรูต้องน้อยที่สุด พยายามเล็งให้ศัตรูอยู่ตรงกลางเป้ามากที่สุด เพราะลูกปรายของ Mastiff ทำดาเมจได้น้อยมาก แถมเมื่อติดตั้ง Shotgun Bolt แล้ว ภาพรวมก็ยังยิงได้ช้ากว่า EVA-8 อยู่ดี เวลายิง Mastiff ควรคลิกขวาเล็งยิงทุกครั้ง ไม่งั้นอาจจะหัวร้อนเพราะการยิงไม่โดนได้

3.Peacekeeper

ประเภทกระสุนที่ใช้ : –

จากปืนนอก Airdrop ไปสู่ปืนสุดโหดใน Airdrop แทน ปืนนี้ต้องอาศัยความ Advanced พอสมควร เพราะแม้จะดาเมจสูง แต่การยิงแต่ละครั้งจะต้องขึ้นลำตัวปืนใหม่ทุกครั้ง แต่ข้อดีของมันมีมากกว่าคือยิงได้อย่างรวดเร็วแม้จะต้องขึ้นลำตัวปืนทุกครั้ง เทคนิคการเล่นก็เหมือนกับปืนลูกซองทั่วไป แต่ Peacekeeper คุณต้องเพิ่มความใจนิ่งเข้ามา เพราะหากยิงแล้วไม่โดน ทำดาเมจไม่ได้เลย จะเสียเวลาขึ้นลำตัวปืนใหม่ และเปิดโอกาสให้ศัตรูสวนกลับได้ง่าย เป็นปืนที่ยิงแรง แต่ยิงยากอย่าบอกใคร สำหรับ Peacekeeper

4.Mozambique

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Shotgun Ammo (สีแดง)
อุปกรณ์เสิรมที่ติดตั้งได้ : Hammerpoint Rounds

สุดยอดปืนของมหาเทพโดยแท้ นี่คือปืนที่เป็นมีมอยู่คู่กับเกมมานานแสนนาน ด้วยความเล่นยากขั้นเทพของมัน เพราะวิถีกระสุนแบบสามเหลี่ยม ทำให้การยิงโดนค่อนข้างยากถ้าไม่ประชิดจริง ๆ หรือต่อให้อยู่ในระยะประชิด ด้วยแนวกระสุนแบบสามเหลี่ยมก็ทำให้โดนยากมาก แม้ว่าจะติดตั้ง Hammerpoint ทำให้ยิงศัตรูไม่สวมเกราะได้แรงขึ้นมาก แต่โดยรวมแล้วนี่คือปืนที่ประสิทธิภาพต่ำสุด ๆ ในเกม สำหรับคำแนะนำนั้น ถ้าเจอปืนนี้ แม้จะยิงได้ก็จริง แต่การวิ่งไปต่อยศัตรูยังมีโอกาสชนะมากกว่าก็เป็นได้

หมวด Sub Machine Gun

1.R-99

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Light Ammo (กระสุนส้ม)

สุดยอดปินกลเบายอดนิยมของ Apex Legends ที่หายไปอยู่ใน Airdrop มาพักหนึ่ง ก่อนจะกลับออกมาให้หาเล่นกันได้ตามแมป นี่คือปืนที่แฟน ๆ หลายคนชื่นชอบ เพราะอัตราการลั่นกระสุนที่น่าจะเร็วที่สุดในเกมแล้ว แม้ดาเมจจะน้อย แต่ความรัวของมันนี่ล่ะที่น่ากลัว เทคนิคการเล่นคือ พยายามหาไอเทมต่อแม็กกระสุนให้ได้อย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับ 2 หรือสีฟ้า เพราะหากไม่มี จะยิงได้เพียง 20 นัด ซึ่งอาจจะจัดการศัตรูที่ใส่เกราะระดับสูงไม่ได้ แม้จะยิงโดนหมดทุกนัดก็ตาม ส่วนตัวสำหรับมือใหม่อาจจะต้องเรียนรู้การคุมปืน แต่ถ้าใครเล่นเข้ามือแล้ว R-99 จะเป็นปืนโปรดที่คุณวางไม่ลงแน่ ๆ

2.Alternator

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Light Ammo (กระสุนส้ม)

ปืนกลเบาที่มีความเหมือนกับ Flatline ตรงที่ลั่นกระสุนได้ช้ากว่า แต่จะมีดาเมจที่สูงกว่า ด้วยความที่ปืนนี้ได้รับความนิยมค่อนข้างน้อย และ R-99 เป็นราชาในหมวดปืนกลเบา รวมไปถึงมีคู่แข่งอย่าง Volt ทำให้ปืนนี้ไม่ค่อยได้รับความสนใจนัก แต่ Firerate ที่ต่ำของมันก็ทำให้เราสามารถคำนวณระยะกระสุนและความแม่นยำได้มากขึ้น แต่ถ้าเปลี่ยนไปเป็น R-99 ได้จะดีกว่า เพราะด้วย Firerate แค่นี้ ไปเจอศัตรูที่ใช้ปืนกลเบา หรือปืนรัวกว่าก็สู้ยากแล้ว เพราะดาเมจก็ไม่ได้สูงเท่าซะด้วย

3.Volt

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Energy Ammo

ปืนน้องใหม่ที่เพิ่งอัปเดตเข้ามาเมื่อไม่กี่ซีซั่นก่อนหน้า โดยมันเคยเป็นตัวแทนให้กับปืน R-99 แต่เปลี่ยนเป็นปืน Energy แทน และมีดาเมจสูงกว่าเล็กน้อย แต่แลกมากับแรงถีบแนวตั้งที่ค่อนข้างเยอะ สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการใช้ปากกระบอกปืนและท้ายปืนในทุกระดับ Volt เป็นปืนที่ Firerate สูงใช้ได้ สามารถยิงแลกกับศัตรูได้ ถ้าใจถึงพอ พยายามหาเป้าเล็งที่เหมาะกับตัวเองให้ได้ แล้ว Volt จะเป็นอีกปืนที่คุณจะต้องหลงรักมัน และติดตัวไว้ทุกตาแน่นอน วิธีการยิงคือพยายามอย่ายิงค้าง แต่สเปรย์ทีละ 3-5 นัดก็ได้ แล้วส่ายปืนตามศัตรูให้ดี

4.Prowler

ประเภทกระสุนที่ใช้ : –

จากปืนนอก Airdrop สู่ปืนใน Airdrop จัดเต็มทั้งในเรื่องความจุกระสุนและโหมดการยิงสองแบบ เทคนิคการเล่นปืนนี้อาจจะขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน โดยจะมีโหมดการยิงแบบเบิร์ส 5 นัด หรือปรับเป็นโหมดยิงรัวเลยก็ได้ แล้วแต่ว่าแต่ละคนจะชอบโหมดการยิงแบบไหน และระยะยิงของเรากับศัตรูจะห่างกันมากน้อยแค่ไหน แต่โดยรวมแล้วปืนนี้แม้จะมี Firerate สู้ R-99 ไม่ได้ แต่เรื่องจำนวนกระสุนถือว่ากินขาด หากไปยิงวัดกัน Prowler มีสิทธิ์ชนะอยู่เหมือนกัน และเป็นอีกปืน Airdrop ที่โหดใช้ได้เลยทีเดียว

หมวด Light Machine Gun

1.Devotion

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Energy Ammo
อุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งได้ : Turbocharger

ปืนนี้จะมีความคล้ายคลึงกับ Havoc เล็กน้อย แต่ต่างกันตรงที่ Firerate จะต่ำมากเมื่อเริ่มยิงนัดแรก และจะเร่งสูงสุดไปเรื่อย ๆ จนกว่ากระสุนจะหมด เป็นปืนสุดโหดที่น่าจะมีอัตราการยิงสูงที่สุดในเกมแล้ว และสามารถติดตั้ง Turbocharger ให้นัดแรกไม่ต้องมีหน่วงเวลาได้ ปืนนี้เหมาะสำหรับสายลุย สายชาร์จ และทางที่ดีคือหาต่อแม็กกระสุน และ Turbocharger ใช้ด้วย ไม่เช่นนั้นหากไปสู้กับปืน Assault Rifle ทั่วไปอาจจะลำบากสักเล็กน้อย

2.M600-Spitfire

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Heavy Ammo (สีเขียว)

ปืนกลหนักสายแรมโบ้ที่ขาลุยชอบใช้ และข้อได้เปรียบของปืนนี้คือจำนวนกระสุนที่ต่อแม็กสีม่วงจะทำให้กระสุนมากถึง 55 นัด ใช้ยิงกดศัตรูได้อย่างหนักหน่วง และที่สำคัญคือ ดาเมจของปืนนี้ไม่ใช่ธรรมดาเลย หากโดนเต็ม ๆ สัก 4-5 นัดก็ส่งศัตรูลงไปนอนได้แล้ว คนที่เล่นปืนนี้ พยายามเป็นแนวหน้า หรือถ้าเป็นแนวหลัง ให้ใช้วิธีการยิงกดศัตรูจนโงหัวไม่ขึ้น แล้วให้ทีมไปตีโอบเอาก็ได้ ลำกล้องที่เหมาะสมอาจเป็น x2 หรือ x3 แต่ที่แน่ ๆ ต่อแม็กกระสุนสีม่วง ควรมี เพราะ 55 นัดนี่ กดสะใจแน่นอน แต่ก็ระวังยิงเพลินจนกระสุนหมดด้วย ต้องใช้กระสุนเยอะมากเลยทีเดียว

3.L-STAR

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Energy Ammo

อีกหนึ่งปืนที่อดีตอยู่ใน Airdrop แต่ตอนนี้ออกมาเป็นปืนธรรมดา แต่ด้วยความยิงยากของมันทำให้หลายคนไม่ชอบที่จะเล่น ด้วยรูปแบบกระสุนแบบเป็นก้อนพลังงาน ที่หาแรงถีบที่ชัดเจนไม่ได้ ทำให้แม้แต่การยิงในระยะประชิดนั้นก็ยังโดนศัตรูยากเหลือหลาย และแม้ว่าปืนนี้จะไม่มีการรีโหลด แต่ถ้ายิงจนปืนร้อนก็ใช้เวลาในการพักปืนนานกว่าการรีโหลดของปืนบางประเภทเสียอีก ปืนนี้เหมาะกับช่วงต้นเกมที่ยังหาปืนดี ๆ ประเภทอื่นใช้ไม่ได้เท่านั้น เพราะถือว่าเป็นปืนที่คุมยาก ไม่ว่าจะระยะใกล้หรือไกล หาปืนอื่นที่เหมาะสมจะง่ายกว่า

หมวด Sniper Rifle

1.Longbow DMR

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Sniper Ammo (สีม่วง)
อุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งได้ : Skullpiercer Rifling

สไนเปอร์คลาสสิกที่น่าจะคล้ายคลึงกับเกมอื่นที่สุดแล้ว วิธียิงง่าย ๆ ติดสโคปคลิกขวาแล้วยิง ไม่มีกลไกการทำงานประเภทอื่น ข้อดีของมันคือยิงรัวได้ และหวังผลได้จากระยะกลางไปถึงไกลมาก ด้วยความเสียหายนัดละ 55 โดนสัก 2 นัดก็มีผวากันแล้ว วิธีการยิงคือพยายามคำนวณระยะห่างแล้วปรับสโคปให้เหมาะสม  ปกติเกมนี้จะมีการบอกระยะห่างอยู่แล้ว เวลาซูมด้วยสโคปสไนเปอร์ และใครที่ชอบยิงหัวแม่น ๆ สามารถติดตั้ง Skullpiercer เพิ่มดาเมจเอาให้หัวขาดกันไปเลยก็ย่อมได้

2.Triple Take

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Sniper Ammo (สีม่วง)

เป็นปืนที่อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับการเล่นเป็นสไนเปอร์ในระยะไกลจัด เพราะความแปลกของปืนนี้คือ กระสุนจะแยกออกเป็นสามดอก ยิ่งไกล ยิ่งแยกห่างกันมากขึ้น ดังนั้นปืนนี้จึงเหมาะจะเป็นสไนเปอร์ในระยะกลางมากกว่า แนะนำว่าใช้สโคปสัก x3 หรือ x2-x4 ก็เพียงพอแล้ว แต่ในระยะใกล้เกินก็เล่นได้ เพราะด้วยความที่กระสุนพุ่งเป็นสามดอก ยิ่งทำให้มันทำดาเมจได้รุนแรงมาก แต่อัตราการยิงก็ต่ำมากเช่นกัน และปืนนี้คลิกขวาค้างจะชาร์จยิง เพื่อให้กระสุนรวมตัวกันได้ด้วย ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร ด้วยความพิเศษของปืนนี้ ใครจะใช้ก็ต้องฝีมือดีกันหน่อย ถึงจะเอาอยู่

3.Sentinel

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Sniper Ammo (สีม่วง)

หาก Longbow DMR เป็นสไนเปอร์ยิงรัว นี่คือปืนสไนเปอร์ที่ยิงแล้วต้องชักกระสุนเก่าออก และทำความเสียหายได้สูงถึงนัดละ 70 หน่วย วิธีการเล่นจะคล้ายกับ Longbow DMR เลย แต่ผู้ยิงต้องอาศัยความแม่นยำค่อนข้างสูง เพราะการชักกระสุนเก่าออกนั้นใช้เวลาพอสมควร และความพิเศษของปืนนี้คือใช้ Shield Cell 2 ก้อน ในการชาร์จพลังงานให้ตัวปืน เมื่อชาร์จแล้วจะยิงใส่ศัตรูที่สวมเกราะได้รุนแรงมากยิ่งขึ้น ใครที่เป็นมือสไนเปอร์ที่แม่นหน่อย จะเป็นตัวละลายเกราะฝั่งศัตรูได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

4.KRABER

ประเภทกระสุนที่ใช้ : –

ปืนสไนเปอร์ที่โหดที่สุดในเกม พร้อมระยะการยิงแบบไกลสุดกู่ แต่มันก็มาพร้อมความยากในการยิงแบบสุดกู่ด้วยเช่นกัน ด้วยดาเมจมหาศาลถึงนัดละ 145 และหัวถึง 435 พร้อมจะส่งศัตรูลงไปกองได้ทุกนัดที่ยิง แต่ข้อเสียของมันคือด้วยระยะการยิงที่ไกลมาก ทำให้มันไม่เหมาะกับพื้นที่แคบ หรือเกมที่มีวงบีบเข้าที่แคบ อาจจะไม่เหมาะในการใช้งาน และตัวปืนยิง 1 คร้ังต้องชักกระสุนเหมือนกับ Sentinel ด้วย นี่คือสไนเปอร์สุดโหดที่ต้องอาศัยฝีมือในการเล่นสูงมาก มือใหม่ควรไปเริ่มที่ปืนกระบอกอื่นก่อนจะดีกว่า

5.Charge Rifle

ประเภทกระสุนที่ใช้ : Sniper Ammo (สีม่วง)

หากจะถามว่าปืนสไนเปอร์ไหนเหมาะกับหน้าใหม่ที่สุด Charge Rifle เป็นทางเลือกที่มาคู่กับ Longbow DMR ด้วยรูปแบบการยิงแบบเส้นตรง ไม่ต้องคำนวณจุดตกกระสุน หรือระยะให้วุ่นวาย เล็งตรงไหน โดนตรงนั้น แต่มันจะทำดาเมจสูงสุดก็ต่อเมื่อเราลากเมาส์ให้เส้นเลเซอร์โดนศัตรูแบบเต็ม ๆ ปัญหาของการเล่นปืนนี้ จึงไม่ใช่การเล็งเผื่อจุดตกกระสุน แต่เป็นการลากเมาส์ตามศัตรูให้ทันนั่นเอง ปืนนี้จะใส่สโคปไหนก็ได้ แต่ทางที่ดี ใช้แบบ x4-x10 ไปเลย ไกลแค่ไหน เล็งยังไงก็โดน ที่สุดแล้วของความง่าย ลากเมาส์ตามให้ทันก็พอ

 

 

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close