ข้อมูลปืน Valorant

เปิดตัวกันมาหลายวันแล้ว และตอนนี้แฟน ๆ หลายคนอาจจะกำลังตะลุยเล่น เพิ่มทักษะ เพิ่มสกิลของตัวเองกันอย่างเมามัน สำหรับ Valorant เกมใหม่จากผู้พัฒนา Riot Games ดังนั้นวันนี้เราจึงนำเอาข้อมูลปืนทุกกระบอก ทุกประเภทใน Valorant มาให้ได้ชมกันชนิดทุกกระบอก ทุกประเภท ทุกปืน ถ้าพร้อมแล้วก็ตามมาดูกันแบบเจาะลึกเลยจ้า

ประเภท Sidearms (ปืนรอง)

1.Classic

รูปแบบการยิง : คลิกซ้ายยิงทีละนัด , คลิกขวายิงทีละ 3 นัด
ความเสียหายระยะ 0-20 เมตร : ขา 22 ดาเมจ / ตัว 26 ดาเมจ / หัว 78 ดาเมจ
ความเสียหายระยะ 30-50 เมตร : ขา 18 ดาเมจ / ตัว 22 ดาเมจ / หัว 66 ดาเมจ
จำนวนกระสุนในแม็กกาซีน : 12 นัด
อัตราการยิงทะลุกำแพง : ต่ำ

ปืนติดตัวกระบอกแรกที่ทุกคนจะได้ใช้ในช่วงเริ่มต้นเกม คุณสมบัติการยิงถือว่าเป็นปืนพื้นฐาน ใช้งานได้ในรอบที่คุณไม่มีเงินจะซื้อปืนใด ๆ แล้ว หรืออยากเล่นแบบ Eco (ประหยัดเงิน) ก็ทำได้

2.Shorty

ราคา : 200
จำนวนกระสุนที่กระจายตัวออกไป = 15
ความเสียหายระยะ 0-9 เมตร : ขา 10 ดาเมจ / ตัว 12 ดาเมจ / หัว 36 ดาเมจ
ความเสียหายระยะ 9-15 เมตร : ขา 6 ดาเมจ / ตัว 8 ดาเมจ / หัว 24 ดาเมจ
ความเสียหายระยะ 16-30 เมตร : ขา 2 ดาเมจ / ตัว 3 ดาเมจ / หัว 9 ดาเมจ
จำนวนกระสุนในแม็กกาซีน : 2 นัด
อัตราการยิงทะลุกำแพง : ต่ำ

อาวุธรองที่มาในรูปแบบของปืนลูกซองแฝด เมื่อยิงออกไปแล้วจะมีกระสุนลูกปรายกระจายตัวออกไปมากถึง 15 นัด ถ้ายิงโดนตัวในระยะประชิด ส่งศัตรูลงไปกองในนัดเดียวได้แน่นอน ไม่เหมาะกับการยิงในระยะกลางไปจนถึงไกล เพราะดาเมจจะตกลงเยอะมาก และจำนวนกระสุนต่อแม็กกาซีนน้อย ยิงพลาดแล้วอาจจะทำให้เราโดนสวนจนตายได้ในทันที

3.Frenzy

ราคา : 400
รูปแบบการยิง : Full Automatic
ความเสียหายระยะ 0-20 เมตร : ขา 22 ดาเมจ / ตัว 26 ดาเมจ / หัว 78 ดาเมจ
ความเสียหายระยะ 21-50 เมตร : ขา 17 ดาเมจ / ตัว 21 ดาเมจ / หัว 69 ดาเมจ
จำนวนกระสุนในแม็กกาซีน : 13
อัตราการยิงทะลุกำแพง : ต่ำ

ปืนรองเพียงกระบอกเดียวที่มีรูปแบบการยิงแบบ Full Automatic หรือยิงอัตโนมัติต่อเนื่องได้ ข้อแนะนำสำหรับปืนกระบอกนี้ คือแม้จะกดยิงรัวได้ แต่ก็ไม่ควรกดรัวเกิน เพราะปืนจะมีแรงดีดสูงมาก ที่สำคัญคือตัวปืนมีดาเมจที่ไม่ค่อยสูงนัก เหมาะกับการใช้เป็นปืนในรอบที่เราไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ จะดีกว่า

4.Ghost

 

ราคา : 500
ความเสียหายระยะ 0-30 เมตร : ขา 25 ดาเมจ / ตัว 30 ดาเมจ / หัว 105 ดาเมจ
ความเสียหายระยะ 30-50 เมตร : ขา 21 ดาเมจ / ตัว 25 ดาเมจ / หัว 87 ดาเมจ
จำนวนกระสุนในแม็กกาซีน : 15
อัตราการยิงทะลุกำแพง : ปานกลาง

หนึ่งในอาวุธที่มีความสามารถติดเก็บเสียง และยังมีความแรงที่สูงมาก ไม่แคร์ปากกระบอกปืนเก็บเสียงเลย ข้อดีของปืนนี้คือมีความเงียบ และแรงมาก ในระยะ 30 เมตร การยิงหัวสามารถส่งศัตรูลงไปนอนได้ (หากไม่ใส่เกราะ) เป็นอีกหนึ่งปืนพกที่เหมาะกับสายลอบเร้นมาก

5.Sheriff

ราคา : 800
ความเสียหายระยะ 0-30 เมตร : ขา 46 ดาเมจ / ตัว 55 ดาเมจ / หัว 159 ดาเมจ
ความเสียหายระยะ 31-50 เมตร : ขา 42 ดาเมจ / ตัว 50 ดาเมจ / หัว 145 ดาเมจ
จำนวนกระสุนในแม็กกาซีน : 6
อัตราการยิงทะลุกำแพง : สูง

หนึ่งในปืนรองที่มีประสิทธิภาพสูงมาก หากเทียบกับเกมอื่นจะคล้าย ๆ กับปืนรีโวลเวอร์ หรือแม็กนั่ม ที่มีพลังทำลายล้างสูงมาก แต่แน่นอนว่าการยิงก็ยากพอสมควรด้วย และความเร็วในการยิงแต่ละนัดก็ช้า ถ้ายิงจนคล่อง เราสามารถใช้แทนปืนหลักได้เลย อยู่ที่ความถนัดของตัวผู้เล่น

 

หมวดปืน SMG

1.Stinger

ราคา : 1,000
เมื่อซูมเข้าศูนย์เล็งจะปรับโหมดการยิงเป็น Burst แบบ 4 นัด และลดแรงดีดลง
ความเสียหายระยะ 0-20 เมตร : ขา 23 ดาเมจ / ตัว 27 ดาเมจ / หัว 67 ดาเมจ
ความเสียหายระยะ 21-50 เมตร : ขา 21 ดาเมจ / ตัว 25 ดาเมจ / หัว 62 ดาเมจ
จำนวนกระสุนในแม็กกาซีน : 20
อัตราการยิงทะลุกำแพง : ต่ำ

ปืนกลมือราคาย่อมเยาว์ แต่ประสิทธิภาพถือว่าไม่ธรรมดา ด้วยความสามารถการซูมยิงแบบ 4 นัด และความนิ่งของมัน ในระยะเกิน 20 เมตร ก็ยังทำงานได้ดี แต่ดาเมจของมันก็เบาตามราคาปืน ถ้าเลือกได้ เพิ่มอีก 600 ใช้ Spectre จะดีกว่า

2.Spectre

ราคา : 1,600
เมื่อซูมเข้าศูนย์เล็งจะลดแรงดีดลงเล็กน้อย
ความเสียหายระยะ 0-20 เมตร : ขา 22 ดาเมจ / ตัว 26 ดาเมจ / หัว 78 ดาเมจ
ความเสียหายระยะ 21-50 เมตร : ขา 18 ดาเมจ / ตัว 22 ดาเมจ / หัว 66 ดาเมจ
จำนวนกระสุนในแม็กกาซีน : 30
อัตราการยิงทะลุกำแพง : ปานกลาง

ปืนยอดนิยมของผู้เล่นหลายคน จนบางคนบอกว่าสมควรถูกเนิร์ฟซะ ด้วยจำนวนกระสุนที่มากถึง 30 นัด และการยิงรัวราว ๆ 4-5 นัดแรก นั้น ปืนแทบไม่มีการดีด จึงทำให้มันยิงง่ายมาก และราคาที่ถูก เหลือเงินไปซื้อสกิลหรือซื้อเกราะเพิ่มได้อีก Spectre ถือเป็นปืนยอดนิยมอันดับต้น ๆ ใน Valorant เลยทีเดียว

หมวดปืน Shotgun

1.Bucky

ราคา : 900
จำนวนกระสุนที่กระจายตัวออกไป = 15
เมื่อคลิกขวา กระสุนจะระเบิดกลางอากาศ เพิ่มระยะหวังผลได้อีก
ความเสียหายระยะ 0-8 เมตร : ขา 23 ดาเมจ / ตัว 27 ดาเมจ / หัว 67 ดาเมจ
ความเสียหายระยะ 9-12 เมตร : ขา 21 ดาเมจ / ตัว 25 ดาเมจ / หัว 62 ดาเมจ
ความเสียหายระยะ 12-50 เมตร : ขา 8 ดาเมจ / ตัว 9 ดาเมจ / หัว 18 ดาเมจ
จำนวนกระสุนในแม็กกาซีน : 5
อัตราการยิงทะลุกำแพง : ต่ำ

ปืนลูกซองกึ่งอัตโนมัติ แต่มีทีเด็ดตรงการคลิกขวาจะทำให้กระสุนสามารถระเบิดกลางอากาศ และเพิ่มระยะหวังผลของตัวปืนได้ แต่ก็ไม่เด็ดขาดพอจะไปสู้กับพวกปืนไรเฟิลได้ แต่ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีในการต่อสู้ระยะประชิดไปจนถึงระยะกลาง เพราะถ้าลูกปรายโดนหัวขึ้นมาก็เจ็บหนักเอาเรื่องเหมือนกัน ข้อเสียคือระบบกึ่งอัตโนมัติ ถ้ายิงพลาดไปสักนัด อาจเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามสวนเราจนตายได้

2.Judge

ราคา : 1,500
ความเสียหายระยะ 0-10 เมตร : ขา 14 ดาเมจ / ตัว 17 ดาเมจ / หัว 34 ดาเมจ
ความเสียหายระยะ 11-15 เมตร : ขา 11 ดาเมจ / ตัว 13 ดาเมจ / หัว 26 ดาเมจ
ความเสียหายระยะ 16-50 เมตร : ขา 9 ดาเมจ / ตัว 10 ดาเมจ / หัว 20 ดาเมจ
จำนวนกระสุนในแม็กกาซีน : 7
อัตราการยิงทะลุกำแพง : ปานกลาง

ปืนลูกซองแบบยิงรัวได้ ดาเมจมหาศาลมาก แต่ข้อเสียคือยิ่งยิงรัว เป้าก็ยิงบานออก ทำให้ควบคุมวิถีกระสุนยากมาก ต้องหาพื้นที่ในการเล่นให้เหมาะสม เหมาะกับการเอาไว้เล่นแบบดักมุม เพราะความแรงในการยิงระยะประชิดถือว่าทำให้ศัตรูตายแบบไม่รู้ตัวได้เลยทีเดียว

หมวดปืน Rifles

1.Bulldog

ราคา : 2,100
เมื่อคลิกขวาจะเปลี่ยนโหมดการยิงเป็นแบบเบิร์ส 3 นัด
ความเสียหายระยะ 0-50 เมตร : ขา 30 ดาเมจ / ตัว 35 ดาเมจ / หัว 116 ดาเมจ
จำนวนกระสุนในแม็กกาซีน : 24
อัตราการยิงทะลุกำแพง : ปานกลาง

ปืนไรเฟิลที่เหมาะสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ที่สุด แต่จงจำไว้อย่างหนึ่งว่า ปืนนี้เมื่อยิงแบบผ่านศูนย์เล็ง จะสามารถยิงรัวเป็นปืน Automatic ได้ แต่ถ้าเข้าศูนย์เล็ง โหมดการยิงจะถูกปรับเป็นแบบเบิร์ส 3 นัดโดยอัตโนมัติ แรงดีดของปืนอยู่ในระดับปานกลางพอที่มือใหม่จะควบคุมได้ และความแรงก็จัดว่ายิงสู้กับคนอื่นได้แน่ ๆ ใครเป็นมือใหม่หัดใช้ปืน Rifles คว้ากระบอกนี้มาลองกันได้เลย

2.Guardian

ราคา : 2,700
เมื่อคลิกขวา จะลดแรงดีดลงเล็กน้อย
ความเสียหายระยะ 0-50 เมตร : ขา 49 ดาเมจ / ตัว 65 ดาเมจ / หัว 195 ดาเมจ
จำนวนกระสุนในแม็กกาซีน : 12
อัตราการยิงทะลุกำแพง : ปานกลาง

Guaridian เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบเล่นสไตล์การยิงแบบ 1 Tap (กดคลิกยิงทีละนัด) เพราะปืนนี้จะมีโหมดการยิงเพียงโหมดเดียวคือ Single Shot และตัวปืนยังมีดาเมจที่สูงมาก ๆ แต่ผู้เล่นต้องใช้ความสามารถและทักษะในการยิงพอสมควร ใครที่ชอบปืนแบบยิงทีละนัด ห้ามพลาดปืนนี้

3.Phantom

ราคา : 2,900
เมื่อคลิกขวา จะลดแรงดีดลงเล็กน้อย
ความเสียหายระยะ 0-15 เมตร : ขา 33 ดาเมจ / ตัว 39 ดาเมจ / หัว 156 ดาเมจ
ความเสียหายระยะ 16-30 เมตร : ขา 30 ดาเมจ / ตัว 35 ดาเมจ / หัว 140 ดาเมจ
ความเสียหายระยะ 31-50 เมตร : ขา 26 ดาเมจ / ตัว 31 ดาเมจ / หัว 124 ดาเมจ
จำนวนกระสุนในแม็กกาซีน : 30
อัตราการยิงทะลุกำแพง : ปานกลาง

หากคุณเชี่ยวชาญ Bulldog แล้วมองหาไรเฟิลที่เหมาะมือสักกระบอก การอัพเกรดตัวเองมาเล่น Phantom ได้เลย ผู้เขียนรู้สึกว่า Phantom ให้ฟีลการใช้งานเหมือนปืนสากลอย่าง M4A1 มาก แต่การยิงค้างนานไป เป้าก็ดีดได้เช่นกัน ดังนั้นฝึกยิงให้ดีก่อนล่ะ

4.Vandal

ราคา : 2,900
เมื่อคลิกขวา จะลดแรงดีดลงเล็กน้อย
ความเสียหายระยะ 0-50 เมตร : ขา 33 ดาเมจ / ตัว 39 ดาเมจ / หัว 156 ดาเมจ
จำนวนกระสุนในแม็กกาซีน : 25
อัตราการยิงทะลุกำแพง : ปานกลาง

หาก Phantom คืออาวุธที่ถอดแบบมาจาก M4A1 – Vandal ก็คือถอดแบบมาจาก AK47 ทั้งเสียงปืน แรงดีด รูปร่างหน้าตา และดาเมจ แต่ถึงแม้จะแรงก็แลกมากับแรงดีดที่คุมได้ยากมาก ดังนั้นถ้าชอบจริง ๆ เรายังคงแนะนำเป็น Phantom จะเหมาะสมกว่า (ขึ้นอยู่กับความถนัดคน)

หมวด Sniper Rifles

1.Marshal

ราคา : 1,100
เมื่อคลิกขวา จะลดแรงดีดลงเล็กน้อย
ความเสียหายระยะ 0-50 เมตร : ขา 85 ดาเมจ / ตัว 101 ดาเมจ / หัว 202 ดาเมจ
จำนวนกระสุนในแม็กกาซีน : 5
อัตราการยิงทะลุกำแพง : ปานกลาง

สไนเปอร์ราคาย่อมเยาว์ และมีอัตราการยิงต่อเนื่องที่เร็วมาก แต่ก็ต้องแลกมากับความชำนาญในการยิง ข้อเสียของปืนนี้คือดาเมจจากปืน ถ้าไม่ยิงหัว จะไม่สามารถฆ่าศัตรูได้ในนัดเดียว (ถ้าศัตรูซื้อเกราะมา) และมันจะเป็นการเปิดจุด + โอกาสให้ฝั่งตรงข้ามสวนกลับได้ ดังนั้นแนะนำว่าถ้าจะเล่น ทีมต้องแบ็คอัพดี ๆ หรือเก็บเงินรอสไนเปอร์ Operator เลยดีกว่า สำหรับเมนสไนเปอร์ไรเฟิล

2.Operator

ราคา : 4,500
เมื่อคลิกขวาจะซูมได้สองระดับ และลดแรงดีดลง
ความเสียหายระยะ 0-50 เมตร : ขา 127 ดาเมจ / ตัว 150 ดาเมจ / หัว 255 ดาเมจ
จำนวนกระสุนในแม็กกาซีน : 5
อัตราการยิงทะลุกำแพง : สูง

สไนเปอร์และปืนที่น่าจะมีดาเมจสูงที่สุดในเกม ด้วยความสามารถ One Shot Kill แน่นอน (ถ้าคุณไม่ยิงโดนขา) คือต่อให้ศัตรูซื้อเกราะระดับสูงมา คุณก็ยิงตายได้ในนัดเดียว ไม่จำเป็นต้องเล็งหัว แถมยังสามารถซูมได้ถึง 2 ระดับ ไกลสุด ๆ กันไปเลย – ข้อเสียคือการยิงแต่ละนัดจะต้องทำการขึ้นลำกระสุนใหม่ เสียเวลาพอสมควร และถ้าหากเลือกตำแหน่งยืนในแผนที่ผิด จะหามุมยิงยากมากด้วยเช่นกัน

หมวด Heavy

1.Ares

ราคา : 1,600
เมื่อคลิกขวา จะลดแรงดีดลงเล็กน้อย
ความเสียหายระยะ 0-30 เมตร : ขา 25 ดาเมจ / ตัว 30 ดาเมจ / หัว 72 ดาเมจ
ความเสียหายระยะ 31-50 เมตร : ขา 23 ดาเมจ / ตัว 28 ดาเมจ / หัว 67 ดาเมจ
จำนวนกระสุนในแม็กกาซีน : 50
อัตราการยิงทะลุกำแพง : สูง

ปืนกลหนักบรรจุกระสุน 50 นัด ที่เหมาะกับการยิงตั้งแต่ระยะใกล้ไปจนถึงระยะกลาง ปืนนี้ไม่ค่อยแนะนำให้ใช้ เพราะจำนวนกระสุนเพียง 50 นัด แต่การลั่นกระสุนที่เร็วมาก ถ้ายิงทิ้งยิงขว้างจะค่อนข้างไร้ประโยชน์ แถมยังคาดหวังการสังหารจากปืนนี้ได้ยากมาก ถ้าอยากเล่นปืนกลหนักจริง ๆ เราขอแนะนำเป็นปืนต่อไปอย่าง Odin จะดีกว่า

2.Odin

ราคา : 3,200
เมื่อคลิกขวา จะลดแรงดีดลงเล็กน้อย
ความเสียหายระยะ 0-30 เมตร : ขา 32 ดาเมจ / ตัว 38 ดาเมจ / หัว 95 ดาเมจ
ความเสียหายระยะ 31-50 เมตร : ขา 26 ดาเมจ / ตัว 31 ดาเมจ / หัว 77 ดาเมจ
จำนวนกระสุนในแม็กกาซีน : 50
อัตราการยิงทะลุกำแพง : สูง

ปืนกลหนักจัดเต็มที่บรรจุกระสุนมากถึง 100 นัด ยิงทิ้งยิงขว้างได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ ข้อดีของมันคือจำนวนกระสุนที่สามารถยิงกดดันศัตรูได้จากในระยะกลาง เพราะแพทเทิร์นกระสุนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ คงไม่มีใครอยากเสี่ยงออกมารับดาเมจนัก หรือใช้สร้างความไขว้เขวให้ศัตรูได้ด้วยการยิงมั่ว ๆ ออกไป ข้อเสียของปืนนี้คือ แรงดีด และราคาที่สูงมาก ถ้าเงินไม่เหลือจริง ๆ ไม่แนะนำให้ใช้สักเท่าไร

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close