อย่าปล่อยให้วิดีโอเกมทำลายความสัมพันธ์ของคุณ

วิดีโอเกม อาจเป็นทั้งตัวเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดี แต่ในอีกมุมหนึ่ง หากเราไม่รู้จักการควบคุมและการแบ่งเวลา มันก็จะกลายเป็นดาบสองคมที่วกกลับมาทำให้เราบาดเจ็บได้ เพราะมันคืออีกหนึ่งตัวทำลายความสัมพันธ์มานักต่อนักแล้ว และวันนี้เรามาพูดถึงการที่เราไม่ควรปล่อยให้การเล่นเกมมาทำลายความสัมพันธ์ในทุกรูปแบบของเรา เพราะเกม แค่โอเวอร์หรือพ่ายแพ้ เราสามารถเริ่มใหม่ได้ แต่คนข้างกายไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์แบบใด ถ้าเสียไปแล้ว เราอาจทำให้เขากลับมาไม่ได้อีกต่อไป

วิดีโอเกมทำลายความสัมพันธ์ของพวกเรายังไง ?

Young couple playing video game in living room at home

อย่างที่เราได้บอกเอาไว้ในด้านบน วิดีโอเกมเป็นทั้งตัวเชื่อมความสัมพันธ์แต่ในขณะเดียวกันมันก็สามารถทำลายความสัมพันธ์ของพวกเราลงได้ และไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบครอบครัว พ่อแม่ลูก หรือแฟน สามี-ภรรยา เพื่อนสนิทมิตรสหาย มันก็สามาารถทำลายได้ทั้งนั้น

หากเราอยู่ใน Community เกมต่าง ๆ ในไทยและต่างประเทศ เราอาจจะเคยเห็นโพสต์ทำนองที่ว่าคนเป็นแฟนกัน งอนกันและทะเลาะกัน เพียงเพราะอีกฝ่ายติดเกมมากไป และส่วนมากจะเป็นผู้ชายซะด้วยที่เป็นฝ่ายเล่นเกมจนติด หรือในเคสครอบครัวก็มักจะมีเรื่องราวของเด็ก ๆ ที่ติดเกมจนส่งผลกระทบต่อการเรียนหรือหนักเข้าหน่อยก็คือการแอบขโมยเงินนำไปใช้จับจ่ายสินค้าในเกม จนเป็นดราม่าออกข่าวใหญ่โตก็มีให้เห็นกันเยอะแยะในยุคปัจจุบัน

ความผิดอยู่ที่ใครกันแน่ ?

เดี๋ยวจะหาว่าเราโทษเกม แต่จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่เลย เพราะหากสำรวจต้นตอดูให้ดีแล้วนั้น การที่เกมทำออกมาสนุก จนคนเล่นติดลม เล่นไม่เลิก หรือทุ่มเงินหลายบาทหลายสตางค์เพื่อหาไอเทมในเกม สุดท้ายถ้าเราควบคุมตัวเองได้ มันก็จะไม่เกิดเรื่อง แต่อะไรคือสิ่งที่ทำให้คนยอมเหินห่างกับความสัมพันธ์ปัจจุบันมาสนใจเกมมากกว่า ก็บอกได้เลยว่า มันหลายปัจจัยและแตกต่างกันไปอย่างแน่นอน

เว็บไซต์ Fox19.com เคยลงบทความเกี่ยวกับ Janet Hunt ผู้ฟ้องหย่าสามีด้วยสาเหตุที่ว่าเขาติดเกมมากจนแทบไม่เป็นอันทำงานทำการ หรือคุณแม่ในเดนเวอร์ก็เคยยอมรับว่าติดเกมใน Facebook มาก จนลูกก็ไม่เลี้ยง งานการก็ไม่ทำ เมื่อตำรวจเข้าไปที่บ้านก็พบว่ามีแต่ซากขยะ และสิ่งของสกปรกอยู่เต็มไปหมด ซึ่งเรื่องราวนี้เคยเป็นเรื่องเป็นราวจนถึงขั้นมีคนมองว่าพวกผู้ใหญ่ติดเกมทั้งหลาย ระวังจะต้องจบความสัมพันธ์ลงในรูปแบบนี้

เราจะโทษว่าทั้งหมดนี้เป็นความผิดของเกมอย่างนั้นหรือ ? คงไม่แฟร์นัก เพราะสุดท้ายคนที่เลือกจะกระทำกิจกรรมต่าง ๆ ย่อมเป็นตัวเราเอง เรารู้ว่าเราควรเข้านอน แต่คุณแค่ต้องการจะเล่นมันอีกตา เปิดด่านใหม่อีกสักด่าน หรือเก็บเลเวลอีกสักเลเวล เราอาจสรุปได้ว่า มันเป็นปัญหาของทั้งสองอย่างมาผสมกัน คงโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแบบเต็มร้อยเปอร์เซนต์ไม่ได้

ป้องกันและแก้ปัญหาอย่างไรดีล่ะ ?

Happy Latin American family having fun playing video games at home – lifestyle concepts

จริง ๆ แล้ววิธีแก้และการป้องกันสำหรับคนที่ติดเกม หรือชื่นชอบการเล่นเกมนั้น บอกได้ว่า แม้ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย นั่นคือเราต้องเปิดใจและเข้าใจก่อนว่าทำไมเขาถึงติดเกมและชอบอยู่กับเกม อย่างงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลได้มีแนวทางป้องกันและการแก้ปัญหาการติดเกมเอาไว้เช่น

สร้างการเรียนรู้และแรงจูงใจ เราอาจจะทำให้เด็ก ผู้ปกครอง หรือครอบครัวได้มองเห็นว่า เราจะเรียนรู้อะไรจากมันได้บ้าง พ่อแม่อาจมีส่วนร่วมในการเลือกเกมให้ลูกเล่น แล้วแต่ช่วงอายุ แน่นอนว่าปัญหานี้ ทั้งพ่อแม่ แฟน คนรัก ครอบครัว อาจจะต้องเปิดใจทำความเข้าใจด้วยว่าแท้จริงแล้ว เกมทุกวันนี้ไม่ใช่แค่สื่อบันเทิงสนุก ๆ แต่มันยังมีหลายสิ่งหลายอย่างให้ต้องเรียนรู้

การหันหน้าหรือเปิดอกคุยกันถึงสิ่งที่คู่กรณีทำ เช่นคุณเล่นเกมมากเกินไป ติดเกมมากเกินไปจนจนส่งผลกระทบที่เห็นได้ชัด ตรงส่วนนี้เราก็ยังต้องอาศัยความใจเย็นในการเปิดอกพูดคุยปัญหาของกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคนติดเกมเป็นลูกหลานหรือเป็นเด็ก แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร การพูดคุยกันด้วยเหตุผลดูจะดีกว่าการใช้อารมณ์โมโหโกรธาใส่กันมากกว่าอยู่แล้ว

หรือถ้ามันเลยจุดที่จะต้องพูดคุยกันแล้ว จนอาจส่อแววไปถึงอาการทางจิต การพบแพทย์ก็เป็นเพียงทางเลือกเดียวที่เหมาะสมที่สุด เพราะบางปัญหาเราไม่อาจแก้ไขได้ด้วยตัวเอง ส่วนคนที่เล่นเกมมาก ๆ เราก็อาจจะต้องหันมามองดูคนรอบข้างกันหน่อยว่า เรามัวแต่เล่นเกมจนลืมละเลยคนในชีวิตจริงเราไปแล้วบ้างหรือเปล่า

อย่าเล่นเกมจนละเลยสิ่งรอบข้างและชีวิตของเรา

วิดีโอเกมเป็นงานอดิเรก เป็นความชอบ เป็นกิจกรรมที่เราใช้ผ่อนคลายกับมันได้ แต่ตลอดเวลาที่เราเล่น ไม่ว่าจะออฟไลน์ – ออนไลน์ เราก็ควรมีสติอย่างสม่ำเสมอ ว่าเรากำลังเล่นเกม หรือปล่อยให้เกมเข้ามาเล่นเราแทน เพราะหากคุณจัดแบ่งเวลาได้อย่างเหมาะสม รู้ว่าเวลาไหนควรทำอะไร หรือเล่นเกมอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ไม่เสียการเสียงาน หรือสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีให้กับคนรอบข้าง การเล่นเกมของเราก็จะเต็มไปด้วยความสุข หรือเราสามารถชวนคนรอบตัว ให้มารู้จักเกมที่เราเล่นได้อีกต่างหาก

ไม่ใช่แค่กับวิดีโอเกม แต่กับงานทุกประเภทที่เราทำกันอยู่นี้ ไม่ว่าจะกิจกรรมอะไร หรืองานประเภทไหน ขอเพียงเราแบ่งเวลาเราให้เหมาะสม บริหารชีวิตให้ถูกจังหวะ ย่อมส่งผลดีกับทุกอย่างแน่นอนครับ

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close