อนาคตของเกมอาร์เคต กับความเสื่อมถอยตามกาลเวลา

ปี 2020 อาจเป็นปีที่วงการเกมเฟื้องฟูอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากการที่ผู้คนต้องกักตัวหนีไวรัส COVID-19 ทำให้มีเวลาว่างในมืออยู่มากมาย และกิจกรรมที่ดีมากอย่างหนึ่งก็คือการเล่นเกมนั่นเอง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นกลับตรงกันข้ามกับแพลตฟอร์มหนึ่งที่อยู่มานานนั่นคือเกมตู้หรือเกมอาร์เคดที่มีแต่จะแย่ลงเรื่อย ๆ

และในปี 2020 ก็เหมือนเป็นหมุดตอกย้ำให้เกมอาร์เคดรีบตายลงอย่างรวดเร็วกว่าเดิม

ผู้เขียนเคยพูดถึงประเด็นเกี่ยวกับเกมอาร์เคดไปเมื่อปี 2018 ว่าเพราะอะไรเกมอาร์เคดถึงยังอยู่ได้ในญี่ปุ่น นั่นก็เพราะบริษัทผู้พัฒนาเกมรายใหญ่หลายรายอย่าง Sega, Taito, Bandai Namco หรือกระทั่ง Konami ต่างก็มีร้านเกมในเครือของตนเองเปิดให้บริการอยู่แล้ว การจะนำเกมของตนเองที่พัฒนาไปวางก็ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด ซึ่งก็รวมไปถึงร้านเกมของบริษัทอื่น ๆ ที่มีเกมของค่ายคู่แข่งไปให้บริการด้วยเหมือนกัน ที่สำคัญที่สุดคือยังมีผู้ใช้บริการที่เหนียวแน่นอีกด้วย

และที่สำคัญคือร้านเกมหลายแห่งก็ล้วนเป็นจุดนัดพบที่หาเจอได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมเมอร์ที่อยากหาอะไรทำฆ่าเวลารอเพื่อนเพื่อไปที่อื่นกันต่อ ร้านเกมอาร์เคดจึงเป็นสถานที่อันเหมาะสมสำหรับเล่นเกมรอเวลาหรือเสี่ยงโชคเล่นตู้คีบตุ๊กตาก็ได้ทั้งหมด

แต่สิ่งเหล่านี้กำลังจะหายไปหลังจากที่โลกของเราเกิดโรคระบาด COVID-19 ธุรกิจหลายแห่งได้รับผลกระทบหนักจากการ Lock Down ปิดกิจการชั่วคราว และเมื่อไม่มีลูกค้า ธุรกิจก็เดินต่อไปไม่ได้ ต่อให้อยากเล่นแค่ไหนก็ไปไม่ได้ เพราะร้านไม่สามารถเปิดให้บริการได้นั่นเอง

สรุปรายรับของ Sega ที่ทำไปได้ในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ารายรับของส่วนตู้ปาจิงโกะและธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบทั้งหมด

และยิ่งถ้าหากเรามาดูผลประกอบการของทาง Sega ในด้านของรายได้จากตู้ปาจิงโกะ(ที่รวมไปถึงตู้เกมอาร์เคด) ก็มีการย้ำชัดไปในรายงานผลประกอบการของปีงบประมาณปัจจุบันถึงไตรมาสแรกของปี 2021 ที่หายไปอย่างมหาศาล และทางบริษัทก็คาดการณ์ไว้ว่าจะต้องเจ็บแบบนี้ไปอีกทั้งปี

ซึ่งถ้าหากภายในปีหน้านี้ไม่ดีขึ้น การทำธุรกิจดำเนินกิจการร้านเกมตู้เหล่านี้จะเปลี่ยนไปตลอดกาล

แม้จริงอยู่ที่ COVID-19 จะทำให้ธุรกิจเกมตู้นี้พังลงอย่างรวดเร็ว แต่ในความเห็นของผู้เขียนเอง ต่อให้ไม่มีไวรัสระบาด ธุรกิจเกมตู้ก็จะต้องหายไปตามกาลเวลาอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงแค่ตัวเร่งให้ทุกอย่างจากไปเร็วขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น แม้จะเป็นที่ญี่ปุ่นเอง ผู้ประกอบการก็ต้องประสบปัญหาเพิ่มเติมทั้งจากความนิยมที่ลดลง และกำแพงภาษีที่ถูกปรับขึ้นด้วย

Arcade

ส่วนในฝากตะวันตก เกมอาร์เคตได้กลายเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม  Pop Culture ในช่วงเวลาของอดีต แทบไม่มีอีกแล้วกับร้านเกมตู้แบบเป็นระบบรูปธรรม สิ่งที่เหลืออยู่ก็มีเพียงแค่พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเกมเก่าในสมัยอดีตเอาไว้เท่านั้น ไม่เหมือนในญี่ปุ่นที่การเดินทางเข้าเมืองเพื่อตามหาร้านเกมอาร์เคดนั้นทำได้ง่ายกว่า แต่ในประเทศฝั่งตะวันตกนั้นใหญ่กว่ามาก และผู้คนเองก็พอใจที่จะเล่นเกมในบ้านมากกว่าตามห้างร้านนั่นเอง

แน่นอนว่าผลกระทบจากจุดนี้เริ่มก่อตัวขึ้นมาให้เราเห็นกันแล้ว เช่น Sega ประกาศปิดร้านเกม Sega Akihabara สาขาสองหรือ Akihabara Gigo เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา และยังไม่รวมไปถึงร้านเล็ก ๆ ที่ไม่น่าจะอยู่ได้ทั้งในสภาพเศรษฐกิจและโรคระบาดเช่นนี้ เชื่อว่าหลังจากที่ญี่ปุ่นเปิดประเทศกลับมาตามปกติ เราน่าจะไม่ได้เห็นร้านเกมเหล่านี้อยู่ในที่ ๆ เคยอยู่อีกต่อไป

สำหรับบ้านเราแม้หลายเกมหลายร้านจะยังอยู่ได้เพราะร้านส่วนใหญ่ยังอยู่ในห้างสรรพสินค้า แต่ก็เห็นได้ชัดว่ารูปแบบการให้บริการ เกมที่มีให้เล่นนั้นแตกต่างจากเดิมอย่างไร เรายังเห็นเกมแนวดนตรีมีคนเล่นอยู่ไม่น้อย หรือเกมที่เห็นแล้วน่าดึงดูดอย่างเกมยิงปืนกับแข่งรถก็ยังมีกลุ่มผู้เล่นรวมตัวอยู่พอสมควร แต่อาจจะไม่ได้เท่ากับตอนสมัยยุครุ่งเรือง

ถ้าหากจะให้คาดเดาอนาคตข้างหน้า เกมอาร์เคดอาจจะไม่ได้หายไปแบบสาบสูญไปเลย แต่อาจจะโผล่ออกมาเป็นจุดเล็ก ๆ ที่หลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ หรือไม่ก็แปรสภาพกลายเป็นพิพิธภัณฑ์แบบเดียวกับในฝั่งตะวันตกแทน โดยในตอนนี้ค่ายเกมต่าง ๆ ของญี่ปุ่นก็เริ่มที่จะนำเกมอาร์เคดยุคเก่ามาใส่ในห้องแสดงโชว์หรือพิพิธภัณฑ์ของตนเองแล้ว และเชื่อว่าในอนาคตแม้แต่ร้านใหญ่ ๆ ในญี่ปุ่นเองก็คงมีจำนวนที่ลดลงมากกว่านี้อีกแน่นอน

กาลเวลาแม้จะเป็นสิ่งที่น่ากลัว แต่บรรดาผู้ประกอบการ เกมต่าง ๆ บนตู้เกมก็พยายามอย่างสุดฤทธิ์ที่จะเอาตัวรอดไปให้ได้ เช่นร้าน Mikado ใน Takadanobaba ของโตเกียวที่ทางเจ้าของร้านมีเกมเก่ายอดนิยมรวมเอาไว้มากมาย และยังมีการจัดกิจกรรมแข่งเกมย้อนยุคอยู่เสมอ ซึ่งตัวร้านเองก็มีการจัดพื้นที่ให้ผู้ใช้บริการมีการเว้นระยะห่างตามนโยบาย Social Distance ด้วยเช่นกัน

สภาพปัจจุบันของร้าน Mikado Arcade Center ในญี่ปุ่นที่มีการจัดร้านตามความเหมาะสมในปัจจุบัน

แต่จนกว่าจะถึงจุดสิ้นสุดอย่างแท้จริงของเกมตู้ เชื่อว่าทั้งผู้พัฒนาและผู้ให้บริการเองก็คงต้องหาทางออกเช่นเดียวกับร้าน Mikado ที่ชูจุดขายของตัวเองไว้อย่างชัดเจน แต่ผลจะออกมาเป็นหัวหรือก้อยนั้น ก็คงต้องรอดูในอนาคตกันต่อไป

แหล่งข้อมูลบทความ: Inside Game Center Mikado: One of the Best Arcades in Japan, Akihabara Will Look Different After This Arcade Closes, SegaSammy Fiscal Year Ending March 2021 Presentation

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close