สรุปเนื้อเรื่อง Serious Sam 3: BFE จุดเริ่มต้นของซีรีส์เกมถอยหลังยิงสุดมัน

หลายคนที่กดเข้ามาอ่านน่าจะงงว่า อ้าว มันเป็นภาค 3 นี่ ทำไมถึงบอกว่าเป็นจุดเริ่มต้น ? เพราะจริง ๆ แล้ว Serious Sam 3: BFE นั้น มีชื่อเต็ม ๆ ว่า Before First Encounter หรือก็คือเนื้อเรื่องก่อนเหตุการณ์ของภาคแรกนั่นเอง

หลายคนอาจจะคิดว่า เกมเดินหน้า (หรือถอยหลังยิง?) แบบนี้มันมีเนื้อเรื่องด้วยหรือเนี่ย ก็ต้องมีแน่นอนอยู่แล้ว เพราะไม่งั้นเราคงไม่มีคำตอบว่าทำไมพี่แซมของเราถึงต้องเดินหน้าไล่ล้างบางเหล่ามวลมหาประชาปีศาจซะเหี้ยนขนาดนั้น ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มต้นไปด้วยกันกับ สรุปเนื้อเรื่อง Serious Sam 3: BFE

จุดเริ่มต้นหายนะของมวลมนุษยชาติ

ในศตวรรษที่ 21 ปีค.ศ.2060 มนุษยชาติค้นพบที่น่าตื่นตะลึง ใต้ผืนทรายที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่มนุษยชาติจะจำความได้ มีบางสิ่งบางอย่างที่ที่โบราณและเก่าแก่มากกว่าปิรามิดและสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ในอียิปต์ แต่เทคโนโลยีของมันกลับล้ำหน้าไปไกลเกินกว่าที่มนุษย์ยุคศตวรรษที่ 21 จะเข้าใจได้

การค้นพบครั้งนี้ทำให้มนุษยชาติก้าวหน้าไกลยิ่งกว่าครั้งใด ๆ ทุกอย่างเหมือนกำลังไปได้สวย แต่ก็ไม่นานนัก..

ในปี 2104 เผ่าพันธุ์มนุษย์ถูกบุกโจมตีโดยเหล่าสัตว์ประหลาดต่างดาวเดนตายด้วยจำนวนมืดฟ้ามัวดิน เหล่ามนุษย์ต่อสู้อย่างกล้าหาญ แต่เหมือนจะไม่มีอะไรหยุดยั้งเหล่าสัตว์ประหลาดได้เลย กองกำลังปีศาจกลุ่มนี้นำโดย Mental ราชาปีศาจที่จะตื่นขึ้นมาทุก ๆ 1 แสนปี พร้อมที่จะทำลายดาวดวงใดก็ตามในระบบสุริยจักรวาล และคราวนี้เป้าหมายของมันก็คือโลก

การต่อสู้อย่างดุเดือดของเหล่ามนุษย์และสัตว์ประหลาดจาก Mental ทำให้มนุษย์จำเป็นต้องหันไปพึ่งทางออกสุดท้ายนั่นคืออุปกรณ์เก่าแก่ที่พวกเขาขุดค้นพบเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อน นั่นคือ Time-Lock แผนการคือส่งใครคนใดคนหนึ่งย้อนเวลาไปจัดการเหล่าสัตว์ประหลาดเหล่านี้ให้สูญสิ้น แต่ก่อนหน้านั้น พวกเขาต้องรู้ก่อนว่า Time-Lock นั้น ทำงานอย่างไร และนั่นคือภารกิจที่ Sam Stone ตัวเอกของซีรีส์ต้องไปทำ ก่อนจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

ภาระอันหนักอึ้งของชายชื่อ Serious Sam

Serious Sam หรือชื่อจริง Sam Stone นายทหารยศร้อยเอกแห่งกองกำลัง EDF (Earth Defense Force) ถูกส่งตัวไปยังอียิปต์ร่วมกับหน่วยอัลฟ่า เพื่อตามหาตัวนักวิทยาศาสตร์ Dr.Stein ที่น่าจะมีกุญแจไขความลับการทำงานของเครื่อง Time-Lock

ปัญหาคืออียิปต์ในตอนนั้นถูกกองกำลังของพวก Mental ยึดไว้เรียบร้อย และระหว่างที่กำลังเดินทางเข้าเมือง เฮลิคอปเตอร์ของแซมก็ถูกโจมตีจนเครื่องตก แซมพลัดหลงกับทีม และเมื่อกลับมาที่ซากเฮลิคอปเตอร์ก็พบว่าพวกหน่วยอัลฟ่าถูกฆ่าตายเรียบ และนี่คือภารกิจ One Man Show ของเขา

แซมบุกเดี่ยวไปยังจุดรับตัว Dr.Stein แต่ก็สายเกินไป Dr.Stein ถูกฆ่าตายแล้ว แต่โชคดีที่ข้อมูลสำคัญของ Time-Lock ยังอยู่ในโทรศัพท์ของเขา แซมใช้ข้อมูลตรงจุดนี้บุกไปจนค้นพบผังโฮโลแกรมลึกลับที่เชื่อมโยงกับเมืองโบราณปริศนา เขาจึงทำการอัปโหลดข้อมูลนี้ส่งกลับไปที่ฐานทัพ

จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า การจะเปิดใช้งานเครื่อง Time-Lock ได้นั้น จำเป็นจะต้องใช้แหล่งพลังงานพลาสม่า ต้นสังกัดหน่วย EDF ได้ส่งทีม Charlie ที่นำโดย Hellfire เข้ามาแทรกแซงการทำงานของเขา พร้อมกับบอกว่าคนที่จะเข้าสู่ Time-Lock นั้นจะเป็นพวกเขาเอง แถมยังไล่แซมออกจากหน่วยและเขายังติดอยู่ท่ามกลางเหล่าสัตว์ประหลาดในกรุงไคโร แต่สุดท้ายหน่วย Charlie ก็พลาดท่า Hellfire ก็ถูกซุ่มโจมตีจนเสียชีวิต

ถึงตอนนี้แซมรู้แล้วว่าตัวการที่มาก่อความไม่สงบบนโลกของพวกเขาก็คือ Mental สิ่งมีชีวิตโบราณที่จะตื่นขึ้นทุก ๆ 100,000 ปี Mental ได้บุกไปยังฐานทัพของเหล่า EDF และฆ่าพวกมนุษย์ที่เหลือจนหมดสิ้น เผ่าพันธุ์มนุษย์ถึงจุดวิกฤติ และแซมกลายเป็นมนุษย์คนสุดท้ายที่มีชีวิตอยู่บนโลก (Last Man on Earth)

แซมตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะใช้ Time-Lock ในการย้อนเวลาไปฆ่าเจ้า Mental และเหล่าสัตว์ประหลาดเดนตายทั้งหมด เขามุ่งหน้าไปยังวิหาร Hatshepsut ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Time-Lock

บุรุษคนสุดท้ายของเผ่าพันธุ์มนุษย์กับจุดเริ่มต้น ‘The First Encounter’

หลังจากแซมมาถึงวิหาร Hatshepsut สิ่งที่เขาเจอคือกองกำลังนับไม่ถ้วนของพวก Mental ที่หวังจะจัดการมนุษย์คนสุดท้ายบนโลก แต่อย่าหวังว่าจะมีอะไรจัดการชายชื่อแซมได้ และในการฝ่าไปหาเครื่อง Time-Lock ครั้งนี้ แซมยังได้ฆ่า Ugh-Zan ที่ 4 ซึ่งตามไทม์ไลน์แล้วเป็นพ่อของ Ugh-Zan ที่ 3 ในเกมภาค First Encounter และเปิดใช้งานเครื่อง Time-Lock สำเร็จ

ก่อนที่เขาจะเข้าสู่ Time-Lock ความห้าวเป้งของแซมจึงได้ใช้โทรศัพท์โทรไปหา Mental (ได้อย่างไรก็ไม่ทราบได้) และคนรับสายคือ Judy ซึ่งเป็นลูกสาวของ Mental โดยแซมบอกจูดี้ไว้ว่า ให้เตรียมตัวรอไว้ เพราะเขากำลังจะไปฆ่าพ่อของเธอแล้ว

จูดี้ซึ่งไม่แยแสอะไรก็บอกแซมกลับมาว่า งั้นเธอต้องรีบหน่อยนะ เพราะพ่อฉันกำลังจะเอาดวงจันทร์โหม่งโลกของเธอแล้ว แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องจริง Mental กำลังชักนำดวงจันทร์ให้พุ่งชนโลก แซมกระโดดเข้าสู่เครื่อง Time-Lock ได้ทัน และย้อนเวลาสู่ 3000 B.C. หรือสามพันปีก่อนคริสตกาล เพื่อเริ่มต้นจัดการ Mental ให้ตายเสียก่อนที่มันจะฟื้นขึ้นมาบนโลก และกลายเป็นจุดเริ่มต้นไปสู่ Serious Sam ภาคแรก ‘The First Encounter’

ซึ่งเนื้อเรื่องต่อจากนี้ก็แทบจะไม่มีอะไรแล้ว นอกจากแซมเดินหน้าฆ่าล้างบางปีศาจจนเละเทะ ไม่ต่างอะไรกับ Doom Guy ที่ไล่ล่าเหล่าอสูรกายจนแทบจะสูญสิ้นเผ่าพันธุ์

ในส่วนของเนื้อเรื่อง Serious Sam 4 นั้น ยังไม่มีการยืนยันว่าจะเล่าเรื่องช่วงไหน แต่ใน Official Trailer นั้นบอกว่าจะเป็นเนื้อเรื่องที่ย้อนไปก่อนภาค 3 (ย้อนเก่งมาก) และจะออกมาเป็นแบบไหน ก็รอเล่นกันได้ในวันที่ 24 กันยายนที่จะถึงนี้

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close