สรุปเนื้อเรื่อง Payday 2


Payday 2 เป็นเกม FPS ที่อยู่คู่กับเหล่าเกมเมอร์ทั่วโลกมานานกว่า 5 ปี มีการอัพเดตเพิ่มเนื้อหาใหม่เข้าไปอย่างมากมายและต่อเนื่อง แต่บางคนอาจจะคิดว่าเกมนี้มีเนื้อเรื่องด้วยหรือ ? ก็ต้องบอกว่ามีและทางทีมงาน Overkill ก็วางเนื้อเรื่องและ Easter Egg ต่าง ๆ เอาไว้ในเกมอย่างแนบเนียนและน่าติดตามอย่างมาก มาดูกันดีกว่าว่าเนื้อเรื่องในเกมนี้มีที่มาที่ไปและมีจุดจบอย่างไรกันบ้างครับ

บทความนี้จะเป็นการสรุปเหตุการณ์หลัก ๆ ในเกมภาคแรกและภาคสอง ที่มีผลต่อตัวละครในเกมเกือบทั้งหมด โดยอาจจะมีการตกหล่นไปบ้างเพราะทางทีมพัฒนาซ่อนความลับเกี่ยวกับเนื้อเรื่องบางอย่างเอาไว้ใน Easter Egg ของแต่ละฉาก หลายประเด็นยังมีการถกเถียงกันอยู่ และจำเป็นต้องข้ามเนื้อหาบางส่วนไป ซึ่งถ้ามีข้อผิดพลาดหรือตกหล่นตรงไหนต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

จุดเริ่มต้นของแก๊ง Payday

ปี 2011 ธนาคาร First World Bank ได้ถูกกลุ่มโจรสี่คนในชุดสูทสวมหน้ากากตัวตลกบุกปล้นอย่างอุกอาจกลางเมือง กวาดเงินไปได้มากมาย ทั้งสี่คนใช้ชื่อแฝงว่า Dallas, Hoxton, Chains และ Wolf หลบหนีไปอย่างไร้ร่องรอย ทุกอย่างถูกวางแผนเอาไว้อย่างเป็นระบบ มีการวางเส้นทางหลบหนีและอุปกรณ์เพียบพร้อม พยานในที่เกิดเหตุให้การว่า พวกเขาทั้งสี่คนเรียกตัวเองว่า แก๊ง Payday

แก๊ง Payday ยังคงก่อคดีปล้นในเมืองอย่างอุกอาจหลายต่อหลายครั้ง เช่นขโมยทองคำมูลค่ามหาศาลจากรถขนส่งที่มีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนา(Slaughterhouse) ปล้นแม่พิมพ์ธนบัตรปลอมจากนักธุรกิจใต้ดิน(Counterfeit) หรือขโมยไวรัสอันตรายจากเขตกักกันโรคในโรงพยาบาล Mercy Hospital(No Mercy) เรียกว่าเป็นการปล้นที่มีมูลค่ามหาศาลมากจนตำรวจไม่อาจวางเฉยได้ ซึ่งทั้งสี่คนมีคนหนุนหลังที่เป็นนักวางแผนตัวฉกาจที่ไม่เคยมีใครเห็นหน้า เป็นบุคคลลึกลับที่ล่วงรู้ทุกอย่างในทุกแห่งที่พวกเขาย่างกรายเข้าไป ซึ่งชื่อของเขาก็คือ Bain

Hoxton พลาดท่า

วันหนึ่งในปี 2012 James Hoxworth หรือ Hoxton หนึ่งในสมาชิกแก๊ง Payday รุ่นแรกสุดถูก FBI จับกุมตัวเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นผลมาจากการตรวจสอบ DNA ที่อยู่ใน First World Bank และห้องเซฟของ Garnet Group(Diamond Heist) หลักฐานที่มีแน่นหนามัดตัวจนเขาดิ้นไม่หลุด เป็นผลให้เข้าต้องโทษจำคุกทันที โดยในเรือนจำเขาได้เจอกับ Matt คนขับรถตู้คนเก่าของแก๊ง Payday ที่กลายเป็นสายให้ FBI จับตัวเขาได้ ซึ่ง Hoxton ก็อัด Matt จนน่วมเพื่อชำระแค้นที่ทำให้เขาถูกจับกุมตัว ซึ่งระหว่างที่ถูกคุมขังก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นทำให้ใบหน้าของเขาเสียโฉม กลายเป็นแผลไฟไหม้ตั้งแต่ตอนนั้น และแม้จะถูกคุมขังเอาไว้ เขาก็ยังแอบติดต่อกับ Bain อย่างลับ ๆ เพื่อวางแผนในการหลบหนี(มีทฤษฎีว่า James ถูกสารฟอกขาวลวกเข้าที่หน้าระหว่างการวิวาทชกต่อยในคุก ซึ่งตรงนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน ส่วนสาเหตุจริง ๆ นั้นยังไม่มีการประกาศออกมา)

หลังจากผ่านไปสองปี(หนึ่งปีหลังจากที่ James ถูกจับกุมตัว) Dallas หัวหน้าแก๊ง Payday ได้ให้น้องชายของตนมารับตำแหน่ง Hoxton แทนที่ James และออกทำภารกิจปล้นธนาคารและห้างร้านอื่น ๆ ตามปกติ โดยมี Bain คอยจัดหางานมาให้ผ่านทาง crime.net เครือข่ายพิเศษสำหรับคนที่ต้องการติดต่องานสกปรกทั้งหลาย เช่นปล้นธนาคารหรือหาผู้ช่วยในการขนส่งยาเสพย์ติด โดยมีผู้ว่าจ้างมากมายที่ส่งต่องานมาให้แก๊ง Payday เช่น Vlad มาเฟียยูเครนที่ชอบมอบงานแปลก ๆ มาให้พวกเขา Hector เจ้าพ่อเครือข่ายยาเสพติดที่ใหญ่ที่สุดใน Washington DC ซึ่งผลจากการปฏิบัติการที่มีความสำเร็จสำเร็จแทบจะเป็น 100% ทำให้มีผู้ว่าจ้างหลายคนเริ่มให้ความสนใจในตัวชาวแก๊ง Payday มากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น John Simmons สมาชิกวุฒิสภาที่ใช้นามแฝง The Elephant กับงานที่เกี่ยวข้องกับวงการเมืองของอเมริกา(Election Day, Big Oil, Framing Frame, The Biker Heist) และงานอื่น ๆ จากผู้ว่าจากเดิมอย่าง Vlad หรือจาก Bain ที่รับมาจากผู้สนับสนุนคนอื่น ๆ เช่น Gage พ่อค้าอาวุธขาพิการที่จัดแจงงานปล้นโกดังสินค้าของ Murkywater กลุ่มทหารรับจ้างที่มีทั้งอิทธิพลและเงินทุนมหาศาล(Shadow Raid)

หมอฟันผู้ลึกลับ

จนกระทั้งวันหนึ่ง Bain ได้รับการติดต่อมาจากชายลึกลับที่เรียกตัวเองว่า The Dentist โดย Dallas ได้เข้าไปพบกับเขาตัวตัวต่อในคลินิกทันตกรรมแห่งหนึ่งใน Washington DC และพบว่าเขารู้ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับแก๊ง Payday ทั้งชื่อสมาชิกและผลงานที่ผ่านมา The Dentist ได้มอบหมายงานให้พวกเขาเพื่อแลกกับอิสรภาพของอดีตเพื่อนร่วมทีมที่ถูกจับกุมตัวไปอย่าง James Hoxworth ที่ซึ่งเขามีหมายกำหนดการในการเคลื่อนย้ายตัวของเรือนจำพิเศษที่กำลังขนส่งตัวนักโทษไปยังเรือนจำที่มีการรักษาความปลอดภัยที่เบาบางลง Dallas จึงรวบรวมสมาชิกแก๊ง Payday ทุกคนทำภารกิจให้กับ The Dentist อย่างสุดกำลัง(The Big Bank, Hotline Miami)

จนในที่สุด ด้วยความช่วยเหลือจาก The Dentist, The Elephant และ Bain ก็ทำให้พวกเขาสามารถช่วย James ออกมาได้สำเร็จ(Hoxton Breakout) แต่หลังจากที่ภารกิจช่วยเหลือสำเร็จแล้ว James มีความต้องการที่จะล้างแค้น และสืบหาให้เจอว่าใครที่ทำให้เขาต้องถูกจับตัว และแก๊ง Payday ก็ได้ตัดสินใจบุกเข้าสำนักงานใหญ่ของ FBI เพื่อค้นหาว่าใครคือคนทรยศที่แอบขายเขาให้กับ FBI(Hoxton Breakout Day 2) ซึ่งถึงแม้จะได้ข้อมูลมาแต่ก็ยังระบุไม่ได้ว่าคือใคร แต่หลังจากนั้น The Dentist ก็ได้ส่งงานชิ้นใหม่มาให้ นั่นก็คือขโมยเพชรต้องสาป The Diamond ในพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งที่จัดแสดงเอาไว้ ซึ่งงานนี้พวกเขาได้สมาชิกใหม่คือ Clover ตีนแมวจากไอร์แลนด์ที่เป็นอดีตลูกศิษย์ของ James ในสมัยที่ยังเป็นนักย่องเบาอยู่มาช่วยเหลือในงานนี้ด้วย ก่อนที่จะช่วยงานให้กับแก๊ง Payday มานับตั้งแต่นั้น

การแก้แค้น

และในที่สุดสิ่ง James รอคอยก็มาถึง เมื่อเขาพบกับแหล่งกบดานของคนทรยศที่ทาง FBI นำตัวมาหลบซ่อน ซึ่งก็คือ Safe House ของทาง FBI ที่มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา ซึ่งสุดท้ายคนทรยศก็คือ Hector นั่นเอง โดยในตอนแรก Bain ไม่เชื่อว่าจะเป็นเขา แต่จากหลักฐานต่าง ๆ ที่มาจากงานของเขาเช่น Watch Dogs ที่ทางตำรวจรู้ว่าพวกเขากำลังขนส่งยาเสพติดไปยังผู้รับซื้อ และหลักฐานเชื่อมโยงอื่น ๆ ที่อยู่ในบ้านก็เพียงพอที่จะบอกได้ว่าเขาคือคนทรยศที่แก๊ง Payday ตามหามานาน

The Dentist เสนองานชิ้นสุดท้ายให้กับแก๊ง Payday ก็คือการบุกปล้น Golden Grin Casino ใน Las Vegas ซึ่งมีของสิ่งหนึ่งที่ The Dentist ต้องการมากที่สุดเก็บซ่อนอยู่ โดยในการปล้นครั้งนี้มีสมาชิกใหม่อย่าง Sokol นักฮอคกี้น้ำแข็งจากรัสเซียที่ทาง The Dentist แนะนำมาด้วย โดยหลังจากที่บุกเข้าไปแล้ว สิ่งที่ถูกค้นพบในนั้นก็คือกล่องใบหนึ่งที่แม้แต่ Bain เองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร และทาง The Dentist ก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับกล่องใบนี้อีก

แก๊งPayday ยังคงมีสมาชิกใหม่มาเสริมทัพอยู่อย่างต่อเนื่อง เช่น Dragan จากโครเอเชียที่เป็นคนสนิทของ The Butcher แม่ค้าอาวุธที่ทำธุรกิจค้าขายเนื้อสดบังหน้า John Wick นักฆ่าชาวอเมริกันเจ้าของฉายา The Boogie Man และคนอื่น ๆ อีกมากมายที่เข้ามาเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าตอนนี้เป็นอันตรายทั้งต่อกองกำลังตำรวจและนักธุรกิจใต้ดินทั้งหลายไปแล้ว

Crime.net ถูกคุกคาม

วันหนึ่งมีผู้แฮคเข้ามาในระบบของ crime.net โดยขู่ให้แก๊ง Payday ทำงานให้เขา ไม่เช่นนั้นเขาจะลบฐานข้อมูลและทำให้ crime.net หายไปตลอดกาล ซึ่งผู้ที่แฮคเข้ามาก็คือ Vernon Locke เจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์กรทหารรับจ้าง Murkywater นั่นเอง โดยเขาได้เสนองานสองชิ้นในการขโมยสิ่งอยู่ใน Murkywater ออกมา(Beneath the Mountain, Birth of Sky) และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาก็เป็นผู้สนับสนุนแก๊ง Payday ในด้านข้อมูลและงานต่าง ๆ เช่นเดียวกับ Bain

อดีตยากูซ่า และบุตรชายที่สาปสูญ

แม้ทางตำรวจจะเพิ่มกองกำลังในการปราบปรามมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งชาวแก๊งและ crime.net ได้ และสำหรับสมาชิกอีกคนที่มีความสำคัญต่อทีมก็คือ Jiro อดีตยากูซ่าที่ถูกแก๊งของตัวเองหักหลังเพราะเขาได้ฝ่าฝืนกฎของแก๊งเมื่อหลายปีก่อน และเขาได้ติดต่อกับ Bain เพื่อตามหาลูกชายของเขา Kento ในอเมริกา โดยหลังจากที่ Jiro ได้ร่วมงานและสะสางปัญหาหลายอย่างให้กับชาวแก๊ง Payday และ Bain ไปเป็นอย่างดี ในที่สุด Locke ก็ติดต่อเข้ามาพร้อมกับข้อมูลที่ Jiro สนใจ นั้นก็คือข้อมูลของ Kento ลูกชายของเขา โดยระบุว่าคนที่รู้เรื่องนี้ก็คือ Matt คนขับรถพาหนีคนเก่าของแก๊งคนเดิม ซึ่งเมื่อนัดพบเจอกันเพื่อแลกกับข้อมูลแล้ว เรื่องราวกลับไม่เป็นไปตามคาดเพราะ Matt หักหลังพวกเขาอีกครั้งและหลบหนีไปพร้อมตำรวจที่เข้ามาล้อมชาวแก๊ง (Heat Street) แต่ในคราวนี้ Matt ก็ไม่ได้ดวงแข็งเหมือนเดิม รถที่เขานั่งมาเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ชาวแก๊งสามารถนำตัวเขามาสอบสวนใน Safe House ได้สำเร็จ

หลังจากที่ทรมานเค้นความลับอยู่นาน ในที่สุด Matt ก็ยอมเอ่ยปากว่าคนที่รู้เบาะแสของ Kento ก็คือนักโทษสมาชิกแก๊งยากูซ่าชื่อ Kazuo ที่ถูกคุมขังอยู่ใน Long Island ด้วยการจัดการของ Bain ที่ให้การย้ายตัวเกิดขึ้น โดยชาวแก๊ง Payday ได้อาศัยจังหวะที่รถจอดติดอยู่ที่สะพานข้ามแม่น้ำ(Green Bridge) วางระเบิดแล้วอาศัยจังหวะชุลมุนชิงตัว Kazuo ออกมา แล้วขนส่งด้วยบอลลูนพิเศษได้สำเร็จ แต่ Kazuo ก็ไม่สามารถให้ข้อมูลที่ Jiro ต้องการได้ และรู้เพียงแค่ว่า Kento ยังอยู่ในอเมริกา และไม่ได้ทำงานให้กับแก๊งยากูซ่าต่อไปแล้ว และ Bain ก็สั่งให้ทุกคนยุติการค้นหา Kento เอาไว้ก่อนชั่วคราว

ไม่เป็นไปตามแผน

ไม่กี่เดือนต่อมา Locke ได้ติดต่อ The Butcher ในการสั่งซื้ออาวุธใหม่ ซึ่งได้ไหว้วานให้ทางแก๊ง Payday ช่วยเหลือ โดยนัดพบกันที่ Alaska ทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้สวย แต่ Locke กลับหักหลังทุกคนและปล่อยชาวแก๊งและลูกทีมของ The Butcher ตกอยู่ในวงล้อมของตำรวจจำนวนมหาศาล แต่ท้ายที่สุดพวกเขาและลูกสมุนของ The Butcher ก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ด้วยเรือขนส่งสินค้า The Butcher สัญญาว่าจะแก้แค้นล้างอายในสิ่งที่ Locke ทำกับเธอในครั้งนี้ (The Alaskan Deal)

หลายเดือนต่อมา Bain ได้มอบหมายงานใหม่ให้กับชาวแก๊งให้ไปที่ Los Angeles โดยให้พบกับทีมของ Cobat ที่ใช้ชื่อรหัสว่า Mr. Brown, Mr. Pink และ Mr. Blonde ในการปล้นร้านเพชรแห่งหนึ่ง(Reservoir Dog) ซึ่งดูเหมือนเป็นงานง่าย ๆ แค่ปล้นตามปกติและออกมาพร้อมเพชรเต็มกระเป๋า แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นไปดังคาดเพราะตำรวจได้ดักรออยู่ก่อนแล้ว ชาวแก๊ง Payday และทีมของ Cobat จึงต้องลำบากในการเอาเพชรออกมายิ่งกว่าเดิม

หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยและเตรียมตัวหนีอยู่นั้น จู่ ๆ สัญญาณจากฝั่งของ Bain ก็มีเรื่องเกิดขึ้น มีคนพบที่ซ่อนของ Bain และจับตัวเขาไปได้ สิ่งสุดท้ายที่ Bain ฝากเอาไว้คือให้แก๊ง Payday ติดต่อ Locke เพราะเขาคือคนเดียวที่สามารถไว้ใจได้ในตอนนี้ ซึ่งชาวแก๊งก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำตามคำขอของ Bain

หลังจากที่หลบหนีออกมาได้ด้วยความช่วยเหลือของ Locke และทีมของ Cobat เรื่องราวทั้งหมดได้ถูกเปิดเผย Locke เป็นสายลับสามหน้าให้กับ Bain และ Merkywater รวมไปถึงกลุ่มคนที่จับตาดูและเตรียมหักหลังพวกเขา การลอบโจมตีใน Alaska เป็นการจัดฉากเพื่อล่อให้คนทรยศเผยตัวออกมา และก็พบว่ากลุ่มคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีอำนาจมากยิ่งกว่าตัวของ Bain เอง แต่ยังไม่ทันที่จะได้จัดการทำอะไร Bain ก็ถูกจับตัวไปเสียก่อน

ผู้ถือไพ่เหนือกว่า

ข้อมูลที่ Bain และ Locke ได้มาก็คือ Merkywater มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ซึ่ง Locke พยายามติดต่อคนวงในแต่ก็ไม่มีใครปริปากออกมา โชคดีที่สมาชิกใหม่อย่าง Duke หัวขโมยที่หลงใหลในงานศิลปะได้ชี้เบาะแสว่า มีสิ่งประดิษฐ์ชิ้นหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้แอบซ่อนอยู่ในธนาคาร Brooklyn Bank และเมื่อพวกเขาบุกเข้าไปได้ สิ่งที่ซ่อนอยู่นั้นนอกจากทองคำก็คือเหรียญอันหนึ่งที่ Locke บอกว่ามีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับกล่องลึกลับที่พวกเขาเจอใน Golden Grin Casino(Brooklyn Bank)

ไม่นานหลังจากนั้น วุฒิสมาชิก John Simmons หรือ The Elephant ได้ถูกทาง FBI จับกุมตัว พวกเขาก็ได้เจอข้อมูลอีเมล์ที่คนกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า Kataru ส่งให้กับ Commissioner Garrett ของ FBI ว่าให้ช่วยส่งมอบของที่ Simmons ครอบครองอยู่มาให้พวกเขา ซึ่งชาวแก๊ง Payday ก็จำเป็นต้องบุกเข้าไปยังสำนักงานใหญ่ของ FBI อีกครั้งหนึ่งเพื่อชิงของสิ่งนั้นมาก่อนที่จะถูกส่งมอบ(Breaking Fed) ซึ่งของที่ถูกเก็บมานั้นคือกล่องในลักษณะเดียวกันกับที่พวกเขาเคยนำไปให้ The Dentist แต่มีสัญลักษณ์อีกแบบหนึ่ง

ความจริงปรากฎ

เบาะแสต่อไปที่ Locke พบก็คือสถานที่ซ่อนของกล่องลึกลับอีกสองชิ้นที่เหลือ โดยองค์กร Merkywater ได้เก็บไว้ในฐานทัพลับ Henry Rock ที่มีการคุ้มกันแน่นหนามาก หลังจากที่การบุกปล้นประสบความสำเร็จและกำลังจะหลบหนีนั้น ในห้องฝั่งตรงข้ามได้เปิดออกมา ด้านหลังกระจกกันกระสุนมีชายชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหลัง และภาพจากจอทีวีที่ปรากฏขึ้น เป็น Bain ที่ถูก The Dentist จับตัวมาทรมาน และชาวญี่ปุ่นที่ปรากฏตัวออกมานั้นก็คือ Kento ลูกชายของ Jiro ที่ตามหามานาน ซึ่งได้กลายเป็นหนึ่งในพวกของ Murkywater และ Kataru และหลังจากที่จบงานนี้ไป Jiro ก็ไม่ปริปากพูดอะไรอีกเลย

ชาวแก๊ง Payday ยังคงดำเนินแผนการในการช่วยเหลือ Bain อย่างต่อเนื่อง ด้วยคำแนะนำของ The Elephant และ Duke ทำให้แก๊ง Payday สามารถขโมยศิลาสีดำที่อยู่ในงานประมูลมาได้สำเร็จ(Shacklethorne Auction) ซึ่งเป็นของสำคัญที่ทำให้สามารถระบุสถานที่คุมขังของ Bain ได้ และตำแหน่งของคุกที่คุมขังเขาเอาไว้ โดยอยู่ที่เกาะนรก Hell’s Island ที่ตอนนี้อยู่ในความครอบครองของพวก Merkywater

แม้จะลักลอบเข้าไปที่เกาะได้สำเร็จ แต่พวก Merkywater ก็เตรียมพร้อมรอตลบหลังชาวแก๊งกันอยู่แล้ว หลังจากศึกที่ยาวนานที่มาพร้อมคำพูดยั่วยุของ The Dentist ในที่สุดแก๊ง Payday ก็สามารถปล่อยตัว Bain ออกมาจากที่คุมขังได้สำเร็จ และ Bain ก็จัดการจบชีวิตของ Kento ลงต่อหน้าพวกเรา แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ทรุดโทรมลงอย่างมาก ทำให้ Locke ต้องลงมาช่วยพาร่างอันไร้สติของ Bain ไปยังเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้หลบหนี(Hell Island)

เมื่อหนีรอดออกมาได้สำเร็จ อาการบาดเจ็บของ Bain นั้นก็ไม่ดีขึ้น เนื่องมาจาก The Dentist ใช้อาวุธไวรัสเล่นงานเขาในระหว่างคุมขัง ซึ่งเป็นไวรัสตัวเดียวกับที่ชาวแก๊ง Payday ขโมยมาจากโรงพยาบาล Mercy Hospital เมื่อหลายปีก่อน (No Mercy) และไม่มียารักษา ทำให้เวลาของเขาเหลือน้อยลงอย่างมาก สิ่งสุดท้ายที่อยู่ในใจ Bain ก็คือการปล้นครั้งสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด นั้นก็คือการบุกเข้าทำเนียบขาว ที่ ๆ ซึ่งมีสิ่งที่ทั้ง Bain และชาวแก๊งต้องการรออยู่

ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ชาวแก๊ง Payday ก็ได้เข้ามาถึงใจกลางของทำเนียบขาว โดยมีตัวเลือกที่ต่างกันสองแบบดังต่อไปนี้

  • เล่นไปตามปกติ โดยทำภารกิจตามที่เกมแนะนำไปเรื่อย ๆ จนจบ สิ่งที่อยู่ในตู้เซฟก็คือจดหมายนิรโทษกรรม ลบล้างความผิดทั้งหมดที่มีติดตัวชาวแก๊ง Payday หลังจากที่จบภารกิจ Bain จะขอบคุณทุกคนพร้อมจากไปอย่างสงบ เมื่อจบภารกิจ White House จะมีหัวข้อใหม่ขึ้นมาให้เลือกในหน้าเริ่มเกมชื่อว่า The End ซึ่งเป็นคลิปวิดีโอที่ชาวแก๊ง Payday ทุกคนมาร่วมไว้อาลัยแก่การจากไปของ Bain ในเม็กซิโก ทุกคนโยนหน้ากากประจำตัวลงในหลุมศพที่ฝัง Bain เอาไว้ ยกเว้น Dallas ที่ยังคงถือหน้ากากของตัวเองเอาไว้ พร้อมกับตัดฉากไปโดยที่ไม่ได้แสดงว่าเขาได้โยนมันลงไปหรือไม่

  • ทำเงื่อนไขพิเศษ ไขปริศนาที่อยู่ในกล่องทั้งสามใน Safe House ได้สำเร็จ(สำหรับเงื่อนไขขอยกยอดไปพูดถึงในคราวหลัง) ซึ่งในช่วงกลางของภารกิจ White House ไม่ต้องทำตามที่เกมบอก ให้เข้าไปในห้องประชุมตรงที่มีกรอบรูปวาดแบบมายัน เอารูปภาพออกและนำ C4 มาระเบิดเปิดทางไปต่อ ในนั้นจะมีประตูลับที่ผู้เล่นต้องแก้ไขปริศนา เมื่อเปิดเข้าไปได้แล้วเราจะพบกับสิ่งประดิษฐ์บางอย่าง พร้อมกับเสียงขู่ฆ่าจาก The Dentist ซึ่งหลังจากที่ล้างแค้น เชือด The Dentist ไปแล้ว Locke จะพา Bain เข้าไปด้านใน พร้อมกับให้แก๊ง Payday วางทองคำของชาวมายันลงไปในช่องให้ครบให้หมด และหลังจากนั้นทุกอย่างก็สว่างขึ้นและก็จบด่านลง

หลังจากที่จบด่านลงเราจะได้ฉากจบที่แท้จริง ชาวแก๊ง Payday ร่วมฉลองกันในริมชายหาดอย่างครึกครื้นโดยมีเหล่าอดีตนายจ้างมาร่วมงานด้วย สมาชิกแก๊งดั้งเดิมทั้งสี่คนร่วมดูข่าวแถลงการณ์จากทำเนียบขาวถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากฝีมือของแก๊ง Payday ประธานาธิบดีของสหรัฐแถลงว่าตอนนี้ความวุ่นวายได้ผ่านพ้นไปแล้ว และถึงเวลาที่จะฟื้นฟูประเทศให้กลับมาดียิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่หนึ่งหรือสอง แต่เป็นสามเท่า และขอให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจ”มาลุยด้วยกัน”

ส่วนอีกหนึ่งคลิปเป็นฉากเครดิตที่บอกเล่าว่าสมาชิกในแก๊งไปทำอะไรกันต่อ หลังจากจบเรื่องราวการปล้นครั้งนี้ไปแล้ว

  • Dallas – เขาใช้เงินที่ได้มาจากการปล้นไปซื้อเรือสำราญลำใหญ่ ตั้งชื่อว่า Medic Bag ออกท่องเที่ยวผจญภัยไปทั่วโลก โดยในบางครั้งก็มีสมาชิกแก๊งบางคนมาร่วมวงด้วย เล่าเรื่องการผจญภัยและการปล้นในอดีตให้กับทุกคนที่สนใจฟัง ซึ่งหนึ่งในเรื่องเล่านี้ก็คือมีเพชรสีแดงเม็ดใหญ่ประดับอยู่ในห้องถือหางเสืออยู่บนเรือนั่นเอง

  • Chains – หลังจากที่ทุกอย่างลงตัวก็ได้ย้ายไปอาศัยอยู่ที่ Los Angeles ทำตามความฝันโดยการเป็นครูฝึกใช้อาวุธและสตั๊นแมนเสี่ยงตาย ใช้เงินที่ได้มาสร้างอุตสาหกรรมเกี่ยวกับสตั๊นแมนและเอฟเฟคพิเศษที่ใช้ในภาพยนตร์ชื่อดังหลายเรื่อง ซึ่งหลังจากนั้น Gage อดีตพ่อค้าอาวุธคนสนิทของแก๊งก็มาร่วมด้วย ซึ่งในเวลานี้เขาสามารถกลับมาเดินได้แล้วจากเงินทุนที่ชาวแก๊งหามาได้

  • Wolf – ช่วงแรกนั้นเขาได้ร่วมเดินทางไปกับ Dallas และชาวแก๊งในเรือสำราญ ก่อนจะเริ่มเบื่อและย้ายกลับไปสวีเดนบ้านเกิด กลับสู่โลกนอกกฎหมาย และไม่มีใครพบเห็นเขาอีก หลายคนในโลกใต้ดินบอกว่าเขาตัดสินใจที่จะ “get the fck out”

  • Hoxton – เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพักผ่อนหย่อนใจริมหาดและปาร์ตี้อย่างสุดเหวี่ยง และยังคงแวะเวียนไปเล่นการพนันใน Las Vegas อยู่บ่อย ๆ และซื้อ Golden Grin Casino มาเป็นของตัวเอง จนถึงวันนี้ เขาก็ยังคงเล่นไพ่โป๊กเกอร์เพื่อที่จะยั่วล้อคู่อริที่เขาไม่ชอบหน้า และไม่สนใจว่าจะชนะหรือแพ้ไปอีกพักใหญ่

  • Houston – ในที่สุดเขาก็เลิกหลบซ่อนอยู่ในเงาของพี่ชายตัวเอง ออกเดินทางไปปักหลักที่เม็กซิโก เปิดร้านเหล้าที่เหล่าคนนอกกฎหมายนัดพบทำธุรกิจกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยมีเขาเป็นตัวกลางคอยไกล่เกลี่ย

  • Bodhi – กลายเป็นนักกีฬาแบบ Extreme แต่เกิดอุบัติเหตุจนโคม่าหายไปพักใหญ่ หลังจากที่พักฟื้นร่างกายแล้วก็สามารถทำลายสถิติทำ Skydive ได้สูงที่สุดในโลก และวางแผนใช้เงินที่ได้มาในการสร้างรถที่เร็วที่สุดในโลก

  • Bonnie – หลังจากแยกทางกับชาวแก๊งก็กลับบ้านเกิดที่ Glasgow ซื้อที่ดินและสร้างโรงกลั่นเหล้า “Bonnie’s Single Malt” และมันกลายเป็นเหล้าที่มีชื่อเสียงขจรไกลไปทั่วโลกทั้งในสังคมธรรมดาและโลกนอกกฎหมาย

  • Clover – ย้ายกลับบ้านเกิด ซื้อปราสาทที่เคยเป็นของกษัตริย์องค์สุดท้ายของไอร์แลนด์ ใช้เวลาในการขยายพันธุ์และฝึกฝนม้าสำหรับแสดงโชว์ โดยมี Aldstone อดีตพ่อบ้านของ Hoxton มาช่วยให้คำปรึกษาเพื่อปอกลอกพวกชนชั้นสูง หลังจากที่ไม่ค่อยพึงใจกับชีวิตในคาสิโนกับเจ้านายเก่ามากนัก

  • Dragan – ย้ายกลับบ้านเกิดในโครเอเชียพร้อมกับ The Butcher ในฐานะหุ้นส่วนทางธุรกิจ แต่ไม่นานก็เริ่มเบื่อชีวิตในโลกอาชญากรรม จึงออกมาทำธุรกิจโรงยิมระดับโลกในชื่อว่า Zagreb ที่สอนวิชาชกมวยและงานที่มีความยากเป็นพิเศษ ลูกศิษย์ของเขาหลายคนได้ดิบได้ดีกลายเป็นแชมป์โลกในวงการหลายสมัย

  • Ethan & Hila – ทั้งสองคนตัดสินใจหนีออกจากโลกอาชญากรรม และกลับไปสู่หนทางในการสร้างสรรค์คลิปในโลกออนไลน์ และสนุกกับความสำเร็จที่ได้รับ

  • Jacket – เลิกใช้เครื่องอัดเทปแล้วหันมาใช้การอัดเสียงแบบดิจิตัลที่สะดวกกว่าแทน เขาได้ออกไปสร้างแก๊งใหม่ที่มีฐานอยู่ใน Miami โดยมีชื่อเสียงจากการจ้างพวกนักเลงระดับหัวแถวมาเป็นพวก

  • Jimmy – เขาค้นพบสูตรลับในการผสมยากับอุปกรณ์สื่อประสาทของสมอง และได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ทางอวกาศสำหรับการทดลองลับสุดยอดที่ถูกปกปิดเอาไว้จากสาธารณชน

  • Jiro – เดินทางกลับไปญี่ปุ่นพร้อมกับ Sangres เพื่อจัดการเก็บกวาดพี่น้องยากูซ่าที่ยังเหลืออยู่ หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็จากญี่ปุ่นไปและไม่กลับมาอีก ตำนานเล่าว่าเขาออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับชีวิต

  • Sangres – เดินทางไปญี่ปุ่นพร้อมกับ Jiro หลังจากที่ช่วยเหลือเขาให้แก้แค้นแทนครอบครัวได้สำเร็จ ด้วยความดุดันของเขาทำให้สามารถไต่อันดับรับตำแหน่งหัวหน้ายากูซ่าที่มีคนนอกญี่ปุ่นเพียงหยิบมือที่สามารถทำได้ และด้วยชื่อเสียงที่แพร่หลายไปทั่ว ทำให้เขาได้รับฉายา Zannnin na Oyabun (ลูกพี่จอมโหด)จากแก๊งคู่อริ

  • John Wick – กลับไปสู่เส้นทางนักฆ่าที่เขาถนัดที่สุดและสร้างชื่อให้กับตัวเองจนกลายเป็นตำนาน หลังจากนั้นก็ได้เกษียณตัวเองและแต่งงาน พร้อมกับรับสุนัขมาเลี้ยง แต่ชีวิตอันผกผันทำให้เขาต้องกลับมาสู่วงการอีกครั้ง พร้อมกับเป็นตำนานให้เหล่าคนที่มาขวางทางเขาหวาดกลัวอย่างสุดหัวใจ

  • Joy – กลับไปเปิดร้านเกมอาร์เคดในเมือง Seattle โดยเป็นร้านที่ไม่มีเกมใหม่กว่าปี 1999 ให้เห็น ยกเว้นเกมที่เธอสร้างเอง และกลายมาเป็นเจ้าของบริษัทเกมเรโทรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้รับรางวัลมากมายจากเกมที่สร้าง

  • Rust – เขาทุ่มเทเวลาในการสร้างมอเตอร์ไซด์ขึ้นมาใหม่ตั้งแต่แรก โดยใช้อะไหล่จากแก๊งคู่อริที่ยึดมาได้ หลังจากที่รวบรวมเงินที่ได้มาจากในช่วงที่เป็นสมาชิกแก๊ง Payday จนเต็มกระเป๋า เขาก็ออกเดินทางไปยังดินแดนรกร้างเพื่อค้นหาการผจญภัยครั้งใหม่ และไม่มีใครพบเห็นเขาอีกตั้งแต่ตอนนั้น

  • Scarface – ออกเดินทางไปล่าจระเข้และหายตัวไปอย่างลึกลับ มีหลายคนบอกว่าเขาเดินทางไปยังแอฟริกาใต้ และถูกเรียกในชื่อใหม่ว่า “นายพัน” และเข้าร่วมกับกองกำลังพื้นเมือง อีกกระแสบอกว่าเขายังทำธุรกิจค้ายาอยู่ในฟลอริด้า แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เรื่องราวของเขายังถูกเล่าขานในโลกใต้ดินไปอีกนานแสนนาน

  • Sokol – เขารวมเงินที่ได้ย้ายไปอยู่ที่ประเทศไซปรัสพร้อมกับครอบครัวและเพื่อนฝูง หลายปีผ่านไป เขาก็แพร่ขยายอำนาจในประเทศจนกลายเป็นเจ้าขององค์กรเบื้องหลังที่ใหญ่ที่สุดในไซปรัส

  • Sydney – ละทึ้งชีวิตในโลกอาชญากรรมอย่างถาวรและย้ายไปอยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์ ฝึกฝนความสามารถในด้านกีฬาและเข้าแข่งขันโอลิมปิคจนได้รับเหรียญรางวัล เธอใช้ชื่อเสียงและเงินทองที่ได้มาตั้งมูลนิธิเพื่อต่อต้านโรคมะเร็งในเด็ก และยังออกเดินทางเพื่อช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากไปทั่วโลก

  • Duke – ใช้เงินที่ได้มาซื้อพิพิธพันธ์ในนิวยอร์ก และสร้างสายสัมพันธ์กับกลุ่มผู้รักงานศิลปะ หลังจากที่ออกเดินทางกว้านซื้องานศิลปะหายากจากทั่วโลกมาแล้ว พิพิธพันธ์ของเขายังจัดแสดงโชว์ “Chinese Blue” เพชรสีฟ้าต้องคำสาปจากภารกิจ The Diamond พร้อมกับวัตถุโบราณที่ไม่ระบุที่มาอีกหลายชิ้น ปัจจุบันอาศัยในอพาร์ทเม้นท์ในแมนฮัตตันกับภรรยาและเหล่าแมวที่รัก

  • Locke – ย้ายไปอยู่ในแคลิฟอร์เนียและเริ่มทำธุรกิจใหม่เกี่ยวกับความปลอดภัยในโลกออนไลน์ เป็นที่รู้จักในฐานะผู้พิทักษ์แห่ง Silicon Valley และเข้าแข่งขันกอล์ฟระดับมืออาชีพ สร้างความโกลาหลในการแข่งขันเพราะเครื่องแบบที่เขาสวมใส่ และทุกวันนี้เขาก็ไม่ได้เฉียดใกล้ระดับโลกในการแข่งขันแม้แต่น้อย
  • Bain – ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกเล่นงานด้วยไวรัสที่กัดกินร่างกาย ก็ประสบความสำเร็จในการปล้นครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด และคำพูดสุดท้ายของเขาจะดังกึกก้องอยู่ในโลกแห่งอาชญากรรมและวังวนแห่งอำนาจไปตลอดกาล

“Let’s do this!”