สรุปเนื้อเรื่องและเหตุการณ์ใน Hotline Miami 1 & 2 ตอนที่ 5: ไม่มีที่ไป

เรื่องราวอันบ้าคลั่งของกลุ่มคนต่าง ๆ ในไมอามี่ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งการฆ่า การแย่งชิง ที่เต็มไปด้วยความรุนแรง ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความบ้าคลั่งเหล่านี้ต้องการอะไร และจุดจบจะไปหยุดที่ตรงไหน ติดตามกันต่อไปได้เลย

ถอนตัว

18 พฤษภาคม 1991 ในรังของพวกแก็งมาเฟียรัสเซีย Son ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแทนที่พ่อของเขาที่เสียชีวิตไปเมื่อปี 1989 ที่ซึ่งในตอนนี้ แก็งมาเฟียรัสเซียได้อ่อนแอลงมาก Son ที่ต้องมองเห็นทุกอย่างรอบตัวค่อย ๆ พังลงมาและตกไปอยู่ในมือของพวกโคลอมเบียได้แต่เก็บความคั่งแค้นไว้ในใจ แต่ก็พยายามหาหนทางในการกลับมาผงาดและแก้แค้นอยู่ ด้วยการเตรียมขายยาเสพติดชนิดใหม่ที่ส่งเข้ามาจากรัสเซีย แต่ก่อนอื่นเขาต้องจัดการกับตัวปัญหาหลักเสียก่อน

ซึ่งเขาก็ได้เรียกตัวลูกน้องคนสนิท Henchman มาและรวมพรรคพวกไปถล่มคลับระบำโป๊ของพวกโคลอมเบีย เพิ่มเริ่มสงครามครั้งใหม่ แม้ Henchman จะไม่เห็นด้วย แต่ด้วยโทสะที่ครอบงำจิตใจเขามานานแสนนานจากการสูญเสียทุกสิ่ง ทำให้เขาไม่คิดที่จะฟัง ยังคงดึงดันที่จะไปถล่มพวกโคลอมเบีย และอ้างว่า ยิ่งปล่อยไป พวกมันก็จะยิ่งแพร่อำนาจไปมากขึ้น Henchman เห็นว่าป่วยการที่จะเถียงต่อ จึงยอมทำตามคำสั่งแต่โดยดี

หลังจากการล้างบางพวกโคลอมเบียเป็นไปตามแผน Son และ Henchman กลับมาพร้อมกับเงิน ยาเสพติด และผู้หญิงอีกเป็นโหล Son เตรียมที่จะฉลองใหญ่ แต่ Henchman กลับไม่รู้สึกที่จะร่วมยินดีกับเจ้านายของเขา หนำซ้ำยังขอลากลับบ้านไปหาแฟน Son ได้ยินดังนั้นจึงเตือนเขาว่า แฟนของเขานั้นดีเกินกว่าที่จะอยู่ร่วมชีวิตกับเขา และวันใดที่เธอรู้ว่าเขาทำงานแบบไหน เธอจะหนีเขาไปทันที แต่ก็ไม่กล่าวว่าอะไรเพิ่ม และยังให้เงินเป็นของรางวัลไว้ซื้อของให้แฟนด้วย

31 พฤศจิกายน 1991 Henchman ได้ไปแจ้งกับ Son ว่าเขาขอลาออกจากการทำงานให้กับองค์กร เพราะเบื่อหน่ายชีวิตความเป็นอยู่แบบนี้ ไม่อยาก​จะเสี่ยงตายอีกต่อไป เมื่อเห็นดังนั้น Son จึงยอมให้เขาออก แต่ก่อนไปก็ขอให้เขาไปทำงานให้เขาก่อนชิ้นหนึ่ง คือให้ไปจัดการกับร้านแยกชิ้นส่วนรถยนต์ของพวกโคลอมเบียก่อน และเอาของที่อยู่ในนั้นมาให้เขา พร้อมกับยื่นโอกาสให้เขากลับมาได้อีกครั้งถ้าเปลี่ยนใจ และให้ตัวอย่างยาชนิดใหม่ที่เพิ่งได้รับมาจากรัสเซียไปลองอีกด้วย

Henchman ไปถึงร้านแยกชิ้นส่วนรถพลางคิดในใจว่านี่คงเป็นงานสุดท้ายเสียที หลังจากที่ฆ่าทุกคนในนั้นจนหมด เขาก็เหลือบไปเห็นเด็กแก๊งโคลอมเบียคนหนึ่งกำลังขนเงินหนีตาย แต่ก็ไม่สามารถรอดสายตาเขาไปได้ หลังจากฆ่าเจ้าเด็กคนนั้นลง Henchman รู้ว่าต้องเอาเงินก้อนนี้ไปให้กับเจ้านายของเขา แต่เงินที่อยู่ตรงหน้านั้นช่างล่อตาล่อใจ ความอิจฉาและคั่งแค้นที่อยากมีชีวิตอย่างหรูหรา ทำให้เขาเลือกที่จะเก็บเงินก้อนนี้เอาไว้กับตัวเองแทน และเตรียมหลบหนีไปจากชีวิตบัดซบนี้ เขาจึงหยิบกระเป๋าเงินและรีบนำมันกลับมาที่บ้านของตัวเองทันที พร้อมกับไว้ชีวิตเด็กแก๊งโคลอมเบียคนสุดท้ายเอาไว้

ทางตัน

หลังจากที่กลับมาถึงบ้าน แฟนของ Henchman ที่ชื่อ Mary ก็รอต้อนรับเขาอยู่ หลังจากถามไถ่เรื่องงานและอื่น ๆ เขาก็บอกเธอว่าเขามีเซอร์ไพรส์ให้เธอ แต่ขอตัวไปนอนก่อนเพราะเหนื่อยมาแล้วทั้งวัน แต่หลังจากที่เขาเข้านอนแล้ว เขาก็พบกับฝันที่ประหลาดที่สุดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

ในภาพฝันนั้น Henchman กำลังซิ่งรถสปอร์ตไปอย่างมีความสุขพร้อมกับเงินเต็มกระเป๋า เขาขับรถห้อตะบึงไปยังถนนอย่างเพลิดเพลินไร้จุดหมาย แต่ในระหว่างนั้นเองวิทยุก็รายงานว่าจะมีพายุเข้าถล่มตัวเมืองไมอามี่ในวันนั้น และทันใดนั้นเอง Richard ชายสวมหน้ากากไก่โต้งผู้ลึกลับก็ปรากฏตัวต่อหน้าเขา พร้อมกับถามคำถามสำคัญแก่เขา

“รถสวยนี่ นั่นนายจะไปไหน?”

“จะไปให้ไกลจากที่นี่ ที่ไหนก็ได้”

“แน่ใจหรือ? หลายคนที่เดินทางโดยที่ไม่ได้กำหนดจุดหมายน่ะ สุดท้ายก็กลายเป็นว่าพวกมันเดินวนเป็นวนกลม แล้วก็กลับมาสู่จุดเริ่มต้นเท่านั้นแหละ”

นอกจากจะขู่แกมเตือนกลาย ๆ แล้ว Richard ยังบอกอีกว่าเส้นทางที่เขาจะต้องเจอนั้น ไม่ว่าจะทางไหน สุดท้ายจะต้องไปเจอกับทางตันอยู่ดี แม้ Henchman จะไม่ต้องการคำแนะนำใด ๆ จาก Richard แต่เขาก็บอกกับ Henchman ว่า มีสิ่งหนึ่งที่เขาจะได้เห็น และเป็นสิ่งที่เขาน่าจะรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว พร้อมกับถามจี้ใจดำเขาว่า

“ว่าแต่นายลืมพาแฟนของนายมาด้วยรึเปล่า?”

Henchman สะดุ้งตื่นทันที แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่าเงินที่เขาซ่อนไว้ใต้เตียงนั้นหายไปแล้ว พร้อมกับแฟนของเขา สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ก็คือจดหมายขอโทษจาก Mary ที่วางเอาไว้บนโต๊ะกินข้าว และบอกว่า ถ้าเขาเป็นเธอก็คงทำแบบเดียวกัน เหมือนในภาพฝันที่เขาขับรถหนีออกมาคนเดียว และแน่นอนว่าเธอยังเอารถของเขาไปด้วย

Son พูดถูก ว่าแฟนของเขานั้นดีเกินกว่าที่จะอยู่เคียงข้างเขา และทิ้ง Henchman เอาไว้เบื้องหลังคนเดียว…

Henchman ออกมาย้อมใจในบาร์ท้องที่ พยายามโทรหา Mary แต่ชุมสายกลับแจ้งแค่ว่าเขาโทรผิดเบอร์ ด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด เขาจึงลองของใหม่ที่ได้รับมาจาก Son คือยาตัวใหม่จากรัสเซีย ในขณะที่กำลังเมาได้ที่นั้น The Fans ก็เข้ามากวาดล้างทุกคนในบาร์ โดยข้อมูลมาจากคำบอกเล่าของเด็กแก๊งโคลอมเบียที่ Henchman ไว้ชีวิต

หลังจากการฆ่าจบลง The Fans ก็มาล้อมรอบตัวของ Henchman ด้วยความเมาแบบไม่ได้สติ เขาพร่ำเพ้อหาแต่ Mary แฟนของเขา และขอให้เธอพาเขากลับบ้าน แต่สิ่งที่เขาได้กลับมา คือความตายที่เหล่า The Fans มอบให้อย่างแสนสาหัส…

สู่นรกอเวจี

หลายวันต่อมา ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 1991 Evan ที่กำลังค้นหาหลักฐานที่เชื่อมโยงเรื่องราวของฆาตกรสวมหน้ากากเข้าไว้ด้วยกัน โดยเขาได้มาสำรวจหลักฐานของ Jake หนึ่งในผู้ปฎิบัติการของ 50 Blessings จากการขอร้องแกมบังคับกับ Pardo แต่ก็ไม่พบอะไรที่น่าสนใจ Pardo ขอโทษเขาที่ไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ให้เขา แต่ก็ถือว่าหายกันกับที่ติดค้างเอาไว้กับ Evan แล้ว

คืนนั้น Evan ฝันว่ามีแผ่นดิสก์แผ่นหนึ่งที่อยู่ในกองเสื้อผ้าและสมบัติของ Jake โดย Pardo บอกว่าสิ่งที่อยู่ในนั้นคือที่อยู่ของพวกศาลเตี้ยที่ก่อการในครั้งนั้น Evan จึงขอยืมแผ่นดิสก์อันนั้นมาจาก Pardo ซึ่งเขาก็ปรินท์เอาที่อยู่ทั้งหมดออกมา แล้วรีบเดินทางไปทันที

ในที่แห่งนั้นเป็นอาคารประหลาดที่ถูกทิ้ง​ร้างเอาไว้ ประตูหน้ามีลักษณะเหมือนกับประตูตู้เซฟ และกำแพงก็ทำด้วยเหล็กกล้าที่หนามาก ด้านในมีอุปกรณ์ยังชีพมากมายเช่นเครื่องบำบัดน้ำเสีย เตียงนอน หรือกระทั่งโรงยิม ดูแล้วเหมือนกับที่นี้ถูกสร้างมาเพื่อใช้หลบภัยพิบัติบางอย่าง โดยเมื่อเดินเข้ามาถึงด้านใน ก็พบว่าที่นี่เคยถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของพวก 50 Blessings มาก่อน และอาคารหลังนี้ก็เป็นที่เดียวกับที่ Jake เคยมาเยี่ยมเยือนเมื่อปี 1989 ก่อนที่จะทำภารกิจล้มเหลว

Evan เข้าไปด้านในสุดก็พบว่ามีกลุ่มคนประหลาดมารวมตัวกัน พวกเขาทุกคนล้วนสวมหน้ากากสัตว์ทั้งสิ้น นั่งล้อมวงอยู่กลางสัญลักษณ์ของกลุ่ม 50 Blessings และในฝันนี้ก็ทำให้ Evan เข้าใจความจริงข้อหนึ่งที่เขาสงสัยมานาน 50 Blessings ใช้กลุ่มคนที่สวมหน้ากากสัตว์เหล่านี้ออกตามล่าสังหารพวกมาเฟียรัสเซียและโค่นล้มรัฐบาลผสมของอเมริกากับรัสเซีย

แต่น่าเสียดาย Evan ก็ยังไม่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ดี แม้นี่จะเป็นโอกาสครั้งที่สองก็ตาม จากบทสนทนาทั้งหมดที่เขาได้ยิน ทำให้เรารู้ว่า Evan ไม่ได้อยากรู้ความจริงมากขนาดนั้น ทุกคนในที่แห่งนั้นต่างขับไล่และบอกให้เขาออกไปพร้อมกับทึ้งความจริงไว้เบื้องหลังเสีย Evan ที่ตื่นกลัวจึงรีบออกไปจากอาคารหลังนั้นและกลับไปที่บ้านทันที ในฝันนี้เหมือนเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่า Evan มีความเป็นห่วงเป็นใยครอบครัวของเขา มากกว่าที่จะค้นหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้นั่นเอง

ผู้คลั่งไคล้และหมาจนตรอก

2 ธันวาคม 1991 เหล่า The Fans ยังคงพบปะสังสรรค์กันเหมือนเช่นเคย แต่คราวนี้พวกเขามีไอเดียที่จะไปเยี่ยมเยือนที่แห่งหนึ่งตามที่เพื่อนของพวกเขา Jack บอกมาให้ไปช่วยน้องสาวของเขาที่ถูกจับตัวไป Tony ค่อนข้างรำคาญเพราะไม่อยากทำตัวเป็นวีรบุรุษหรืออะไรก็ตามที่ไม่ชอบ แต่หลังจากโต้เถียงกันอยู่พักหนึ่งพวกเขาก็ตกลงไปที่นั่นตามที่ Jack ขอร้องมา ฆ่าพวกขี้ยาในตึกหลังนั้นแล้วไปช่วยน้องสาวของ Jack

แต่การณ์กลับกลายเป็นว่าเธอไม่ยอมให้พวกเขาช่วยเหลือ พร้อมขับไล่พวกเขาออกไปเพราะความกลัว และบอกว่าพวกที่ The Fans ฆ่านั้นเป็นเพื่อนของเธอทั้งสิ้น ทำให้พวกเขาตัดสินใจจากมาโดยที่ไม่มีเธอ ในภารกิจนี้ระหว่างที่กำลังกลับบ้าน รถของพวกเขาเสียทำให้ต้องซ่อมชั่วคราวไปก่อน ซึ่งพวกเขาก็ตกลงกันว่าจะเอารถไปให้ Andy ที่ร้านแยกชิ้นส่วนรถซ่อม ซึ่ง Andy ก็คือผู้รอดชีวิตที่หนีมาบอกเบาะแสของ Henchman ให้กับพวกเขานั่นเอง

7 ธันวาคม 1991 แก๊งมาเฟียรัสเซียเริ่มเคลื่อนไหว ในขณะที่ช่วงเวลานี้สงครามระหว่างแก๊งรัสเซียและโคลอมเบียเริ่มต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น และในเวลานี้ Son ก็มีแผนเตรียมรับมือพวกโคลอมเบียไว้แล้ว โดยเขาได้รวบรวมคนทั้งหมดเพื่อเตรียมโจมตีถิ่นของพวกโคลอมเบีย เป้าหมายคือธนาคารของพวกมัน

Son มั่นใจกับแผนการนี้มาก และโดยไม่รอช้าเขาก็รีบบุกเข้าไปแบบสายฟ้าแลบทันที การบุกปล้นดูจะไปได้สวย แต่เมื่อเขาเข้าไปในตู้เซฟที่มีทองคำอยู่เต็มและซากศพของลูกน้อง เขาก็ได้พบกับเหล่าคนที่จากไปแล้วรอเขาอยู่เบื้องหน้า

Ivan, Father และองค์รักษ์สาวมายืนรอต้อนรับ Son ด้วยความตกใจถึงขีดสุด เขาได้ถามไปว่ามาทำอะไรที่นี่

“พวกเราไม่ได้อยู่ที่นี่ ลูกรู้ดี” Father ตอบ

“และลูกมาทำอะไรที่นี่?” เขาถามกลับ

“มาทำให้พ่อภูมิใจ” Son ตอบ

“ไม่สำคัญหรอก ลูกไม่ได้เปลี่ยนไปเลย”

“ลูกก็เหมือนพ่อ ไม่เข้าใจอะไรเลยจนมันสายเกินไป”

สิ้นคำพูดของ Father Bodyguard ก็นำหน้ากากไก่โต้งมาสวมให้กับ Ivan และ Richard ก็มาหาเขาโดยไม่ทันรู้ตัว!

“พ่อของแกพูดถูกนะ แกไม่เข้าใจเหรอ?” Ivan พูดผ่านหน้ากากโดยที่ไม่ใช่เสียงของเขาเลย

Richard บอกกับ Son ว่า ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ผลลัพธ์ที่ได้ในจุดจบจะเหมือนเดิมเสมอ และไม่มีใครแก้ไขมันได้ แต่ Son ก็ไม่สนใจ พยายามเดินไปหาพ่อเขา พอดีกับที่ Richard ตัดบท ว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว เช่นเดียวกับ Son

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close