สงครามคอนโซลรุ่นที่ 6 ยุคแห่งการไปต่อ เริ่มต้น และจุดจบ

สงครามทางธุรกิจ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย “สงครามคอนโซล” คือสงครามธุรกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลกของวิดีโอเกม แต่ละช่วงเวลา แต่ละสถานที่ เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันน่าสนใจ ให้เราเข้าไปค้นคว้า ถึงมุมมอง และความคิดของเหล่าบริษัทนั้น ๆ ในขณะที่สงครามดำเนินอยู่

คอนโซลเจเนอเรชัน 6 ถือเป็นยุคที่สำคัญ และมีเสน่ห์มาก ๆ ส่วนหนึ่งเพราะเรื่องราวเหล่านี้ เกิดขึ้นในปลายยุค 90 ต้นยุค 2000 ยุคที่มนุษย์เริ่มรู้จักเทคโนโลยีใหม่ ๆ และกำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เรื่องราวเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนนิทานท้ายกล่องของเล่น ของผู้ใหญ่โตเต็มวัยในยุคนี้

พร้อมหรือยังที่จะเปิดมันไปด้วยกัน ของเรื่องราวของสงครามคอนโซลที่เข้มข้นที่สุดเท่าที่เคยมีมา สงครามแห่งคอนโซลรุ่นที่ 6

อะไรคือเครื่องเกมเจเนอเรชัน 6

อ้างอิงจากบทความของ The Guardian เครื่องเกมคอนโซลเจเนอเรชัน 6 หมายถึงเกมคอนโซลที่เปิดตัวช่วงเวลาเริ่มต้นของทศวรรษที่ 21 หรือปลายทศวรรษที่ 20 ซึ่งเครื่องเกมยุคดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 27 พฤศจิกายน 1998 หรือวันวางขายเกมคอนโซล Dreamcast อย่างเป็นทางการวันแรกในญี่ปุ่น

เกมคอนโซลเจเนอเรชัน 6 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งยุคสำคัญสำหรับวงการวิดีโอเกมและธุรกิจเกมคอนโซล เพราะแต่ละเกมคอนโซลมีการสร้างนวัตกรรมแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอระบบให้บริการเล่นเกมออนไลน์ที่กลายเป็นมาตรฐานจนถึงทุกวันนี้, การสร้างโมเดลสามมิติด้วยจำนวน Polygon ได้สูงขึ้น ซึ่งทำให้ภาพกราฟิกมีรายละเอียดสมจริงและมีประสิทธิภาพดีกว่าเกมคอนโซลเจเนอเรชัน 5 อย่างเห็นได้ชัด และแฟรนไชส์เกมเด่นเกมดังหลายเกมได้เปิดตัวเกมคอนโซลยุคนี้

ในยุคดังกล่าว มีเกมคอนโซลเจเนอเรชัน 6 ที่โด่งดังเช่น SEGA Dreamcast, Sony PlayStation 2, Nintendo GameCube และ Microsoft Xbox แล้วแต่ละเครื่องมีลักษณะเป็นอย่างไรบ้าง ก็สามารถรับชมได้เลย

Dreamcast เครื่องเจเนอเรชัน 6 ที่ล้ำหน้าและมาก่อนใคร

ย้อนกลับไปช่วงต้นปี 1990 ตอนนั้น SEGA ยังคงเป็นหนึ่งในบริษัทเกมยักษ์ใหญ่ที่สามารถต่อกรกับ Nintendo ในตลาดเกมคอนโซลอย่างสูสี ด้วยเกมคอนโซล SEGA Genesis ซึ่งสามารถทำยอดขายได้ราว 49.6 ล้านเครื่อง

อย่างไรก็ตาม ก่อนการวางจำหน่ายเครื่องเกมคอนโซลเจเนอเรชัน 5 อย่าง SEGA Saturn ทางบริษัท SEGA ได้ปล่อยวางขาย Add-On เสริมสำหรับ SEGA Genesis เช่น SEGA 32X กับ SEGA CD ซึ่งทั้งสองเครื่องประสบความล้มเหลวทั้งด้านยอดขายและเสียงวิจารณ์รีวิว เนื่องจากตัวเครื่องวางขายราคาแพงเกินไป และประสิทธิภาพกราฟิกไม่น่าประทับใจเท่าที่ควร

SEGA

SEGA 32X (ซ้าย) SEGA CD (ขวา)

อ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ระหว่าง Eurogamer และ Mike Brogan อดีตหัวหน้า SEGA of Europe เผยว่าสาเหตุหลักที่ผลิตอุปกรณ์ Add-On เสริมสำหรับ SEGA Genesis ก็เพื่อตั้งใจขายให้กับเหล่าแฟน ๆ ระดับฮาร์ดคอร์โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ อ้างอิงจาก Scot Bayless อดีตประธาน SEGA of America ระบุสาเหตุที่ต้องผลิต 32X เพราะ SEGA ญี่ปุ่นได้ติดต่อกับเขาโดยตรง ร้องขอให้ “สร้างอะไรบางอย่าง” เพื่อเตรียมต่อสู้กับเกมคอนโซล Atari Jaguar ที่อ้างว่ามีสเปกกราฟิกทรงพลังถึง 64-Bits แต่สุดท้ายแล้ว Jaguar กลับประสบความล้มเหลวทั้งด้านยอดขายกับกระแสรีวิว และยุติการผลิตอย่างรวดเร็วเพียงไม่ถึง 3 ปี

ความล้มเหลวของ SEGA 32X, SEGA CD นอกจากทำให้บริษัทเริ่มเผชิญหน้ากับปัญหาการเงินแล้ว แฟน ๆ เกมหลายคนก็เริ่มสูญเสียความเชื่อมั่นกับ SEGA ซึ่งส่งผลทำให้ SEGA Saturn มียอดขายตกต่ำโดยขายได้เพียง 9.26 ล้านเครื่องทั่วโลกตามมา ทางบริษัทจึงตัดสินใจเริ่มสร้างเครื่องเกมเจเนอเรชัน 6 เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรี SEGA กลับคืนมาให้ได้

ในปี 1998 เกมคอนโซลเจเนอเรชัน 6 ของ SEGA ชื่อรุ่นว่า Dreamcast ได้ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันแรกในญี่ปุ่น และประเทศอื่น ๆ ในปีถัดไป ซึ่งวางขายก่อนหน้า PS2 ในปี 2000

แม้ Dreamcast เป็นเครื่องเกมคอนโซลเจเนอเรชัน 6 เครื่องแรกที่ออกวางจำหน่ายก่อนใคร แต่ประสิทธิภาพของมันกลับล้ำหน้าไปไกลมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นสเปก CPU 200 MHz SuperH SH-4 ที่ออกแบบโดย Hitachi, GPU 100 MHz NEC/VideoLogic PowerVR CLX2 “Holly” รวมถึงมีฟีเจอร์พิเศษอย่าง Modem แบบ 56K ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อใช้เล่นเกมโหมดออนไลน์ Multiplayer โดยเฉพาะ

Dreamcast VMU

นอกจากนี้ Dreamcast มาพร้อม Memory Card สุดล้ำเรียกว่า VMU เป็นอุปกรณ์แกเจ็ตขนาดเล็กที่สามารถใช้เซฟเกมใน Dreamcast, แลกไฟล์เซฟระหว่างสองอุปกรณ์ รวมถึงเล่นมินิเกมฆ่าเวลาได้ ก็ต้องบอกเลยว่าไม่มี Memory Card ตัวไหนที่มีฟีเจอร์หลากหลายเท่ากับ VMU อีกแล้ว

ส่วนแผ่นเกม Dreamcast ใช้แผ่นดิสก์ประเภท GD-ROM สามารถบรรจุข้อมูลเกมได้ถึง 1GB ซึ่งบรรจุมากกว่าแผ่น CD-ROM ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกมของ Dreamcast มีภาพกราฟิกสวยงาม และสามารถอัดคอนเทนต์ในเกมมากขึ้น

Sony งัด PlayStation 2 มาสู้ หลัง Dreamcast เปิดตัวไม่กี่เดือน

PlayStation 2

หลังจาก Dreamcast เพิ่งวางจำหน่ายไปไม่กี่เดือน ทาง Sony ได้ประกาศเปิดตัวเครื่องเกม PlayStation 2 อย่างเป็นทางการในปี 1999 ณ งาน Tokyo Game Show โดยมี Ken Kutaragi พ่อผู้ให้กำเนิด PlayStation ยังคงเป็นคนรับผิดชอบในการผลิตเกมคอนโซลที่สานต่อเจตนารมณ์เครื่องเกมรุ่นแรก

การเปิดตัว PS2 สร้างความฮือฮากับเหล่าเกมเมอร์เป็นจำนวนมาก โดยระหว่างการนำเสนอ PS2 บนเวที ทาง Sony มีการเปิดเผยเกมเพลย์ของ Gran Turismo 2000 (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Gran Turismo 3: A-Spec) กับ Tekken Tag Tournament รวมถึงเผยฟีเจอร์เด่นอย่าง Backward Compatible สามารถอ่านแผ่นเกม CD-ROM ของ PS 1 กับเสียบใช้จอย DualShock รุ่นแรกได้ และตัวเครื่องใช้ตัวอ่านแผ่นดิสก์ประเภท DVD

ที่สำคัญที่สุด PS2 ขายในราคาสมเหตุสมผลเพียงแค่ 299.99 เหรียญฯ เท่านั้น (หรือ 13,950 บาทตามค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในปัจจุบัน)

Greg Galanos และ Steve Rotenberg กล่าวแสดงความประทับใจครั้งแรกของ PS2

นอกจากนี้ นักพัฒนาซอฟต์แวร์หลายรายก็รู้สึกตื่นเต้นกับ PS2 เช่นกัน Greg Galanos จาก Metrowerks กล่าวว่าหลังจากเห็น PS2 ครั้งแรก เขารู้สึกประทับใจกับประสิทธิภาพของ PS2 ที่มีความทรงพลังพอจนสามารถสร้างประมวลผลโมเดล 3 มิติ คล้ายภาพยนตร์เรื่อง Toy Story แบบเรียลไทม์

ส่วน Steve Rotenberg จาก Angel Studios บอกว่ารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นเกมคอนโซลบ้านมีประสิทธิภาพอาจก้าวข้ามเทคโนโลยีของทหาร ซึ่งเปิดทางให้ทีมงานได้ลองพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำได้ในเกมมาก่อน

ส่วนตัวเครื่องใช้ CPU 294 MHz MIPS “Emotion Engine” 299 MHz ซึ่งเป็นชิปสถาปัตยกรรม MIPS แบบ Custom ที่ทาง Sony และ Toshiba ได้พัฒนาร่วมกัน รวมถึงใช้ GPU 147 MHz “Graphics Synthesizer” โดยมีคุณสมบัติพิเศษสามารถเรนเดอร์แสง เงา พื้นผิวแบบเรียลไทม์ได้ 3-16 ล้าน Polygon ต่อ 1 วินาที

การเปิดตัว PlayStation 2 ทำให้ SEGA เริ่มจับตามองกระแส PS2 อย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลทำให้ยอดขายของ Dreamcast ลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะเกมเมอร์หลายคนรอซื้อเครื่องเกมคอนโซลดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงยืนหยัดต่อสู้ ด้วยการพัฒนาเกม Exclusive ของ SEGA และโปรโมตโฆษณาเครื่องเกมของตัวเองต่อไป

ในเดือนธันวาคม 1999 SEGA ได้วางจำหน่าย Shenmue เกมแอ็กชัน-ผจญภัยโดย Yu Suzuki เป็นเกมที่พิสูจน์ให้เห็นถึงขุมพลังสูงสุดของ Dreamcast ด้วยภาพกราฟิกสวยงาม โมเดลตัวละครมีใบหน้าดูชัดเจน มีระบบเวลากลางวัน-กลางคืน และฉากแผนที่ต่าง ๆ มีความใส่ใจในรายละเอียดสูงกว่ามาตรฐานเกมทั่วไป ทำให้ Shenmue ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในเกมล้ำหน้ามาก ๆ รวมถึงเป็นเกมที่ใช้ต้นทุนสร้างสูงถึง 70 ล้านเหรียญฯ

Shenmue

Shenmue

นอกเหนือจาก Shenmue และเกมออนไลน์ชื่อดังอย่าง Phantasy Star Online แล้ว ไลบรารีเกมของ Dreamcast ส่วนใหญ่เป็นเกมอาร์เคด เช่น Crazy Taxi, Jet Set Radio, Sonic Adventure, Virtua Fighter โดยเกมเหล่านั้นล้วนเป็นที่ชื่นชอบสำหรับคนชอบเล่นเกมตู้ และแฟน ๆ ติดตามผลงานเกมของ SEGA เป็นประจำ ซึ่งแน่นอนว่าบริษัทคาดหวังว่า Shenmue กับ Phantasy Star Online จะเป็นเกมที่ช่วยกระตุ้นยอดขายของ Dreamcast มากขึ้น

Dreamcast ไปไม่ถึงฝัน ส่วน PlayStation 2 นั้น คงกระพันต่อไป

บรรยากาศในร้าน GameStop ก่อนเริ่มวางขาย Dreamcast

อย่างไรก็ตาม แม้ Dreamcast มีกระแสตอบรับยอดเยี่ยมจากนักวิจารณ์ฮาร์ดแวร์ รวมถึงทำยอดขายในช่วงวันเปิดตัวสองสัปดาห์แรกได้ 500,000 เครื่อง (ในสหรัฐฯ) แต่พอเวลาผ่านไป เครื่องเกมดังกล่าวเริ่มมียอดขายลดลงต่อเนื่อง โดยในปี 2000 Dreamcast สามารถทำยอดขายในฝั่งสหรัฐฯ และยุโรปรวมกันเพียง 3 ล้านชุด ซึ่งเป็นยอดขายที่ไม่เป็นไปตามที่ SEGA คาดการณ์ไว้ว่าต้องขายให้ได้ 5 ล้านชุด

สาเหตุหลักที่ Dreamcast ประสบความล้มเหลวในด้านยอดขาย ก็มีเหตุผลต่าง ๆ มากมาย เช่น ไม่มีเกมจากทีมพัฒนา Third-Party ให้เล่น (เช่น EA, Eidos, Ubisoft ฯลฯ), เกมส่วนใหญ่เป็นเกมตู้ของ SEGA พอร์ตลงคอนโซล, ขาดการโปรโมตโฆษณา หรือรวมถึงกระแสตอบรับของ Saturn, 32X และ CD ที่ย่ำแย่ ส่งผลให้ผู้เล่นหลายคนหันไปสนใจเกมคอนโซลแบรนด์อื่นมากยิ่งขึ้น เช่น PlayStation 2

แม้ Shenmue เป็นเกมที่หลายคนยกย่องว่าล้ำหน้ามาก่อนกาล และทำยอดขายได้ราว 1.2 ล้านชุด แต่กำไรจากการขายเกมดังกล่าว ก็ยังไม่สามารถคืนทุนจากการพัฒนาเกม ทำให้นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า Shenmue ประสบความล้มเหลวในด้านการทำกำไร ก็ต้องบอกเลยว่า Dreamcast ประสบปัญหาขาดทุนอย่างร้ายแรง

ในที่สุด ฝันร้ายของ SEGA ก็เป็นจริง หลังจาก PlayStation 2 ออกวางขายในปี 2000 พร้อมมีกระแสตอบรับยอดเยี่ยมจากนักเล่นเกม ส่งผลทำให้กระแสของ Dreamcast โดนกลบจนเงียบกริบ โดย PS2 สามารถทำยอดขายถล่มทลายด้วยการสร้างรายได้ถึง 250 ล้านเหรียญฯ ในวันแรก แล้วด้วยความต้องการจากเกมเมอร์ที่สูงมาก ส่งผลทำให้เครื่องเกมเริ่มขาดตลาด และประสบปัญหาไม่สามารถผลิตเครื่องได้ทันตามความต้องการ

SEGA พยายามปลุกกระแส Dreamcast ให้กลับมาปังอีกครั้งด้วยการลดราคาวางจำหน่ายเหลือเพียง 19,900 เยนในช่วงวันวางขายเกม Soul Calibur ในวันเดียวกัน ซึ่งแม้แผนการตลาดดังกล่าว ช่วยกระตุ้นให้หุ้นของ SEGA เพิ่มขึ้น 17% ถึงอย่างไรก็ตาม และยอดขาย Dreamcast เพิ่มขึ้น (แต่กำไรจากการขายเครื่องลดลง) ก็ไม่สามารถต่อสู้กับกระแสของ PS2 ได้

เปิดตัวนักสู้คนใหม่ในสมรภูมิ “Xbox” จาก Microsoft

 

Xbox

ระหว่าง SEGA กำลังประสบปัญหาขาดทุนย่อยยับจาก Dreamcast ต่อมาในเดือนมีนาคม 2000 Microsoft ได้เปิดตัว Xbox ณ งานอีเวนต์ GDC (Game Developers Conference) ซึ่งเป็นเครื่องเกมคอนโซลรุ่นแรกของ Microsoft

ทำไมบริษัท Microsoft ที่มุ่งเน้นกับการพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์มาโดยตลอด จู่ ๆ มาเข้าสู่ตลาดเครื่องเกมคอนโซล ? เรื่องราวต้องย้อนกลับไปช่วงวันเปิดตัวมาแรงของ PS2 ตอนนั้น Bill Gates ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Microsoft มองเห็นว่าความนิยมของเครื่องเกมคอนโซล อาจเป็น “ภัยคุกคาม” ต่อธุรกิจตลาด PC ในระยะยาวได้ ทางทีมงานจึงเริ่มแผนสร้างเครื่องเกมคอนโซลของตัวเองอย่างลับ ๆ เพื่อต่อกรกับ PS2 ให้ได้

ในปี 1998 วิศวกรรมจาก DirectX เช่น Kevin Bachus, Ted Hase, Otto Berkes และ Seamus Blackley หรือผู้มีฉายาว่าเป็นพ่อผู้ให้กำเนิด Xbox ได้จับกลุ่มเพื่อผู้ออกแบบเกมคอนโซลของ Microsoft

Seamus Blackley ผู้ให้กำเนิด Xbox

ระหว่างการพัฒนาเครื่องเกมคอนโซล วิศวกรรม DirectX ตั้งเป้าหนักแน่นว่าส่วนประกอบฮาร์ดแวร์หลายอย่างในเกมคอนโซล ต้องมีการทำงานคล้ายระบบ PC และสามารถรัน Windows กับ DirectX ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อทีมพัฒนาเกมสามารถสร้างเกมได้ง่ายโดยใช้เครื่องมือจากระบบปฏิบัติ Windows

Microsoft ออกแบบเครื่องเกมโดยใช้ CPU 733 MHz x86 Intel Celeron/Pentium III Custom Hybrid และ GPU 233 MHz Custom Nvidia NV2A พร้อมใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 2000 ที่ผ่านการดัดแปลงโดยใช้ DirectX 8.1

ก่อนประกาศเปิดตัวเครื่องเกมคอนโซลของ Microsoft ทีมงานมีการระดมสมองเพื่อคิดค้นชื่อเครื่องเกมให้ดูเหมาะสมที่สุด โดยพนักงาน Microsoft หลายคนได้เสนอตั้งชื่อเครื่องเกมต่าง ๆ นานา เช่นชื่อว่า “Direct X Box” ” WEP หรือ Windows Entertainment Project” “MARZ” “11-X” และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่สุดท้าย Microsoft ตัดสินใจตั้งชื่อเครื่องเกมว่า “Xbox” เพราะชื่อดังกล่าวอ้างอิงมาจากชื่อชุดคอมโพเนนต์ของ Windows อย่าง DirectX พอดี

รายการ Podcast การพูดคุยระหว่าง TiC Network Legacy Channel และ Seamus Blackley

จนในที่สุด ปี 2000 ณ งานอีเวนต์ GDC (Game Developers Conference) Bill Gates ได้เปิดตัว Xbox รุ่นต้นแบบครั้งแรกอย่างเป็นทางการ โดยรูปร่างของมันเป็นลักษณะตัว “X” ขนาดใหญ่ที่มาพร้อมลูกแก้วสีเขียวประดับตรงกลาง พร้อมเผยรายละเอียดสเปกเบื้องต้นที่ทีมงานเชื่อมั่นว่าประสิทธิภาพของมันต้องทรงพลังกว่า PS2 ซึ่งเพิ่งวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น

Nintendo กลับมาพร้อมสิ่งที่ “แรง” ยิ่งกว่า

Nintendo GameCube

หลังจากมีการเปิดตัว Xbox ในวันที่ 25 สิงหาคม 2000 ทาง Nintendo เปิดตัวเครื่องเกมคอนโซลรุ่นที่ 6 อย่าง “GameCube” ณ การประชุม Press Conference ที่ญี่ปุ่น

ย้อนกลับไปสมัยเครื่องเกมคอนโซลยุคที่ 5 แม้ Nintendo 64 มีกระแสตอบรับดีเยี่ยมจากเหล่าเกมเมอร์กับแฟน ๆ แต่เนื่องจากเกมคอนโซลดังกล่าวได้ใช้แผ่นเกมแบบตลับ ซึ่งค่อนข้างล้าสมัย ใช้ต้นทุนการผลิตสูงกว่า CD-ROM และแผ่นเกมมีเนื้อที่จำกัดหากเทียบกับ CD-ROM ที่มีพื้นที่มากกว่า ทำให้ทีมพัฒนาเกมจาก Third-Party หลายแห่ง ไม่นิยมสร้างเกมให้กับเกมเวอร์ชัน N64 เนื่องจากปัญหาดังกล่าว

 

Nintendo 64

การแข่งขันระหว่าง SEGA และ Sony ทำให้ทั้งสองฝั่งพยายามคิดค้นนวัตกรรมแปลกใหม่ เพื่อสร้างเครื่องเกมคอนโซลของตัวเองให้ดีสุด Nintendo จึงจำเป็นต้องปรับทิศทางการผลิตเครื่องคอนโซลรุ่นใหม่ ให้ตรงกับความต้องการเกมเมอร์ยุคใหม่มากยิ่งขึ้น

Howard Cheng ผู้กำกับด้านเทคนิคจึงตั้งเป้าว่าเกมคอนโซล Nintendo รุ่นถัดไป ต้องใช้ชิปสถาปัตยกรรม RISC เพื่อให้ผลิตซอฟต์แวร์สำหรับการสร้างเกมได้ง่าย รวมถึงใช้ชิป CPU ของ IBM อย่าง 485 MHz PowerPC หรือ “Gekko” และ GPU 162 MHz ATI “Flipper” ที่ทาง Nintendo ออกแบบมาพิเศษเพื่อใช้กับเกมคอนโซลเจเนอเรชัน 6 โดยเฉพาะ

จากเดิมที เกมคอนโซล Nintendo ใช้แผ่นเกมแบบตลับมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้ ทีมงานตัดสินใจเปลี่ยนใช้แผ่นเกมประเภท “miniDVD” หรือแผ่น DVD ขนาดเล็กสามารถบรรจุเนื้อที่ได้ราว 1.5GB โดยสาเหตุหลักที่ Nintendo ใช้ miniDVD ก็เพื่อป้องกันการคัดลอกแผ่น ซึ่งส่งผลอาจก่อให้เกิดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์เกมในระยะยาว หลังจาก Nintendo พบว่า CD-ROM สามารถก๊อบปี้แผ่นเกมค่อนข้างง่าย ทำให้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์สูงขึ้นตามมา (อ้างอิงจากบทสัมภาษณ์โดย Spong)

Satoru Iwata และ Miyamoto Shigeru ร่วมเปิดตัว GameCube

SEGA ตกรอบ ถอนตัวจากธุรกิจเกมคอนโซลถาวร

ระหว่าง GameCube และ Xbox กำลังเตรียมวางจำหน่ายในวันที่ 14 กันยายน 2001 ในญี่ปุ่น และ 15 พฤศจิกายนในสหรัฐฯ ตามลำดับ ในวันที่ 31 มกราคม 2001 ทาง SEGA ประกาศยอมรับเป็นผู้พ่ายแพ้ในสงครามเกมคอนโซลเจเนอเรชัน 6 ด้วยการยุติผลิต Dreamcast พร้อมถอนตัวออกจากตลาดเครื่องเกมคอนโซลอย่างถาวร โดย Dreamcast สามารถทำยอดขายทั่วโลกเพียง 9.13 ล้านชุดเท่านั้น

“เราขอประกาศตัดสินใจหยุดการผลิต Dreamcast ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมปี 2001 เป็นต้นไป” – ตัวแทน SEGA กล่าว 

หลังจาก SEGA ประกาศยุติการผลิต Dreamcast ทำให้ PS2 ครองตลาดเครื่องเกมคอนโซลในปี 2001 เป็นเวลา 6 เดือนเต็ม ๆ ช่วงเวลานั้นถือว่า Sony ได้กอบโกยกำไรอย่างมหาศาล เนื่องจากไม่มีเกมคอนโซลของคู่แข่งวางจำหน่ายในช่วงเวลานั้น

ระหว่าง Sony กำลังกอบโกยกำไรจาก PS2 ในงาน GDC ประจำปี 2001 Bill Gates และ Seamus Blackley ได้ประกาศเปิดตัวเครื่องเกม Xbox รูปแบบ Final Product อย่างเป็นทางการ พร้อมนำแขกรับเชิญพิเศษเป็น Dwayne “The Rock” Johnson นักมวยปล้ำชื่อดังมาช่วยโปรโมตเครื่อง Xbox บนเวที ทำให้บรรยากาศการนำเสนอเครื่องเกมดังกล่าวมีลักษณะเป็นกันเอง และประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น

การเปิดตัว Xbox โดย The Rock และ Bill Gates มีกระแสตอบรับจากผู้ชมดีมาก ด้วยบรรยากาศการนำเสนอที่ดูเป็นกันเอง

Sony, Nintendo และ Microsoft เริ่มทำสงครามเกมคอนโซลอีกครั้ง

Bill Gates ยื่น Xbox ให้เกมเมอร์

หลังจาก Xbox และ GameCube วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ทำให้ Sony มีคู่แข่งในธุรกิจเกมคอนโซลรายใหม่เป็น Microsoft กับ Nintendo ในขณะที่ SEGA ไม่มีบทบาทในวงการอีกต่อไป

Nintendo GameCube มีกระแสตอบรับดีจากเหล่าเกมเมอร์ และสื่อเกมหลายแห่ง ด้วยการออกแบบคอนโทรลเลอร์ที่จับสะดวกมือ รวมถึงเครื่องเกมราคาขายถูกกว่า Dreamcast, Xbox กับ PlayStation 2 ที่ 199.99 เหรียญฯ (ราว 9,064 บาทตามค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในปัจจุบัน)

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเครื่องเกมขายราคาถูกเพียง 199.99 เหรียญฯ ก็เป็นดาบสองคมทำให้ GameCube โดนวิจารณ์เกี่ยวกับฟีเจอร์ขาดความหลากหลาย (หากเทียบกับ PS2, Dreamcast, Xbox) โดยสื่อเกมส่วนใหญ่ระบุว่า GameCube “คือเครื่องเกมคอนโซลเกือบแท้ 100%” ที่ทำได้แค่เล่นเกมเพียงอย่างเดียว รวมถึงโดนวิจารณ์ว่าตัวเครื่องขาดการนำเสนอนวัตกรรมแปลกใหม่ และมีไลบรารีเกมให้เลือกน้อย หากเทียบกับ PS2,  Xbox แม้เกมส่วนใหญ่ของ GameCube ล้วนมีคุณภาพเป็นเกมยอดเยี่ยมก็ตาม

นอกจากนี้ เนื่องจาก GameCube ใช้แผ่นเกม miniDVD บรรจุข้อมูลได้เพียง 1.5 GB ส่งผลให้นักพัฒนาเกมจาก Third Party หลายแห่งเผชิญหน้ากับปัญหาการสร้างเกมให้กับเวอร์ชัน GameCube ยกตัวอย่างเช่นเกม Resident Evil 4 เวอร์ชัน GameCube จำเป็นต้องผลิตแผ่นเกมจำนวน 2 แผ่น ในขณะที่เกมเวอร์ชัน PS2 สามารถเล่นเกมได้โดยใช้แผ่น DVD เพียงแผ่นเดียว ทำให้การผลิตแผ่นเกมสำหรับ GameCube มีต้นทุนที่สูงขึ้น

อีกหนึ่งสาเหตุที่ GameCube ไม่สามารถทำยอดขายในโซนสหรัฐฯ ได้ตรงตามที่ตั้งเป้าไว้ เพราะ Nintendo ติดภาพลักษณ์ว่าเกมของพวกเขาส่วนใหญ่เป็นเกมเหมาะสำหรับเด็ก มีเนื้อหาเป็นมิตรสำหรับทุกคน ทำให้ชาวสหรัฐฯ ส่วนใหญ่เลือกซื้อ PS2 เพราะมีเกมเหมาะสำหรับวัยรุ่นกับผู้ใหญ่ให้เลือกเล่นเยอะกว่า

Kyle Mercury อดีตพนักงานของบริษัทที่ถูกมอบหมายให้ทำการตลาด GameCube ในสหรัฐฯ กล่าวว่า Nintendo ไม่ปลื้มกับยอดขายในสหรัฐฯ อย่างมาก จนถึงขั้นมีผู้บริหารใน Nintendo คนหนึ่งกล่าวประชดประชันน้อยใจว่า “ผู้บริโภคไม่ต้องการความสนุกสนานอีกต่อไป พวกเขาแค่ต้องการฆ่าคน … ในรูปแบบ HD” (อ้างอิงจาก Den of Geek)

ส่วนด้านของ Xbox ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เมื่อช่วงกลางคืนของวันที่ 15 พฤศจิกายน ปี 2001 โดยมี Bill Gates ได้เข้าร่วมงาน Grand Opening ของ Xbox ในร้าน Toys ‘R’ Us สาขา Times Square กรุง New York เพื่อรอต้อนรับเกมเมอร์ทุกคนอีกด้วย

หลังการวางจำหน่าย Xbox ได้รับกระแสรีวิวเป็นเครื่องเกมยอดเยี่ยมจากสื่อและเกมเมอร์ ซึ่งหลายคนเห็นพ้องตรงกันว่า Xbox เป็นเกมคอนโซลยุค 6 ที่มีประสิทธิภาพทรงพลังที่สุด หากเปรียบเทียบภาพกราฟิกระหว่าง PS2, Dreamcast และ GameCube ต้องบอกเลยว่า Xbox สามารถเอาชนะแบบขาดลอย

ภาพเปรียบเทียบกราฟิกใน Splinter Cell Chaos Theory เวอร์ชัน PS2 กับ Xbox ก็เห็นเลยว่าประสิทธิภาพกราฟิก Xbox เอาชนะได้ใส ๆ

นอกจากนี้ Xbox ไม่จำเป็นต้องใช้ Memory Card ในการบันทึกเซฟเกม เพราะในเครื่องเกมมี HDD ติดตั้งมาพร้อมแล้ว โดย HDD ของ Xbox มีปริมาณราว 8GB ซึ่งมีเนื้อที่มากพอที่จะสามารถ Install เกมได้ 1-2 เกมในยุคนั้น

แต่อย่างไรก็ตาม นวัตกรรมของ Xbox ที่แท้จริงก็คือการเข้าถึงระบบออนไลน์เพื่อเล่นเกม Multiplayer กับเพื่อน ๆ แบบง่ายแสนง่าย ในเดือนพฤศจิกายนปี 2002 Microsoft ได้เปิดให้บริการระบบเล่นเกมผ่านโลกออนไลน์โดยใช้ชื่อว่า “Xbox Live” โดยใช้วิธีการสร้างรายได้ด้วยการให้ผู้ใช้สมัครสมาชิก Subscription รายเดือน เพื่อสามารถเข้าถึงโหมด Multiplayer และรับคอนเทนต์พิเศษที่ได้จากการสมัคร Xbox Live เท่านั้น

“DarkMaster” หนึ่งในโฆษณา Xbox Live ที่โด่งดังมาก ๆ ในยุคนั้น

อย่างไรก็ตาม แม้ Xbox ขายดีในฝั่งสหรัฐฯ แต่ทว่ากลับทำยอดขายประสบความล้มเหลวอย่างหนักในประเทศญี่ปุ่น

ในปี 2001 Microsoft ตั้งเป้าว่า Xbox ต้องขายในญี่ปุ่นให้ได้ 6 ล้านเครื่องก่อนเดือนมิถุนายน ปี 2002 แต่เมื่อถึงเดือนเมษายนของปีดังกล่าว ทางทีมงานค้นพบว่า Xbox สามารถทำยอดขายในญี่ปุ่นได้เพียง 190,000 ชุด หลังเครื่องเกมวางจำหน่ายในญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2002

นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมเกมหลายราย ระบุสาเหตุที่ Xbox ประสบความล้มเหลวในญี่ปุ่น เพราะว่าเกมเมอร์ญี่ปุ่นรู้สึกผูกพันกับแบรนด์ Sony PlayStation และ Nintendo มานาน นอกจากนี้ ขนาดของเครื่องที่ใหญ่เกินไป ก็ทำให้การวางเครื่องในห้องนั่งเล่น ค่อนข้างทำได้ยากลำบาก รวมถึงไลบรารีเกม Xbox ขาดเกม Exclusive จากญี่ปุ่นอีกด้วย

ถึงอย่างนั้น การวางจำหน่ายของ GameCube และ Xbox ในปี 2001 ทำให้ PS2 โดนรีวิวเปรียบเทียบว่าประสิทธิภาพกราฟิกเกมไม่สวยงามเท่ากับสองเครื่องเกมดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม PS2 ยังคงเป็นเกมคอนโซลที่มีจำนวนเกมให้เลือกเล่นเยอะมาก รวมถึงมีระบบ Playback DVD ทำให้ PS2 ได้ครองแชมป์เป็นเครื่องเกมคอนโซลยุคที่ 6 ที่รับความนิยมสูงสุด ณ ตอนนั้น

นอกจากนี้ ในปี 2004 บริษัท Sony เปิดตัว PS2 โมเดลใหม่เป็นรุ่น Slim ซึ่งมีขนาดเล็กกว่ารุ่นดั้งเดิมหลายเท่า นอกจากนี้ ก่อน PS2 Slim จะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ทาง Rockstar Games ได้วางจำหน่ายเกม Grand Theft Auto ภาค San Andreas โดยปัจจุบัน เกมดังกล่าวเป็นเกม PS2 ที่มียอดขายดีสุดตลอดกาล 20.81 ล้านชุด

บทสรุปของสงคราม ผู้ชนะ ผู้แพ้ และการไปต่อ

ในปี 2005 – Satoru Iwata อดีตประธาน Nintendo ของญี่ปุ่น (ปัจจุบัน เสียชีวิตแล้ว) กล่าวแถลงการณ์ว่า GameCube ไม่สามารถทำยอดขายตรงตามที่ตั้งเป้าไว้ โดย Nintendo คาดหวังว่า GameCube ต้องสามารถขายได้ 50 ล้านเครื่องทั่วโลกภายในปี 2005 แต่ทว่าปลายปี 2006 เครื่องกลับทำยอดขายได้เพียง 21.7 ล้านเครื่อง หรือหมายความว่าเกมคอนโซลดังกล่าวทำยอดขายน่าผิดหวังนั่นเอง

Nintendo ประกาศยุติการสนับสนุนและการผลิต GameCube ในปี 2007 แม้เครื่องเกมดังกล่าวมียอดขายค่อนข้างน่าผิดหวังในมุมมองของ Nintendo แต่ IGN ยกย่องให้ GameCube ติดอันดับ 16 เป็นเครื่องเกมคอนโซลยอดเยี่ยมที่สุด โดยเกมของ GameCube ที่ทำยอดขายดีสุด คือ Super Smash Bros. Melee ซึ่งขายได้ราว 7.5 ล้านชุด

ส่วน Xbox ประกาศยุติการสนับสนุนและผลิตเครื่องในปี 2009 โดยสามารถปิดยอดขายทั้งหมด 24 ล้านเครื่องทั่วโลก (สถิติล่าสุดโดย Xbox ของปี 2006) แม้เครื่องเกมดังกล่าวมีผลลัพธ์รายได้ไม่น่าภาคภูมิใจเท่าไหร่นัก แต่ด้วยกระแสรีวิวของ Xbox ที่ดีเกินคาด ทำให้ Microsoft และผู้บริหารหลายราย ยังคงมีแรงกำลังใจในการเดินหน้าแข่งขันในธุรกิจเกมคอนโซลต่อไป โดยเกม Xbox ที่ขายดีสุดคือ Halo 2 ซึ่งขายได้ราว 8.49 ล้านชุด

และสุดท้าย PlayStation 2 ได้รับการจารึกลงประวัติศาสตร์วงการเกม ด้วยการทำยอดขายทั้งหมด 155 ล้านเครื่อง และขึ้นแท่นเป็นเครื่องเกมคอนโซลที่ขายดีที่สุดตลอดกาล โดยตอนนี้ยังไม่มีเกมคอนโซลเครื่องไหนสามารถทำยอดแซงหน้า PS2 ได้

หลังจากเผยรายละเอียดเรื่องราวของเครื่องเกมคอนโซลเจเนอเรชัน 6 ไปแล้ว จะพบว่าแต่ละเครื่องเกมมีจุดเด่นหรือจุดขายที่แตกต่างกัน

แม้ Sony PlayStation 2 เป็นผู้ชนะสงครามธุรกิจเครื่องเกมเจเนอเรชัน 6 ด้วยจำนวนยอดขาย 155 ล้านเครื่อง แต่สำหรับความคิดเห็นส่วนตัว เชื่อว่าทุกเครื่องเกมคอนโซลคือ “ผู้ชนะ” เพราะแต่ละเครื่องได้สร้างนวัตกรรมแปลก ๆ ใหม่ ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเครื่องเกมเจเนอเรชัน 7 อย่าง PlayStation 3, Xbox 360 และ Nintendo Wii ให้ดียิ่งขึ้น หรือกลายเป็นมาตรฐานที่ทุกเครื่องเกมคอนโซลต้องมี

เครื่องเกมเจเนอเรชัน 6 สิ้นสุดลงในปี 2015 หลังจาก Final Fantasy XI: Rhapsodies of Vana’diel หรือเกมสุดท้ายของ PlayStation 2 ได้ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และทุกเครื่องเกมยุติการสนับสนุนกับผลิตเพื่อขายส่งออก

Sony ยังคงเดินหน้าทำเครื่องเกมคอนโซลโดยมีรุ่นล่าสุดเป็น PlayStation 5 และผลิตเกม Exclusive ยอดเยี่ยมของ PS เช่น God of War, The Last of Us, Uncharted กับอื่น ๆ อีกหลายเกม

Microsoft เริ่มหันมาสร้างระบบให้บริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิดีโอเกมเช่น Xbox Game Pass, xCloud รวมถึงออกตัว Xbox Series X ซึ่งเป็นเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่ที่ทรงประสิทธิภาพ สามารถเล่นเกมด้วยภาพ Native 4K 60FPS ด้วยราคาขายสมเหตุสมผล

Nintendo ยังคงเอาใจใส่กับการสร้างเครื่องเกมคอนโซลไฮบริดอย่าง Switch ที่สร้างนวัตกรรมวงการเกมยุคปัจจุบัน จนล่าสุด Switch ขึ้นแท่นเป็นเกมคอนโซลที่ขายดีที่สุดตลอดกาลอันดับ 11 ด้วยยอดขาย 79.87 ล้านเครื่อง

และสุดท้าย หลังจาก SEGA อำลาธุรกิจเกมคอนโซล ในปี 2004 บริษัท SEGA ได้ควบรวมกับ Sammy Corporation จนกลายเป็น SEGA Sammy Holdings Inc. โดยทีมงาน SEGA ในปัจจุบัน ยังคงมุ่งหน้าพัฒนาเกมของตัวเอง เช่น Yakuza, Sakura Wars, Sonic The Hedgehig กับเป็นตัวแทนจำหน่ายเกมบางเกมต่อไป

แม้ Dreamcast มียอดขายไม่ดี แต่สื่อเกมกับนักวิจารณ์ฮาร์ดแวร์หลายคน ต่างยกย่องให้ Dreamcast เป็นหนึ่งในเครื่องเกมที่ล้ำหน้ามาก่อนกาล รวมถึงสร้างนวัตกรรมที่เปลี่ยนวงการเกมไปตลอดกาล

อ้างอิง:

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close