ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเหล่าเกมเมอร์ทั่วโลกก็ได้รับข่าวดี เมื่อเกม Counter-Strike: Global Offensive หรือ CS:GO ได้เปิดให้เล่นฟรีพร้อมกับโหมด Battle Royale แต่สำหรับแฟน ๆ CS:GO แล้วเหมือนว่าสิ่งที่พวกเขากลัวมาตลอดในที่สุดก็เป็นจริง การเปิดให้เล่นฟรีนี้จะเป็นการสร้างวิกฤตให้กับเกมนี้หรือว่าเป็นโอกาสใหม่ที่จะให้เกมนี้ได้เติบโตมากกว่าเดิม เรามาคุยกัน

ทำไม Valve ถึงทำอย่างเปลี่ยน CS:GO ให้เป็นเกม “ฟรี”

เกม Counter Strike ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ทาง Valve รักและหวงแหนมาอย่างยาวนาน หากนับตั้งแต่เป็น Mod ก็ต้องเริ่มตั้งแต่ปี 1999 ปัจจุบันผ่านไปเกือบ 20 ปี Counter Strike ได้กลายเป็นหนึ่งในเกมที่เหล่าคอเกม Shooting ต้องเคยผ่านสักครั้งในชีวิต ด้วยรูปแบบการเล่น Classic ที่ยากจะหาเกมอะไรมาเปรียบและเกมการเล่นที่วัดกันที่ ” Skill Play ” หรือ “ทักษะการเล่น” แบบ 100% ที่ไม่เหมือนกับเกมยิงในปัจจุบันที่ระบบของเกมจะพยายามเน้นให้ผู้เล่นเติมเงินเพื่อเอาเปรียบคนอื่น เช่น การเปลี่ยนแม็กที่เร็วขึ้น การสลับอาวุธที่ฉับไวเป็นต้น ทำให้เกมได้รับความนิยมอย่างมากจากเหล่าคอเกมที่ชอบวัดทักษะการเล่นกันอย่างจริงจัง อีกทั้งเกมนี้ยังกลายเป็นเกมแรก ๆ ของโลกที่มีการแข่งขันอีสปอร์ตกันอย่างเป็นทางการและเป็นต้นแบบให้เกมอื่น ๆ สร้างการแข่งขันอีสปอร์ต 

วันที่ 22 สิงหาคมปี 2012 Valve ได้เปิดตัวเกม Counter-Strike: Global Offensive อย่างเป็นทางการ ซึ่งตัวเกมใช้ Source Engine  และได้ปรับเปลี่ยนกราฟิกของตัวเกมให้ดีขึ้นแต่ยังคงเกมการเล่นเหมือนเดิม ตัวเกมยืนยันตั้งแต่ต้นว่ามันไม่ใช่เกม Free to Play ตัวเกมก็พัฒนามาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นระบบต่าง ๆ หากเทียบกับ 6 ปีที่แล้ว แฟนเกมน่าจะทราบกันดี ซึ่งนอกจากตัวเกมจะพัฒนาไปไกลแล้ว สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบเกม CS:GO ก็ขยายตัวไปด้วยกัน โดยในตอนนี้มูลค่าอีสปอร์ตของเกมนั้นเป็นอันดับสองแซงหน้าเกม League of Legend ด้วยมูลค่า 60 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และนักกีฬาอีสปอร์ตกว่า 9,000 คนเป็นรองแค่เพียงเกม Dota 2 เท่านั้น นอกจากนี้ตลาดของสกินเกมก็ใช่ย่อย ไอเทมของเกม CS:GO มีราคาตั้งแต่หลักหน่วยไปจนถึงหลักล้านบาท ทำให้ตลาดของเกมยังคงคึกคักโดยเฉพาะเวลาที่มีกล่องใหม่ ๆ เข้ามาในเกม นี่ยังไม่รวมกับเหล่า Streamer หลายคนที่สร้างตัวจากเกม CS:GO ก่อนแล้วจึงย้ายไปเล่นเกมอื่นอย่างเช่น Shroud  เป็นต้น

ยอดผู้เล่นในปีนี้ของเกม CS:GO ที่ลดลงจนทรงตัว

สำหรับเหล่าเกมเมอร์อาจจะกำลังมีความสุข แต่กับ Valve เจ้าของเกมนั้นกำลังอยู่ในภาวะที่เสี่ยง เนื่องจากเกมใหม่ ๆ ที่ออกมาสามารถดึงผู้เล่นได้อย่างมาก โดยเฉพาะเกมแนว Battle Royale ไม่ว่าจะเป็น PUBG ที่สามารถเอาชนะทุกเกมของ Valve ใน Steam ได้พร้อมทั้งสร้างยอดผู้เล่นมากกว่า 3 ล้านคน พร้อมด้วยคู่แข่งที่เกิดขึ้นรอบตัวไม่ว่าจะเป็น Fortnite , Call of Duty :Black Ops IIII ยังไม่รวมเกมจากแพลตฟอร์มมือถือต่าง ๆ ที่พร้อมจะแย่งชิงฐานผู้เล่นของเกมนี้ตลอดเวลา เมื่อพิจารณาแล้วทางทีมงานจึงได้เปิด Free to Play เพื่อให้ผู้เล่นได้ลองเล่นด้วยเงื่อนไขที่น้อยที่สุดและเป็นการขยายฐานผู้เล่นไปยังกลุ่มใหม่ ๆ อีกด้วย

ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเกม CS:GO ฉบับเกมฟรี

Counter-Strike GO

สำหรับเกมเมอร์ทั่วไปเป็นเรื่องที่ดีเพราะว่าในที่สุดเกม CS:GO ก็สามารถเล่นได้ฟรีเสียที โดยในวันที่เปิดให้เล่นฟรีนั้นตัวเกมมียอดผู้เล่นของเกมเพิ่มขึ้นมากถึง 200,000 คน นำไปสู่กลุ่ม Community ต่าง ๆ ที่ผู้เล่นใหม่ต่างเข้าไปหาข้อมูลและพูดคุยกันอย่างต่อเนื่องจนทำให้เกมกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่สำหรับผู้เล่นที่ซื้อเกมมาก่อนทาง Valve ก็ไม่ได้ใจร้ายแจก Prime Status มูลค่า 449 ให้ผู้เล่นที่ซื้อเกมก่อนจะเปิดให้เล่นแบบ Free to Play ถึงแม้ Community ของเกมจะกลับมาคึกคัก แต่นั่นก็เป็นการดึงดูดเอาสิ่งที่มาคู่กับเกม Free to Play คือเหล่าผู้ที่ใช้โปรแกรมโกง ที่ขนาดเกมปกติยังมีการโกงกันให้เห็นกันเป็นเรื่องปกติแม้แต่กลางงานแข่งก็มีมาแล้ว ทำให้การเปิดเล่นฟรีครั้งนี้ทำให้ทุก ๆ เกมมี “ความเสี่ยง” ที่จะเจอเหล่าผู้ใช้โปรแกรมโกงโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เล่นใหม่ยังไม่มี Prime Status ก็จะยิ่งเสี่ยงมากขึ้น เรื่องนี้ทำให้ Face it แพลตฟอร์มสำหรับการแข่งขันกลายเป็นเหมือน Passports สำหรับเล่นเกมไปโดยปริยาย ดังนั้นมือใหม่ขาลุยทั้งหลายอย่างลืมไปสมัครกันล่ะ

จากประวัติศาสตร์ของวงการเกมที่ผ่านมา เกมที่เปลี่ยนจากเสียเงินมาเป็น Free to Play นั้นรุ่งก็มีมากเช่น  Hero of Newerth (HoN) ,Team Fortress 2 เป็นต้น ร่วงก็มีมากมายไม่ว่าจะเป็น Evolve Stage 2 ที่เปลี่ยนเป็น Free to Play ก็ไม่ให้เกมกลับมาได้เท่าที่ควร เรื่องนี้ Valve น่าจะพิจารณาเป็นอย่างดีแล้วว่าการที่เกม CS:GO เล่นฟรีนอกจากจะทำให้เกมดังแล้ว ยังกลายเป็นอีกหนึ่งเกมที่เอาไว้คานอำนาจกับ Epic Game Store ที่เปิดตัวพร้อมแย่งชิงตลาด Digital Games Store ซึ่งในตอนนี้คู่แข่งของ Steam ก็พยายามที่จะแจกเกมหลายเกมเช่นกัน

สรุป

สำหรับกรณีนี้มีเพียงแต่ “เวลา” ที่จะพิสูจน์ว่ากลยุทธ์อันนี้จะสร้างให้เกม CS:GO กลายมาเป็นยอดเกมแนวยิงบุคคลที่หนึ่ง ที่มีการแข่งขันอีสปอร์ตแบบเข้มข้นได้เหลือไม่ หรือเป็นการซ้ำเติมเหล่าภัยร้ายของเกม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้เล่น Toxic ต่าง ๆ รวมถึงเหล่าผู้เล่นที่ใช้โปรแกรมโกงหรือไม่ ก็ต้องดูว่า Valve จะจัดการอย่างไรกับเรื่องนี้ 

BOM

บ๋อม - Content Writer

บทความที่เกี่ยวข้อง