รู้หรือไม่ ทำเกม AAA ใช้เงินและเวลาเท่าไร ?

ในยุคที่เราแทบจะมีเกมออกใหม่มาให้ได้เล่นกันเป็นประจำทุกเดือน ๆ ออกมาดีบ้าง แย่บ้าง ไม่ว่าจะเกมฟอร์มเล็ก ฟอร์มใหญ่ ในความเป็นจริงนั้น พวกเรารู้หรือไม่ว่า การทำเกม AAA ที่เป็นที่รู้จัก ยอดนิยม และเป็นกระแสนั้น ใช้เงินและเวลามากขนาดไหน วันนี้เราลองมาหาคำตอบโดยละเอียดกันครับ

ราคาเกมยุคนี้อยู่ที่ประมาณกี่บาท ?

โชคดีที่เกมเมอร์ในยุคเรานั้น สามารถเป็นเจ้าของเกมได้ในหน่วยราคาเงินไทย เกือบทุกร้านค้าจะมีเรทราคาเป็นหน่วยไทยบาทโดยเฉพาะ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศก็จะมีราคาที่ไม่หนีห่างกันมาก

ในปัจจุบันเกมระดับ AAA จะเปิดตัวด้วยราคา 60$ หรือประมาณ 1,890 บาท เป็นราคามาตรฐาน (มีแกว่งไปที่ 1,790 1,990 บาทบ้าง แล้วแต่เกม) ในขณะที่หลายคนซื้อเกมราคานี้ได้อย่างสบาย ๆ แต่ก็มีหลายคนที่จ่ายไม่ไหว หรือบอกว่าแพงเกินไป สำหรับคนที่จ่ายไมไ่หว ก็ไม่ว่ากัน ไลฟ์สไตล์หรือชีวิตแต่ละคน และช่องทางการหารายได้ และปัจจัยหลาย ๆ อย่าง อาจไม่เอื้อให้คุณสามารถใช้เงินเดือนละเกือบสองพันบาทได้โดยไม่เดือดร้อนอะไร

แต่คนที่บอกว่าแพงเกินไป เราลองมาดูข้อเท็จจริงกันว่า 60$ นั้นแพงเกินไปหรือไม่สำหรับราคาเกมระดับ AAA – AAA Game คำนี้ถูกเริ่มนำมาใช้กับเกมฟอร์มยักษ์ทุนสูงทั้งหลายตั้งแต่ช่วงต้นปี 1990 เป็นต้นมา

อ้างอิงจาก Kotaku มีการรายงานว่าเกมระดับ AAA เกมหนึ่งนั้น ใช้ทุนสร้างขั้นต่ำสุดอาจจะอยู่ที่ 15 ล้านดอลลาร์ (470 ล้านบาท) ไปจนถึง 60 ล้านดอลลาร์ (1,800 ล้านบาท) กันเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น Final Fantasy VII (1997) นั้น เผยว่าใช้ทุนสร้างสูงถึง 40-45 ล้านดอลลาร์ (ปรับอัตราเงินเฟ้อแล้วจะอยู่ที่ 64-72 ล้านดอลลาร์) แทบจะทำให้มันเป็นเกมที่ใช้ทุนสร้างสูงที่สุด ณ ตอนนั้นเลย เทียบกันแล้ว ยังแพงกว่าการถ่ายทำซีรีส์หรือภาพยนตร์บางเรื่องด้วยซ้ำ

ยิ่งมาในช่วงยุคของ PS4 , XBOX One นั้น การพัฒนาเกมระดับ AAA ยิ่งใช้ทุนสูงมากขึ้นไปอีก และใช้จำนวนคนมากขึ้นด้วย มีรายงานว่าการพัฒนาเกม AAA แต่ละเกม จะใช้บุคลากรกว่า 400-600 คน หรืออย่างล่าสุด The Last of Us Part II ที่ล่อไปถึง 2,000 กว่าคน เพราะมันไม่ใช่แค่การเขียนโค้ด ซอฟต์แวร์ พอร์ตเกม แต่ในบางเกมที่ดึงเอาดารา นักแสดง มาให้เสียงพากย์หรือใช้เทคโนโลยี Motion Capture นั่นก็เป็นส่วนที่ต้องใช้จ่ายเงินเช่นกัน

หรือยิบย่อยลงไปกว่านั้นเช่นค่าลิขสิทธิ์ของวัตถุดิบต่าง ๆ ที่เรานำมาใช้ในเกม ไม่ว่าจะเป็นเพลงประกอบ ดนตรี ลายเส้น งานศิลป์ ที่ถ้าหากไปนำมาใช้ก็ต้องทำการขออนุญาตลิขสิทธิ์มาใช้ และเกมที่น่าจะเป็นปัญหามากที่สุดก็น่าจะเป็นพวกเกมแข่งรถ หรือเกมกีฬาที่ใช้ตัวนักกีฬาหรือแบรนด์รถจริง ๆ มาอยู่ในเกมที่อาจจะต้องเสียค่าลิขสิทธิ์เพิ่มมากขึ้นไปอีก

เห็นก้อนเงินขนาดนี้แล้ว เริ่มรู้สึกว่า 60$ ของเรามันไม่แพงหรือยัง ? แต่ก็ว่ากันไม่ได้ เพราะถ้าบางเกมทำตัวเองด้วยคุณภาพที่ไม่ดี ระบบเกมที่ไม่สนุก การใช้ทุนสร้างสูงขนาดไหนก็ไม่สามารถเอามาเป็นข้ออ้างได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยิ่งทุนสูงแต่เกมกลับออกมาห่วย จะโดนด่าสวนไปด้วยซ้ำว่าใช้เงินไปมากขนาดนั้นก็ยังทำเกมดี ๆ ออกมาไม่ได้

ไม่จบแค่การพัฒนา เพราะการตลาดและประชาสัมพันธ์ก็ต้องใช้เงิน และอาจมากกว่าที่ใช้ทำเกมซะอีก

สมมุติว่าเราทุ่มเงินไปหลายสิบล้าน ร้อยล้านเพื่อทำสินค้าอะไรขึ้นมาสักอย่าง ผ่านการพัฒนามาแรมปี จนในที่สุดมันก็พร้อมที่จะวางจำหน่าย แล้วคำถามคือ คุณคิดว่าการนำสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของตัวเองขึ้นไปขายนั้น ไม่ใช้เงินเลยหรือ ? ไม่ใช่แน่นอน

การจะนำของหรือสินค้าของตัวเองไปขายตามร้านค้าหรือตัวแทนจำหน่ายต่าง ๆ นั้นย่อมต้องจ่ายเงิน หรือถ้าอยากให้มันไปโผล่บนพื้นที่สื่อที่คนเห็นได้เยอะ เช่นป้ายบิลบอร์ดโฆษณา โฆษณาทางทีวีต่าง ๆ ยิ่งใช้เงินสูงขึ้น

ในปี 2009 Rich Hilleman ผู้บริหารของ EA (ในตอนนั้น) ได้กล่าวว่า งบประมาณที่ใช้ในการทำการตลาดและประชาสัมพันธ์นั้น อาจจะมากกว่างบประมาณที่ใช้ในการพัฒนาเกมกว่า 2-3 เท่า นั่นหมายความว่า ถ้าคุณใช้เงินในการสร้างเกม AAA สัก 100 ล้านบาท คุณอาจจะต้องเสียเงินให้การโฆษณาประชาสัมพันธ์ประมาณ 200-300 ล้านบาทเลยทีเดียว นี่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่นเงินเดือนพนักงาน ค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ที่ใช้ทำเกมอีกต่างหาก

เคยมีเกมดีไซน์เนอร์และโปรดิวเซอร์ของเกมของบริษัท Creation Maxo ออกมาตอบคำถามถึงงบประมาณด้านการตลาดนี้ใน Quora.com ว่า งบประมาณเกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณทั้งหมดจะถูกใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์และการตลาด เพราะการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ดี จะทำให้ผู้คนเข้าถึงตัวเกมได้มากขึ้น และส่งผลต่อยอดขายโดยตรง

ยกตัวอย่างเช่นคุณอาจจะต้องจ่ายเงินมากขึ้นให้กับทาง Valve เพื่อให้เกมของตัวเองขึ้นอยู่ในหน้าแนะนำของร้านค้า Steam เป็นเวลา 1 สัปดาห์ หรืองานใหญ่อย่าง E3 นั้น แม้จะเป็นบูธหรือพื้นที่งานที่เล็กที่สุด ก็ยังมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 25,000 – 50,000$ (780,000 – 1,500,000 บาท) กันเลยทีเดียว

พัฒนาเกม AAA ไม่ได้ใช้แค่เงิน เวลาก็เช่นกัน

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญในการใช้พัฒนาเกมระดับ AAA นอกจากเงิน ก็คือ “เวลา” เวลาที่มีค่ามากกว่าเงินทอง เพราะถ้าไม่สามารถควบคุมขอบเขตเวลาในการพัฒนาได้ ก็จะส่งผลไปยังเรื่องอื่น ๆ เช่นงบบานปลาย ผู้พัฒนาถอนตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับโครงสร้างเกมโดยรวมที่ทำมาทั้งหมด อาจทำให้เกมเกมนึงต้องล้มเลิกไปเลยก็ได้

แต่เวลาคือสิ่งที่อยู่ไม่นิ่ง และยิ่งทำงานกันเป็นจำนวนมาก ก็ยิ่งควบคุมได้ยาก หลายปัจจัยในเรื่องของเวลาในการพัฒนาเกม AAA นั้น เกี่ยวข้องกับหลายอย่าง ทั้งจำนวนบุคลากร เอนจิ้นที่ใช้ หากเป็นเกมเรือธงที่ออกแทบจะทุกปีอยู่แล้ว การพัฒนาอย่างมากก็จะใช้เวลา 2 ปี ยกตัวอย่างเช่น Call of Duty Black Ops: Cold War กำลังจะเปิดตัวให้เราได้เห็น แต่จริง ๆ ทีมพัฒนาอาจจะเริ่มทำเกมภาคของปี 2021 กันแล้วในตอนนี้

แต่ถ้าไม่ใช่เกมภาคต่อ เป็นเกม IP ใหม่ ที่พัฒนาใหม่กันแบบสด ๆ ร้อน ๆ ชาวเว็บบอร์ดแห่งเว็บไซต์ Gamedev.net เผยว่าคุณอาจต้องใช้เวลา 3-5 ปีกันเลยทีเดียวในการพัฒนาเกมเกมหนึ่ง หรืออาจจะมากกว่านั้น เช่น 5-7 ปี ก็มี Cyberpunk 2077 นี่แหละที่พัฒนากันมาอย่างยาวนานแล้ว (ก่อน The Witcher 3 จะวางจำหน่ายซะอีก อ้างอิงจากช่วงเวลาการเปิดตัว Account Twitter ของเกม)

ฝันอยากเป็นคนสร้างเกมบ้าง ควรล้มเลิกดีไหม ?

เห็นทั้งราคา และเวลาแล้ว เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับคนที่มีความฝันอยากทำเกมของตัวเองดูสักครั้ง.. แต่อย่าเพิ่งล้มเลิกความหวัง เพราะที่เรายกตัวอย่างมานี้ เรากำลังพูดถึงเกมระดับ AAA ที่คนสร้างจะต้องมีสกิล มีทักษะ มีฝีมือ มีทุนอยู่แล้ว แต่เราก็ได้เห็นหลายคนที่เริ่มทำเกมด้วยตัวคนเดียว และโด่งดังเป็นพลุแตก ประสบความสำเร็จก็มีให้เห็น เช่น Eric Barone เจ้าของเกม Stardew Valley หรือแม้แต่ FYQD เจ้าของเกม Bright Memory

แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างมันจะง่าย เพราะการทำอะไรด้วยตัวคนเดียว อาจจะโหดหินยิ่งกว่า ทั้งความสามารถ เวลา ใจรัก พลังงาน และปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่คุณต้องจัดการให้ดี ใครที่มีความฝันอยากลองทำเกมของตัวเองดูบ้าง ลองเริ่มตั้งแต่วันนี้ก็ยังไม่สายหรอกนะครับ!

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง