รู้จัก David S. Goyer มือเขียนบทชื่อดัง ผู้กลับมาสานต่อ Call of Duty: Black Ops

เมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา Call of Duty: Black Ops Cold War ได้เปิดตัวกันไปแล้วอย่างเป็นทางการ และแม้ว่าก่อนหน้านี้จะข่าวลือออกมาแล้ว แต่ในที่สุดก็เป็นจริงกับข่าวที่ว่า ในภาค Black Ops Cold War นี้ เนื้อเรื่องจะถูกสานต่อจากภาค Black Ops 1 เมื่อปี 2010 โดยตรง

ซึ่งมือเขียนบทของเกมภาคนี้มีมากเกือบ 10 ชีวิต แต่หนึ่งในนั้นคือมือเขียนบทฝีมือดีที่ผ่านการเขียนบทภาพยนตร์ดัง ๆ มาแล้วอย่างมากมาย ชื่อของชายคนนั้นคือ David S.Goyer (เดวิด เอส.โกเยอร์) ที่นั่งในตำแหน่งผู้ให้คำปรึกษาในการสร้างเรื่องราวขึ้นมา และวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับชายผู้กลับมาสานต่อ Call of Duty: Black Ops Cold War คนนี้กันครับ

ประวัติเบื้องต้น

David S.Goyer หรือชื่อเต็ม ๆ David Samuel Goyer หลายคนอาจไม่รู้จักชื่อนี้ถ้าเป็นเพียงเกมเมอร์ แต่ถ้าคนที่ชอบดูหนัง หรือติดตามข่าวสารภาพยนตร์ จะรู้ทันทีว่านี่คืออีกหนึ่งคนที่สร้างสรรค์บทภาพยนตร์ดัง ๆ มาแล้วมากมาย ทั้งหนังฮีโร่อย่าง Marvel และ DC ก็ผ่านมือเขามาหมดแล้ว

อย่างเช่นไตรภาค Blade เมื่อ 1998 – 2004 หรือแม้แต่ Batman Begins และที่ขึ้นหิ้งจนแทบจะเป็นตำนานเลยก็คือ The Dark Knight ของ Christopher Nolan ที่ David S.Goyer เข้าไปมีส่วนร่วมในการเขียนบทภาพยนตร์ร่วมกับ Jonathan Nolan ด้วย นอกจากนั้นเขายังเคยกำกับภาพยนตร์มาแล้วถึง 4 เรื่อง หนึ่งในนั้นก็คือ Blade: Trinity หรือภาคที่ 3 ของซูเปอร์ฮีโร่ค่าย Marvel อย่าง Blade นั่นเอง

แต่ที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบจนถึงทุกวันนี้ก็คือ เขาคนนี้นี่แหละที่เป็นคนเขียนบทให้กับเกม Call of Duty: Black Ops ทั้งสองภาค โดยเฉพาะภาคแรกที่หลายคนยกให้เป็นภาคในดวงใจ และเหนือกว่า Modern Warfare กันเลยทีเดียว

เขาเคยเรียนเกี่ยวกับการเขียนบทภาพยนตร์ Nelson Gidding ที่ USC และจบการศึกษาในปี 1988 และเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง Death Warrant ออกขายในปี 1989 ซึ่งต่อมามันได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์จริง ๆ และยังได้ดารารุ่นใหญ่ในยุคนั้นอย่าง Jean-Claude Van Damne มาแสดงนำด้วย

ความเห็นเกี่ยวกับหนังจากเกมในฐานะคนเขียนบทชื่อดัง

ในช่วงปี 2013 David S.Goyer เคยให้สัมภาษณ์ว่า ณ เวลานั้น อุตสาหกรรมภาพยนตร์มีมายาวนานกว่า 100 ปีแล้ว แต่กับเกม มันคือเรื่องใหม่ และผมรู้สึกว่าการเล่าเรื่องในโลกของวิดีโอเกมมันกำลังจะซับซ้อนและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

โกเยอร์เล่าว่า ประสบการณ์การเขียนบทวิดีโอเกมนั้น มันให้อารมณ์เหมือนกับการเขียนบทซีรีส์ทีวีมากกว่าสเกลหนังฉายโรง มันจะมีจุดเริ่มต้น จุดกลาง และจุดลงท้าย และเขาก็ชื่นชอบมากที่ Black Ops 2 เขาได้เขียนบทให้มันมีเส้นทางการเลือกที่หลากหลาย มันไม่ได้เป็นเส้นตรง

เกมแรกมันทำเงินไปได้มากกว่า Avatar อีกนะ เกมที่สองจึงเป็นอะไรที่ใหญ่กว่านั้น มันทำได้ยิ่งกว่าที่ Man of Steel หรือ The Dark Knight เคยทำ

  • David S.Goyer ให้สัมภาษณ์กับทาง theguardian.com

ในช่วงนั้นโกเยอร์ยังเล่าอีกว่าการดัดแปลงวิดีโอเกมให้มาเป็นภาพยนตร์ เขาคิดว่ามีเรื่องเดียวที่ทำออกมาได้สำเร็จ ก็คือ Tomb Raider (เวอร์ชั่นที่แองเจลินา โจลี่นำแสดง) มันไม่ได้เป็นหนังที่ดีนักหรอก แต่มันประสบความสำเร็จทางด้านรายได้มาก

เขาออกความเห็นว่าทำไมการดัดแปลงเกมเป็นหนังจึงประสบความสำเร็จยาก นั่นเพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสมจริงของสภาพแวดล้อม มันเป็นเรื่องยากมากที่จะจำลองภูมิประเทศให้เหมือนกับในเกมแบบเป๊ะ ๆ ซึ่งจากตอนนั้นจนถึงตอนนี้ หนังจากเกมที่ประสบความสำเร็จก็มีสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว

การกลับมาสานต่อใน Black Ops Cold War

ตามรายงานจากสื่อเกมทั่วโลก Treyarch และ Raven Software ได้ดึงเอา David S.Goyer กลับมาสานต่อเรื่องราวที่เขาได้สร้างขึ้นเอาไว้อีกครั้ง เพราะคงไม่มีใครจะรู้จักโลก และเรื่องราวของ Black Ops ได้ดีไปกว่าผู้ที่ให้กำเนิดมันขึ้นมา

มันไม่ใช่การรีบูตแฟรนไชส์เหมือน Modern Warfare ที่ทำเมื่อปี 2019 แต่ Black Ops Cold War จะกลายเป็นภาคต่อโดยตรง และการกลับมาของตัวละครที่แฟน ๆ คุ้นหน้าคุ้นตา ทั้ง Frank Woods, Alex Mason และ Jason Hudson

ในคราวนี้คุณจะไม่ได้กลับมาเล่นเป็น Mason หรือ Hudson อีกแล้ว เพราะตัวละครของคุณจะมีตัวตนอยู่ในเกม คุณจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสงครามเย็น และเพราะอย่างนี้ ทีมงานจึงตัดสินใจที่จะตามเอาตัว David S.Goyer กลับมาให้คำปรึกษาในด้านของเนื้อเรื่องอีกครั้ง และนี่จะเป็นการไล่ล่าชายลึกลับนาม Perseus ซึ่งอ้างอิงมาจากบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์

ทีมงาน Treyarch เผยว่า David S.Goyer นั้น มีความสามารถที่เจ๋งมากในการสานต่อเรื่องราวจาก Black Ops 1 ทันทีที่ติดต่อเขาไปทางโทรศัพท์ เขาก็เสนอไอเดียแทบจะทุกอย่างที่คิดได้ออกมา และแทบไม่น่าเชื่อว่าในบางส่วนที่ดูเหมือนจะปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว แต่ Goyer ก็ยังตั้งคำถามถึงความเปลี่ยนแปลงของมันได้ รวมไปถึงเขายินดีมากที่ได้กลับมาสานต่อแฟรนไชส์ Black Ops นี้อีกครั้ง

การกลับมาของ David S.Goyer จะทำให้เรื่องราวของ Black Ops Cold War ดำเนินเรื่องราวต่อไปในทางไหน เราคงจะต้องติดตามพร้อมกันในวันที่เกมวางจำหน่าย 13 พฤศจิกายนนี้ครับ

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close