รู้จักกับ BLACK ตำนานเกม FPS ม้ามืดสุดเร้าใจที่มีเพียงภาคเดียว

BLACK เป็นเกมม้ามืดแนว FPS ที่แม้จะมีเพียงภาคเดียว แต่มันได้สร้างตำนานที่เกมมอร์หลายคนต้องจดจำด้วยระบบเสียงคุณภาพสูงและมีภาพกราฟิกสวยงามในเครื่อง PlayStation 2 ซึ่งเกมดังกล่าวสร้างโดยทีมผู้สร้างเกมแข่งรถ Burnout ผู้ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการทำเกมแนวยิงมาก่อน

ก่อนพูดถึงเกม BLACK ต้องเกริ่นเกี่ยวกับเกม Battlefield V ซะก่อน เกมมอร์หลายคนอาจกังวลว่าโหมด Firestorm หรือ Battle Royale ฉบับ BFV มีสิทธิ์ออกมาไม่เวิร์ก เพราะทีมงานที่รับผิดชอบสร้างโหมดนี้คือ Criterion Games หรือผู้สร้างเกม Burnout และ Need for Speed บางภาค

ขณะที่เกมมอร์กำลังเกาหัวงุนงงว่าทำไม DICE ถึงเอาทีมผู้สร้างเกมแข่งรถมาทำเกมยิง แต่ผู้เล่นที่อยู่สาย FPS มาตั้งแต่ยุค PS2 จะไม่กังวลกับเรื่องนี้เลย เพราะพวกเขาต่างรู้ดีว่าทีมงาน Criterion Games เคยสร้างเกม FPS อันเลื่องชื่ออย่าง BLACK ที่เคยดังพลุแตกด้วยระยะอันสั้นมาแล้ว

ประวัติโดยย่อของเกม BLACK

BLACK

BLACK กำเนิดขึ้นเพราะ Criterion Games มีแนวคิดอยากทำเกมยิงที่ ” ให้ผู้เล่นมีความรู้สึกยิงปืน เหมือนกำลังเล่นเกมแข่งรถ Burnout ที่สามารถฉีกทุกอย่างได้เป็นชิ้น ๆ ” พวกเขาจึงพุ่งเป้าสร้างโมเดลปืนที่คมเนี้ยบ ออกแบบเสียงปืนให้แน่นดุดันจนทำให้เหล่าโอตาคุปืนต้องฟิน และสภาพแวดล้อมของเกมออกแบบให้มีความวินาศสันตะโร สามารถพังทลายตึกบ้านราวตึกช่องกับสิ่งของได้เป็นจำนวนมาก  ถือเป็นเกมสำหรับคนรักปืนอย่างแท้จริง

ดูแล้วเนื้อหาของเกมอาจจะสั้นนิดเดียว แต่นี่แหละจุดประสงค์ของเกม BLACK ตั้งแต่แรก ทีมงาน Criterion Games สร้างเกมนี้เพราะ “เขาอยากจะสร้างจริง ๆ ” ซึ่งความจริงแล้ว เกม BLACK จะมีแผนพัฒนาภาคที่สอง แต่ทางตัวทางแทนจำหน่าย EA ไม่อนุมัติให้สร้างด้วยสาเหตุต่าง ๆ มากมาย จึงเป็นเหตุให้ผู้กำกับเกม Stuart Black กับลูกทีมส่วนหนึ่งได้สร้างเกมใหม่ชื่อว่า Bodycount ซึ่งเป็นเกมสานต่อเจตนารมณ์จาก BLACK อีกทีหนึ่ง

ระบบเสียง ฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดของเกมนี้

black

หากผู้เล่นต้องการเล่น BLACK อย่างเต็มอรรถรส เกมเมอร์ไม่จำเป็นต้องมีโทรทัศน์จอใหญ่ ๆ ขอให้มีเพียงแค่มีอุปกรณ์เครื่องเสียงระดับ Home Theater เพียงเท่านี้ ห้องของคุณจะกลายเป็นสนามรบขนาดย่อมโดยทันที

เกม BLACK ได้ออกแบบเสียงปืนโดยรับแรงบันดาลใจอ้างอิงจากภาพยนตร์ Hollywood หลายเรื่อง อย่างเช่น เสียงปืนกลเบา MP5 ได้แรงบันดาลใจจากหนังแอ็กชัน Die Hard, เสียงปืน UZI มาจากเรื่อง True Lies และเสียงอาวุธปืนหรือระเบิดอีกหลายชนิด ซึ่งทีมงานเอาใจใส่ในส่วนนี้เป็นพิเศษ ด้วยการทำเสียงปืนให้ดุดันและมีระยะห่างใกล้กับไกลเหมือนกำลังชมภาพยนตร์ ถึงแม้ว่าระบบนี้จะไม่ใช่ฟีเจอร์ใหม่ แต่สำหรับเกมปี 2006 แล้ว BLACK ถือเป็นเกมที่มีคุณภาพเสียงดุดันสมจริงมากในยุคนั้น

และด้วยสภาพแวดล้อมของ BLACK เต็มไปด้วยความวุ่นวายจากสงครามและมีเสียงปืนเกือบตลอดทั้งเกม ไม่ว่าจะเป็นเสียงระเบิดตูมตาม, เสียงกระจกแตกกระจาย, เสียงปลอกกระสุนปืนตกลงสู่พื้น ทำให้ผู้เล่นมีความรู้สึกอะดรีนาลีนสูบฉีดและมีแรงกดดันในสนามรบ

ด้วยคุณภาพเสียงที่เป็นเลิศ เกม BLACK ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนเข้าชิงรางวัลงาน BAFTA Video Games Awards 2006 และได้รับรางวัลสาขา Best Art & Sound ร่วมกับ Burnout Revenge ในนิตยสาร Develop ที่จัด Industry Excellence Awards ขึ้นทุกปี

เนื้อเรื่องที่ว่าเป็นส่วนสำคัญของเกมในสมัยนี้ ไม่ใช่สำหรับสมัยก่อน

Black

เกมเพลย์ของ BLACK จะมีความคล้ายกับเกมซีรี่ส์ Call of Duty ก็คือผู้เล่นสามารถถือปืนได้ 2 กระบอกเท่านั้น (Primary กับ Secondary), ระหว่างการเล่นจะมีการเก็บไอเท็ม Collection เพื่อปลดฟีเจอร์พิเศษ และมีเนื้อเรื่องดำเนินแบบเส้นตรง หรือง่าย ๆ เลยมันก็คือเกม FPS ทั่วไปตรงตามสูตรสำเร็จ

แต่ถ้าจะให้พูดตรง ๆ เทียบเกมยิง FPS สมัยนี้ บอกเลยว่า BLACK เป็นเกมยิงธรรมดา ๆ เกมหนึ่ง เพราะว่าสตอรี่ของเกมนี้ไม่มีอะไรน่าจดจำ และเนื้อเรื่องใช้เวลาการเล่นสั้นเพียง 6 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ทีมงานได้กล่าวไว้ตั้งแต่ช่วงการพัฒนาเกมแล้วว่า BLACK เป็นเกมเน้นขายฉากแอคชั่นเป็นหลัก ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำเกมเพื่อขายเนื้อเรื่องอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ด้วยการออกแบบสนามรบที่ไม่สมจริง ทุกแผนที่ของเกม BLACK จึงเต็มไปด้วยวัตถุไวไฟที่เพียงแค่กระสุนหนึ่งนัด สามารถทำให้ทั้งแผนที่ระเบิดกระจุยกระจายต่อเนื่องเป็น 5 วินาที ยกตัวอย่างเช่น ในแผนที่จะน้ำมันขนาดใหญ่วางที่ข้างตึก หรือมีกับดักระเบิดฝังอยู่ใกล้กับวัตถุไวไฟขนาดยักษ์ ซึ่งผู้เล่นสามารถยิงปืน 1 นัด เพื่อทำให้ทั้งแผนที่เกิดเอฟเฟกต์กระจายเหมือนได้จุดระเบิดพร้อม 20 ลูก

ผู้เขียนเข้าใจทันทีว่าทีมงานตั้งใจใส่วัตถุระเบิดเพื่อให้ผู้เล่นสนุกสนานกับการจุดระเบิด และแน่นอนว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ในเกม BLACK มักใช้เวลากับการยิงระเบิดเล่น เพื่อปลดปริศนาต่าง ๆ ที่ซ่อนไว้ รวมถึงเพื่อความสะใจของตนเองด้วย

กราฟิกสวยงามสำหรับช่วงบั้นปลาย PS2

BLACK

สุดท้ายคือภาพกราฟิกของ BLACK อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากสำหรับเครื่อง PlayStation 2 เพราะตัวเกมมีความใส่ใจในรายละเอียดมากกว่าเกม FPS ทั่วไป (ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ BLACK เป็นเกมช่วงปลายเจเนอเรชันที่ 6 ทำให้เกมดังกล่าวสามารถดึงประสิทธิภาพของ PlayStation 2 ได้เต็มที่)

โมเดลอาวุธปืนมีความสวยงามและใส่ใจในรายละเอียด แม้โมเดลจะเป็น mirror ก็ตาม, มีการใช้เอฟเฟกต์ Depth of Field ทุกการรีโหลดอาวุธเพื่อสายตาโฟกัสกับอาวุธที่ตนเองถืออยู่, รอยหลุมของกระสุนอยู่ได้ระยะเวลายาวนานกว่าเกมอื่น เกมเมอร์จึงยกย่องให้ BLACK เป็นเกมหนึ่งที่มีกราฟิกสวยงามที่สุดของ PS2 แม้ตัวเกมรันที่เฟรมเรต 30 FPS และความละเอียดอยู่ที่ HDTV (480p) ก็ตาม

BLACK

BLACK ได้รับการวิจารณ์ในแง่บวกอย่างล้มหลามเป็นอย่างมาก โดยเว็บไซต์ IGN ได้ยกให้ BLACK เป็น 1 ใน 100 เกมยิงที่ดีที่สุดตลอดกาล ฉะนั้นถ้าหากเกมเมอร์คนไหนยังคงมีเครื่องเล่นเกม PlayStation 2 ติดบ้านแล้วยังมีลมหายใจอยู่ แนะนำให้ควรลองเล่นเกม BLACK แล้วคุณจะไม่ผิดหวังกับเกมนี้อย่างแน่นอนครับ

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close