รู้จักกับ Ore No Ryouri สุดยอดเกมทำอาหารแห่งยุค PlayStation

ถ้าหากพูดถึงเกมทำอาหารในยุคใหม่ เกมแรก ๆ ที่เราจะนึกถึงก่อนเพื่อนเลยในตอนนี้คงหนีไม่พ้น Overcooked 2 เกมสำหรับครอบครัวแห่งปี 2018 อย่างแน่นอน ด้วยการที่เกมออกแบบมาอย่างดีและรองรับการเล่นพร้อมกันแบบออนไลน์ได้หลายคนทำให้มันเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว แต่รู้หรือไม่ว่าในสมัยยุค PlayStation นั้นมีเกมทำอาหารเกมหนึ่งที่เรียกได้ว่าสนุกและติดพันมาก ๆ แต่เชื่อว่าหลายคนจำชื่อเกมไม่ได้เพราะมันเป็นภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเกมนี้มีชื่อว่า Ore No Ryuori นั่นเอง

ก่อนที่เราจะไปพูดถึงตัวเกม เรามาดูกันก่อนว่าเครื่อง PlayStation ยุคปี 1999 เป็นอย่างไร ตอนนั้น Sony วางจำหน่ายจอยรูปแบบใหม่ที่มีชื่อว่า DUALSHOCK ที่นำเสนอการสั่นและการควบคุมแบบใช้ก้าน Analog ที่มีความละเอียดอ่อนมากกว่าการใช้ปุ่มกากบาทหรือ D-Pad อย่างมาก และก็มีหลายเกมที่เริ่มรองรับการใช้งานเจ้าก้านนี้มากขึ้น หรืออาจจะออกเกมเวอร์ชั่นใหม่มาเพื่อรองรับกันเลย อย่างเช่น Resident Evil 2 ก็ได้ออกเวอร์ชั่นใหม่ที่ใช้เจ้าจอยตัวที่ว่านี้ได้ด้วย ทำให้หลายคนมีความสุขในการเล่นมากขึ้นเพราะควบคุมได้ง่ายกว่าเก่า

แต่ Sony ในยุคนั้นที่เป็นเจ้าของจอยตัวนี้ก็ไม่ได้หยุดอยู่เฉย ๆ ขายแต่เครื่อง PlayStation อย่าเดียว ยังคิดเกมใหม่ ๆ ที่รองรับกับเจ้าจอย DUALSHOCK ให้ใช้งานมันอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งก็มีเกมหนึ่งที่ทาง Sony Computer Entertainment ของญี่ปุ่นได้วางจำหน่าย ในรูปแบบของเกมวาไรตี้ทำอาหารแสนสนุกที่ชื่อว่า Ore no Ryouri

Ore no Ryouri เป็นผลงานของ Argent ค่ายเกมจากญี่ปุ่นที่จากไปกับกาลเวลาแล้ว โดยเป็นเรื่องราวของพ่อครัวมือฉมังที่ออกเดินทางไปแก้ปัญหาให้กับร้านอาหารทั่วเมืองที่ถูกร้านคู่แข่งรุกรานและใช้วิธีสกปรกเล่นงาน และก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องช่วยกอบกู้ศักดิ์ศรีของร้านเหล่านี้กลับคืนมา ซึ่งก็มีตั้งแต่ร้านอาหารพื้น ๆ ไปจนถึงอาหารระดับหรูหราเลยทีเดียว

การเล่นเกมนี้ก็ค่อนข้างง่ายมาก แต่ในยุคนั้นก็ต้องลงทุนกันหน่อย แผ่นเกม(ที่น่าจะซื้อแผ่นก็อปกันแน่ ๆ ฮั่นแน่)ราคาอาจจะไม่แพง แต่จอย DUALSHOCK ตัวนี้ก็ราคาเอาเรื่องเรื่องอยู่ ถ้าผู้เขียนจำไม่ผิดในยุคนั้นร้านตัวแทนของ Sony น่าจะขายกันอยู่ที่ประมาณ 990 บาท ซึ่งราคานี้ในยุคนั้นไม่ใช่ถูก ๆ เลย เรียกว่ามีเกมแต่ไม่มีจอยก็ต้องร้องไห้อดเล่นกันไป ซึ่งในเมื่อมีจอยแล้ว เราก็ต้องใช้ก้าน Analog ทำอาหารตามคำสั่งของลูกค้าที่ดาหน้าเข้ามาสั่งเราอยู่เรื่อย ๆ และต้องทำให้อร่อยด้วย และในระหว่างทำอาหารก็จะมี Mini Game แทรกเข้ามาเป็นระยะ ๆ ที่ถ้าหากไม่ทำก็จะส่งผลต่อลูกค้าในร้าน เช่นการล้างจาน นับเงิน หรือกระทั่งตีแมลงสาปหรือจับคนกินแล้วหนี แถมบางทีก็โผล่มาพร้อม ๆ กันจนไม่ต้องทำอาหารส่งให้ลูกค้ากันเลยทีเดียว

ตัวเกมจะทวีความท้าทายขึ้นเรื่อย ๆ ในฉากหลัง ๆ ลูกค้าจะมาถี่ขึ้น เมนูที่ทำก็จะมีความซับซ้อนหลายขั้นตอนมากขึ้นถ้าลำดับผิดก็อาจจะมีผลให้ลูกค้าลุกออกจากร้านไปได้เลย และความสนุกก็อยู่ตรงที่เราต้องแข่งกับเวลาและทำให้ลูกค้าเกิดความพอใจอย่างที่สุดให้ได้ และเมื่อเอาชนะใจลูกค้าได้ก็จะต้องไปเอาชนะคู่แข่งที่มาก่อกวนร้านต่อ คราวนี้ก็ต้องแข่งกันว่าใครจะทำให้ลูกค้าพอใจที่สุดได้ก่อนกัน

นอกจากการเล่นในแบบเนื้อเรื่องแล้ว เกมยังโหมดเล่นแข่งกับเพื่อนและมินิเกมประจำร้านแบบแยกย่อยมาให้ได้สนุกกับเพื่อนกันต่อ เช่นแข่งกันว่าในเวลาเท่านี้ใครจะล้างจานได้มากกว่ากัน กลายเป็นเกมที่เอามาเล่นกับเพื่อนที่มีจอย DualShock เหมือนกันได้อย่างสนุกสนานมากเกมหนึ่ง

น่าเสียดายที่ Ore No Ryouri นั้นออกมาให้เราได้เล่นแค่ภาคเดียว ถึงแม้ตัวเกมจะภาค Spin-off อย่าง Gacharoku บนเครื่อง PS2 แต่ก็ไม่ใช่เกมแนวทำอาหารเหมือนเดิมแล้ว กลายเป็นเกมแนววาไรตี้ไปแทน ซึ่งก็นับว่าน่าเสียดาย แต่มรดกที่เกมทึ้งเอาไว้ก็ถูกหลายเกมนำไปสานต่ออย่างยอดเยี่ยม เช่น Cook, Serve, Delicious! ที่วางจำหน่ายบน Steam ก็เป็นเกมให้บริการอาหารที่ยอดเยี่ยมและนำไอเดียของเกมนี้มาต่อยอดจนเป็นที่รู้จักในเวลาต่อมา หรืออย่าง Cooking Mama ของเครื่อง Nintendo DS ก็เป็นเกมทำอาหารที่ยอดเยี่ยมและมีการใช้ไอเดียบางอย่างของเกมนี้ไปประกอบด้วยเช่นกัน

ปัจจุบันนี้เรามีเกมทำอาหารออกมามากมายหลายเกม และแต่ละเกมล้วนมีความสนุกกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างมาก แต่น่าแปลกที่เกมแรกที่ผู้เขียนมักจะนึกถึงก่อนเวลาได้เล่นก็มักจะเป็น Ore No Ryouri เกมนี้อยู่เสมอ ถือได้ว่าเป็นเกมที่มอบมรดกให้กับเกมแนวเดียวกันให้เดินตามทางอย่างที่ควรจะเป็นมาจนถึงวันนี้ครับ

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close