รักและช้ำไปกับ Kantai Collection เจ้าพ่อเกมโมเอะที่เขย่าวงการทั่วเอเชีย

หลังจากที่เคยกล่าวไว้ในบทความ Girls’ Frontline เกมมือถือที่มีเนื้อเรื่องยอดเยี่ยม ว่าเกม Kantai Collection ไม่ใช่เกมที่ดีเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเป็นเกมหนึ่งที่เขย่าวงการเกมฝั่งเอเชียบ้านเรา รวมถึงเป็นเกมต้นฉบับที่ทีมพัฒนาเกมอินดี้อื่น ๆ ได้แรงบันดาลใจจากเกมนี้นำไปพัฒนาเป็นเกมของตัวเองจนเกมประเภทนี้ได้ล้นตลาดญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ รวมถึงเป็นกระแสโด่งดังในสังคมเกมเมอร์ชาวไทยในช่วงเวลาหนึ่งเลยทีเดียว

นี่คือ ‘รักและช้ำไปกับ Kantai Collection เจ้าพ่อเกมโมเอะที่เขย่าวงการทั่วเอเชีย’ แม้ว่าจะเป็นเพียงเกมแค่เล็ก แต่สามารถสร้างความบูมให้กับเกมบุคลาธิษฐาน รวมไปถึงได้เปิดโลกแก่เกมเมอร์เกือบทั่วโลกที่จะต้องเล่นและเสพติดเกมนี้จนต้อง Log in เมื่อมีโอกาสได้ใช้คอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะสถานที่ใดก็ตาม หรือแม้กระทั่งจะต้องวาดรูปแฟนอาร์ทและอดหลับอดนอนจากการเล่นเกมนี้ (และหนึ่งในกลุ่มนั้นก็คือผู้เขียนเช่นกัน) แต่เพราะสาเหตุอะไร ผู้เขียนจึงมองว่ามันไม่ใช่เกมที่ดี ทั้ง ๆ ที่โปรยคำสวยหรูมาโดยตลอดตั้งแต่ต้นประโยค? บทความนี้มีคำตอบครับ

อะไร Kantai Collection? ฉบับสั้น

Kantai Collection หรือ KanColle (艦隊これくしょん, 艦これ) เป็นเกมเว็บโดยทีมผู้พัฒนา Kadokawa Games และมีตัวแทนผู้เผยแพร่เกมโดยเว็บไซต์ DMM.com โดยจุดเด่นของเกมนี้ก็คือการอ้างอิงเรือรบสมัยช่วงสงครามโลกครั้งสองมาดัดแปลงเป็นสาวน้อยที่มีคุณสมบัติเป็นทหารนักรบที่มีการออกแบบที่น่ารัก ลักษณะนิสัยเฉพาะตัว และมีความใส่ใจในรายละเอียดที่ลึกในเวลาเดียวกัน

เกมนี้ได้รับความนิยมพุแตกเป็นอย่างมาก เพราะว่าเว็บไซต์ DMM.com สามารถทำรายได้มากกว่า 30-40% จากธุรกิจเกมออนไลน์ในเว็บทั้งหมด และใน 2015 ปี มีผู้เล่น KanColle ทั้งหมดเป็นจำนวน 3 ล้านคน (เฉพาะในญี่ปุ่น) รวมไปถึงมีสินค้ามามากมายให้สะสม ไม่ว่าจะหนังสือ Official Guide, รวมภาพวาด, หนังสือการ์ตูนมังงะ, นิยาย, ฟิกเกอร์ หรือได้รับทำเป็นอนิเมะซีรี่ส์ฉายตามโทรทัศน์ ในปี 2015 และอนิเมะภาพยนตร์ในปี 2016 ต่อมา

KanColle ได้เปิดตัวในวันที่ 23 เมษายน ปี 2013 และก็ยังคงเปิดบริการจนอยู่ทุกวันนี้ เฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

Kantai Collection

เจ้าพ่อต้นฉบับเกม Moe Anthropomorphisms

บุคลาธิษฐานไม่ใช่สิ่งใหม่สำหรับประเทศญี่ปุ่น แต่ถ้าพูดถึงวีดีโอเกมแล้ว KanColle เป็นเกมที่สามารถสร้างกระแสได้โด่งดังที่สุดในยุคนั้น ซึ่งต้องขอบคุณถึงความแหวกแนวของเกมนี้ เพราะว่าไม่มีใครคิดว่าจะนำ ‘เรือรบ’ มาดัดแปลงเป็นสาวน้อยแล้วมาทำเป็นเกมให้ผู้เล่นได้เก็บสะสมสาวน้อยเหมือนกับชื่อเกม

สาวน้อยเรือรบในเกมนี้จะเรียกว่า ‘Kanmasu’ ซึ่งจะแยกประเภทของเรือรบออกเป็นคลาสต่าง ๆ โดยคลาสหลักของเกมมี Destroyer (DD), Light Cruiser (CL), Heavy Cruiser (CA), Battleship (BB), Aircraft Carrier (CV) และอื่น ๆ ที่แตกแยกออกไปอีกมากมาย โดยเรือทุกประเภทจะแบ่งลักษณะการออกแบบอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น DD จะเป็นวัยเด็กเล็กยันเด็กโต เพราะเป็นเรือลำที่เล็กพอดี, SS ทุกคนจะใส่ชุดว่ายน้ำเพราะเป็นเรือดำน้ำ, หรือ BB จะใส่อุปกรณ์อาวุธหนักเต็มอัตราศึกและมีร่างกายที่แข็งแรงเพราะเป็นเรือประจัญบาน เป็นต้น

Kantai Collection

แต่สิ่งที่พิเศษมากกว่าการออกแบบทั่วไป นั้นก็คือลักษณะนิสัย ความชอบงานอดิเรกของตัวละครสาวน้อยเรือรบที่ได้มีการอ้างอิงจากประวัติศาสตร์จริง ทำให้ตัวละครมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก

อย่างเช่น เรือประจัญบาน Yamato ไม่ชอบให้ใครมาเรียกเธอว่า ‘โรงแรม’ เพราะว่าเรือ Yamato ในชีวิตจริงไม่ค่อยได้ออกปฏิบัติการณ์รบ และภายในเรือรบมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทำให้เธอได้มีอีกฉายาหนึ่งเรียกว่า ‘Yamato Hotel’

หรืออีกเคสหนึ่งคือ เรือ Destroyer นาม Yukikaze ที่ได้ผ่านปฏิบัติการณ์รบมามากมาย และเป็นหนึ่งในเรือ Destroyer สองลำสุดท้ายของญี่ปุ่นที่ยังคงหลงเหลือรอดจนจบสงครามโลกครั้งที่สอง (อีกลำคือ Hibiki) เธอได้โดนซื้อเรือต่อจากสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ในปี 1947 แล้วได้เปลี่ยนชื่อเป็น Tan Yang แล้วประจำการจนถึงปี 1970 ที่ Yukikaze ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากพายุไต้ฝุ่นจนยากที่จะซ่อมแซมจนต้องลงเอยโดยการโดนย่อยเรือทิ้งในที่สุด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอมีค่า Luck สูงที่สุดในเกมถึง 60 เมื่อการอัปเกรต (เรียกว่า Kai)  เป็นต้น

Kantai Collection
BB Yamato

จากที่กล่าวข้างต้นนอกจะทำให้การออกแบบตัวละครมีความใส่ใจในรายละเอียดแล้ว ยังเป็นแรงพลักดันให้ผู้เล่นได้สนใจในประวัติศาสตร์เรือรบของแต่ละลำอีกด้วย ซึ่งมันไม่ใช่เพียงเรือลำใดลำหนึ่ง แต่เป็นเรือ ‘ทุกลำ’ มีลักษณะนิสัยและมีพื้นหลังความเป็นมาที่แตกต่างกัน ทำให้ KanColle ได้เฉิดฉายในโลกโซเชียลญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก รวมไปถึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในช่วงเปิดเกมครั้งแรก (ซึ่งต้องขอบคุณพลังแฟนอาร์ท Shimakaze และ Kongou เดส)

รับความนิยมในญี่ปุ่นและต่างประเทศ จนเกือบโค่นล้มบัลลังก์ Comiket

KanColle ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนได้ติดปกนิตยสารเกมญี่ปุ่น หรือรวมไปถึงออกสินค้าสะสมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือไกด์วางแผนเกม, อาร์ทบุ๊ค, ปฎิทินประจำปี, ตุ๊กตาฟิกเกอร์, ดราม่าซีดี และอื่น ๆ รวมไปถึงได้รับการทำเป็นทีวีอนิเมะในช่วงปี 2015 โดยสตูดิโอ Diomedea และอนิเมะภาพยนตร์ในปี 2016 โดยสตูดิโอเดียวกัน

Comtiq
ภาพหน้าปกนิตยสาร Comtiq

แล้วขยายได้ขยายแฟรนไชส์ ทำเกมลงในเครื่องเกมพกพาอย่าง PS VITA (ซึ่งมันแย่มาก เพราะเหมือนถอดตัวเกมจากเว็บมาลงในเครื่องคอนโซลดื้อ ๆ และทีมงานได้ลอยแพเกมนี้ไปแล้วเรียบร้อย) และเกมตู้อาร์เคดพัฒนาโดย SEGA AM2 ผู้ที่มีผลงานอย่าง Outrun ซึ่งได้รับความนิยมพอสมควร

แต่สิ่งที่ช็อกโลกมากที่สุด เพราะว่าไม่ได้สร้างกระแสให้แก่วงการเกมญี่ปุ่นอย่างเดียว แต่รวมไปถึงได้สร้างกระแทกต่อวัฒนธรรมการ์ตูนและมังงะญี่ปุ่นโดยรวมอีกด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกม KanColle ได้กลายเป็นเทรนด์สำหรับเหล่านักวาด โดยเฉพาะในงาน Comiket อีเว้นท์โดจินชิที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดย KanColle ได้ทำสถิติตัวเลขที่น่าตกใจในรอบหลายปี

ต้องขอบคุณที่เกม KanColle ไม่มีเนื้อเรื่องที่ชัดเจน ทำให้นักวาดสามารถสร้างสรรค์ผลงานโดจินชิได้ไม่รู้จบ (ทั้งด้านมืดและสว่าง แต่ส่วนใหญ่ไปทางด้านมืดซะมากกว่า) ทำให้ในงาน Comiket ครั้งที่ 85 (ปี 2013 ช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่น) บูธ KanColle ได้ครอบครองเป็นอันดับสามของไตเติ้ลทั้งหมดในงาน Comiket 85 ถึง 1,136 บูธ โดยอันดับหนึ่งคือ Touhou จำนวน 2,272 บูธ อันดับสองคือ Kuroko’s Basketball จำนวน 1,462 บูธ และได้แซงนำหน้าไตเติ้ล The [email protected] และ Attack On Titan ซึ่งเป็นตัวเลขที่มาแรงแซงโค้งมากสำหรับไตเติ้ลใหม่ที่เปิดตัวได้ไม่ถึงหนึ่งปี และก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในงาน Comiket รอบถัดไปจนตัวเลขเกือบเทียบเท่ากับ Touhou แล้ว

KanColle
ภาพจากเว็บไซต์ Wikipedia

KanColle ไม่ได้โด่งดังภายในเพียงแค่ประเทศญี่ปุ่นอย่างเดียว แค่รวมไปถึงประเทศเกาหลีใต้, ไต้หวัน และโดยเฉพาะประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ที่ผู้เล่นต่างได้ชื่นชอบเกมนี้เป็นอย่างมาก จึงตกเป็นเป้าหมายสำหรับทีมงานผู้พัฒนาอินดี้หลายกลุ่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเกม KanColle แล้วได้พัฒนาเกมมาเป็นผลงานของตัวเองจนโด่งดังในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เช่นกัน

โดยมีสองเกมหลักจากจีนแดงที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก KanColle แล้วประสบความสำเร็จ คือ Azur Lane เกมมือถือที่เติบโตเป็นอย่างมากในญี่ปุ่นจนประกาศเป็นอนิเมะและเกม PS4 ที่พัฒนาโดย Compile Heart และ Girls’ Frontline ที่ปัจจุบันกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง

Girls' Frontline
Girls’ Frontline

เกมเพลย์เรียบง่าย แต่มากทฤษฎี

สาเหตุที่ KanColle สามารถเข้าถึงได้ง่าย (สำหรับประเทศญี่ปุ่น) เพราะว่ารูปแบบการเล่นที่ค่อนข้าง Casual ไม่ค่อยซับซ้อน แต่สนุกเพราะมีเนื้อหาทฤษฎีที่เยอะ

KanColle จะเป็นเกมที่คุณต้องพึ่งไกด์อยู่ตลอดเวลาเพื่อที่รู้วิธีการผ่านด่าน Stage ต่าง ๆ, ศึกษาวิธีการจัดวางแนวรบที่จะส่งผลต่อรูปแบบการต่อสู้โดยรวม, หาสูตรต่อเรือและอุปกรณ์เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสออกผลลัพธ์ตามที่ผู้เล่นต้องการ หรือรู้เงื่อนไขการผ่านเควสเพื่อรับรางวัลเป็นทรัพยากรเพื่อใช้ประโยชน์ในอีเว้นท์เกมข้างหน้า

Kantai Collection

แต่สิ่งที่เกมนี้ได้กระแสตอบรับบวกเป็นอย่างมาก โดยผู้เขียนและผู้เล่นเกมหลายคนต่างยอมรับถึงความใจกว้างของทีมผู้พัฒนา เพราะว่า KanColle เป็นเกมที่ไม่จำเป็นจะต้องเติมเงินก็สามารถเล่นเกมได้โดยไม่เสียเปรียบ และที่สำคัญที่สุด เกมนี้ ‘ไม่มีระบบกาชา’ เหมือนกับเกมญี่ปุ่นหลายเกมที่สร้างกำไรด้วยระบบดังกล่าว ถ้าจำไม่ผิดผู้เขียนเสียเงินเป็นจำนวนไม่ถึง 1,000 บาท ในตลอดการเล่นเกมมา 2 ปี ซึ่งเงินที่เสียไปมีเพียงแค่ ‘แหวนแต่งงาน’ เท่านั้น

ใช่แล้ว! เกมนี้คุณสามารถแต่งงานกับเรือรบสุดโปรดของคุณได้ ถ้าหากเรือของคุณมีเลเวลจำกัดอยู่ที่ 99 โดยการแต่งงานจะมีการปลดล็อคบทพูดพิเศษ รวมไปถึงได้ปลดลิมิตให้อัพค่าสเตตัสสูงสุดและเลเวลสูงสุดอยู่ที่ 175 อีกด้วย

Kantai Collection

ที่กล่าวมาทั้งหมด ทำให้เกมนี้จะเน้นการ Grinding เป็นอย่างมาก แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเกม KanColle เท่าไหร่นัก เพราะ KanColle เป็นเกมที่เล่นแล้วรู้สึกเสพติดเกมนี้เป็นอย่างมาก (เพราะระบบแต่งงาน) และช่วงอีเว้นท์ภายในเกม รางวัลอีเว้นท์ก็มีความแฟร์ให้แก่ผู้เล่นทุกประเภทโดยสามารถเลือกระดับความยากตามที่ผู้เล่นต้องการ (ยากกว่าจะได้ไอเท็มอุปกรณ์ที่มีประโยชน์ แต่รางวัลหลักยังคงเหมือนเดิม) ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นเกมที่ดี เหมาะสำหรับการฆ่าเวลาเป็นอย่างมาก

กาลเวลาผ่านไป 5 ปี

ทุกสิ่งทุกอย่างดูลื่นไหลมาโดยตลอด จนกระทั่งได้มองถึงแก่นแท้ของระบบเกมเพลย์ที่มันไม่มีอะไรเลยนอกจาก RNG ซึ่งเป็นจุดบอดที่ร้ายแรงที่สุดของ KanColle

ผู้เขียนสัญญาเลยว่าคนที่เล่นเกม KanColle จะต้องผ่านประสบการณ์อันแสนหัวร้อนกับอีเว้นท์มาหลายครั้งแล้ว เพราะเกมนี้คุณจะไม่มีสิทธิที่จะควบคุมอะไรได้เลย สิ่งที่คุณทำได้มีเพียงแค่กราบหน้า ‘เข็มทิศ’ ภายในเกมเพื่อไม่ให้พาไปหลงเส่นทางที่ยากกว่า หรือภาวนาให้ทีมของเราให้ไปตบตีที่บอสอย่างเดียวและไม่ให้เรือของเราโดนตีจนเลือดแดง (ถ้าเลือดแดงจะต้องถอยทัพทันที ถ้าไม่อยากจะสูญเสียเรืออันแสนที่รักไปในรอบหน้า) แล้วก็ต้องพาไปเทถังเขียว Repair แล้วออกรบวนลูปซึ่งเป็นวัฏจักรอุบาทว์ของอีเว้นท์ภายในเกม KanColle

Kantai Collection

ในจุดนี้ทำให้ผู้เขียนนึกได้ว่า สิ่งที่ทำได้ในเกม KanColle ในส่วนของช่วงการรบ ผู้เล่นมีเพียงแค่ต้องกราบไหว้ RNG อย่างเดียว แล้วให้ ‘โชค’ ภายในเกมเป็นตัวตัดสินผลลัพธ์ชี้ชะตาตลอดทั้งเกม ทั้ง ๆ เกมนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น เกมประเภทวางแผนการรบ แต่สิ่งคุณทำได้มีเพียงจัดทีมไปส่งรบแล้วก็นั่งเฉย ๆ แล้วให้เสียเวลาหัวร้อนไปตลอดทั้งวัน

แต่แย่ที่สุด ก็คือตลอดที่เกมเปิดบริการผ่านมา 5 ปี ตัวคอร์ของเกมเพลย์แทบไม่มีการปรับปรุงหรือเพิ่มฟีเจอร์อะไรใหม่ ๆ เลย นอกจากใส่เนื้อหาคือเรือรบตัวใหม่เพียงอย่างเดียว ซึ่งทำให้เกมเพลย์ KanColle ล้าหลังเป็นอย่างมาก ผู้เล่นหน้าเก่าไม่น้อย (หรือรวมไปถึงผู้เขียนเอง) ที่ได้ตัดสินใจเลิกเล่นเกม KanColle แล้วหันมาเล่น Azur Lane หรือ Girls’ Frontline ที่มีอะไรให้ผู้เล่นได้รู้สึกควบคุมการวางแผนจริง ๆ

Azur Lane
Azur Lane

แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว KanColle คือเกมสนุกแต่เพราะยึดติดรูปแบบการเล่นดั้งเดิมมาโดยตลอด 5 ปี จนผู้เล่นทหารผ่านศึกบางคนจะต้องรู้สึกเบื่อหน่ายกับเกมนี้ไปตามกาลเวลา ซึ่งผู้เขียนก็เข้าใจทีมงานเพราะมันเป็นขั้นตอนที่วุ่นวายเป็นอย่างมากถ้าหากจะแก้ไขปรับปรุงตัวเกมทั้งหมด แล้วแฟนเกมบางส่วนจะต้องรู้สึกไม่พอใจที่ได้ทิ้งเอกลักษณ์ของตัวเกม ก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะว่าในปี 2013 ที่ผ่านมา เกม KanColle ได้รับเลือกจากหลายเจ้าสำนักญี่ปุ่นว่าเป็น Game of The Year และ Rookie of The Year ในสาขาเกมออนไลน์แท้ ๆ

Kantai Collection

ปัจจุบันเกม KanColle ยังคงเป็นเกมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและยีงคงมีการอัปเดตเรือลำใหม่อยู่เรื่อย ๆ สำหรับผู้เขียนยังคงติดตามข่าวสารเกมนี้ต่อไป แต่ถ้าจะให้กลับมาประจำผู้การอีกครั้งหรือไม่? คงไม่มีเป็นรอบที่สอง เพราะว่าผู้เขียนไม่มีแรงขับเคลื่อนที่จะเล่นเกมนี้อีกต่อไป (หรือเรียกกันว่า หมดไฟ นั้นเอง) ยกเว้นแต่ถ้าเกมมีระบบอะไรใหม่เข้ามาเพิ่มเติมที่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเกมจริง ๆ ก็อาจจะกลับมาแตะเกมนี้อีกครั้งหลังจากปลดเกษียณครับ

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close