รวมเรื่องควรรู้สำหรับมือใหม่ใน Final Fantasy VII Remake

Final Fantasy VII Remake ถือเป็นเกมที่มีระบบการต่อสู้และสิ่งปลีกย่อยอื่น ๆ ที่พัฒนามาจากภาคต้นฉบับอยู่ไม่น้อย ทำให้วิธีการเล่นของภาคนี้แตกต่างจากเดิมหลายส่วน จนมือใหม่หลายคนที่ไม่ชินกับเกมกึ่งแอคชั่นอาจจะเล่นแล้วสะดุด หรือไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อหลังจากที่ตัวละครเลเวลอัปแล้ว วันนี้เรามาดูกันว่าเทคนิคเล็กน้อยที่มือใหม่ควรรู้ในเกมนี้มีอะไรบ้าง

ใช้ท่า Ability ให้บ่อย

ระบบการต่อสู้ของ Final Fantasy VII Remake นั้นถูกออกแบบมาได้ยืดหยุ่น ตัวละครแต่ละตัวจะมี Ability ให้ใช้งานมากมาย ซึ่ง Ability เหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่เสีย MP ในการใช้งาน แค่รอเกจ ATB เต็มก็เลือกมาใช้งานได้แล้ว และหลายท่าก็มีประโยชน์ ช่วยเหลือในการต่อสู้มากทีเดียว

ประโยชน์ของท่าโจมตีแบบ Ability ก็คือมันจะเพิ่มเกจ Stagger ของศัตรูให้ขึ้นเร็วกว่าการโจมตีแบบปกติอย่างมาก ซึ่งเมื่อเกจ Stagger ของศัตรูเต็มก็จะทำให้พวกมันหมดสติและรับความเสียหายมากขึ้น การใช้ท่า Ability เพื่อดึงเกจ Stagger ให้ขึ้นไว ๆ จึงเป็นสิ่งที่ควรทำมากที่สุดในการต่อสู้

แล้วเราจะหาท่า Ability มาเพิ่มได้อย่างไร? โดยปกติแล้วผู้เล่นจะได้รับท่าใหม่มาจากอาวุธหรือ Materia ที่ติดตั้งลงไป โดยท่าที่มาจากอาวุธใหม่นั้นเมื่อใช้ไปถึงจุดหนึ่งก็จะปลดล็อกให้เราใช้อย่างถาวร ซึ่งข้อดีก็คือผู้เล่นจะมีตัวเลือกท่าไม้ตายต่าง ๆ ให้ใช้งานมากขึ้นตามสถานการณ์

แต่ก็ใช่ว่าเราจะใช้ท่า Ability เหล่านี้ได้ตลอด เพราะศัตรูสามารถโจมตีขัดขวางเราได้ก่อนท่าจะออก จนทำให้เราเสียเกจไปแบบฟรี ๆ ดังนั้นระวังตรงจุดนี้ให้ดี และอย่าลืมใช้ท่าใหม่ของอาวุธที่เพิ่งได้รับมาเพื่อช่วยเหลือในการเล่นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย

อย่างกไอเท็ม

แม้ในเกมภาคเก่า การใช้ไอเท็มในเกมจะมีประโยชน์น้อยกว่าการใช้เวทย์มนตร์ ทว่าหลายครั้งผู้เล่นที่ชอบยิงเวทรัว ๆ ก็ต้องประสบปัญหา MP หมดจนยิงเวทไม่ออก และถ้าหากเกิดในช่วงสำคัญด้วยแล้วก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ดังนั้นสิ่งที่จะมาอุดช่องว่างนี้ได้ก็คือการใช้ไอเท็มฟื้นพลังหรือแก้สถานะผิดปกติ และที่สำคัญคือการใช้ไอเท็มจะให้ผลที่เร็วกว่าการใช้เวทย์มนตร์ด้วย

ดังนั้นแล้วจงอย่างกไอเท็มฟื้นพลัง มีโอกาสแล้วก็ใช้ไปเลยอย่าเสียดาย เพราะไอเท็มหลายชิ้นเราสามารถไปซื้อทดแทนในร้านค้าได้ทุกเมื่อ หมดก็ไปซื้อใหม่ได้

ทำ Side Quest และออกสำรวจให้มากที่สุด

เฉกเช่นเกม RPG เกมอื่น ๆ ที่การทำ Side Quest นั้นมีผลประโยชน์อันยั่วยวนใจ ทั้งเงิน ไอเท็ม หรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ  ซึ่งหลายครั้งรางวัลจาก Side Quest ก็เป็นการเปิดทางลับให้เราเข้าไปเอาไอเท็มพิเศษมาได้ด้วย ดังนั้นถ้ามีโอกาสก็อย่าลืมไปเดินสำรวจหาสัญลักษณ์สีเขียวทำเมื่อมีเวลามากพอ เพราะมันจะช่วยให้คุณเล่นเกมได้สะดวกมากขึ้น

เปลี่ยนตัวละครที่ใช้ตามสถานการณ์

แม้ในเกมนี้จะมีตัวละครให้เลือกเล่นแค่สี่ตัว แต่ทั้งสี่คนก็ล้วนมีคุณสมบัติเด่นแตกต่างกันอย่างชัดเจน การเปลี่ยนตัวเพื่อใช้ท่าแก้ไขเรื่องติดขัดนั้นจึงจำเป็นมาก เพราะบางครั้งเราก็ต้องใช้การยิงเวทแรง ๆ เพื่อสร้างความเสียหายแบบหนักหน่วง ดังนั้นแทนที่เราจะรอให้ AI ที่ควบคุม Aerith ให้ใช้เวทเราก็เปลี่ยนตัวไปสั่งการแทนเองเลยจะง่ายที่สุด หัดไม่นานแล้วคุณจะรู้เองว่าตอนไหนที่ควรเปลี่ยนตัวเองครับ

อย่าลืมอัปเกรดอาวุธด้วยค่า AP

นอกจากตัวละครจะมีการอัปเลเวลแล้ว อาวุธที่เราใช้เองก็มีระดับเลเวลเหมือนกัน โดยเราสามารถอัปเกรดอาวุธได้ด้วยการใช้แต้ม AP ที่ได้มาจากการทำเควส เลเวลอัป หรือซื้อตำราจากร้าน Mogg ก็เป็นการเพิ่มแต้ม AP ด้วยเหมือนกัน ซึ่งยิ่งเลเวลสูง ตัวเลือกในการอัปเกรดก็มากขึ้นตามไปด้วย เลือกอัปได้ตามแนวทางของตัวละครที่เราอยากจะปั้นได้เลย

ใช้ Assess ทุกครั้งก่อนต่อสู้กับศัตรูที่ไม่เคยเห็น

ในช่วง Chapter 3 เราจะได้เจอกับตัวละครใหม่ Chadley ที่เป็นเด็กฝึกงานฝ่ายวิจัย Materia ของ Shinra ซึ่งเขาจะมอบเควสให้เราไปทำเพื่อได้รับสิทธิ์ในการซื้อ Materia พิเศษในราคาถูกเป้นรางวัล ซึ่งหนึ่งใน Materia ก้อนแรกที่เราได้ก็คือ Assess Materia ที่มีประโยชน์มาก เพราะสกิล Assess ของมันช่วยให้เรารู้ว่าศัตรูแต่ละตัวมีจุดอ่อนอะไร ต้านทานอะไร และต้องสู้อย่างไร ดังนั้นอย่าลืมใช้มันก่อนเข้าต่อสู้กับศัตรูใหม่ทุกครั้ง

มองหาตู้ขายของและม้านั่งในแผนที่ทุกครั้งเพื่อฟื้นพลัง

หลายครั้งศึกใน Main Quest นั้นก็หนักหนาสาหัสจนเรานึกอยากจะย้อนกลับไปนอนพักในเมือง แต่โชคดีที่หลายจุดในเกมมีที่พักฟื้นพลังให้กับเราเหมือนกับในเกมต้นฉบับ โดยเปลี่ยนจากจุเซฟในแผนที่เป็นม้านั่งและตู้ขายของแทน ซึ่งช่วยทำให้เราประหยัดไอเท็มไปได้มาก แถมยังสามารถซื้อของที่ขาดไปกลับมาตุนได้เหมือนเดิมด้วย ดังนั้นอย่าลืมออกสำรวจเพื่อค้นหาตู้ขายของเหล่านี้กันไว้ให้ดีด้วย

สร้างตัวละครให้มีความแตกต่างในด้านต่าง ๆ เพื่อช่วยเสริมจุดดีจุดด้อย

แม้จะมีตัวละครให้เล่นเพียงแค่สี่ตัว แต่ทั้งสี่ก็มีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกันออกไป และการพัฒนาตัวละครไปในแนวทางที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งจำเป็น เช่น Tifa เป็นสายต่อสู้ระยะใกล้ที่เน้นความเร็ว การเพิ่มความเร็วและความแรงในการโจมตีให้เด่นชัดขึ้นจึงสำคัญมาก แต่ถ้าไม่ชอบก็อาจจะไปอัปเกรดความสามารถสายอื่นที่เข้ากับการเล่นของตัวเองก็ย่อมได้เช่นกัน

ยังมีรายละเอียดเชิงลึกอีกมากที่จำเป็นในเกมนี้ แต่สำหรับผู้เล่นมือใหม่ทั้งหมดนี้เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ผู้เล่นสามารถตะลุยเกมได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งถ้าหากมีข้อสงสัยหรืออยากรู้เทคนิคอื่น ๆ ในเกมก็ร่วมพูดคุยกันได้ และอย่าลืมติดตามไกด์แนะนำการเล่นของเราในโอกาสต่อไปด้วยครับ

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close